
ศึก"นายกเล็ก"เมืองคอนคึก "เทพไท"ส่งพี่ชายสู้-ลูก"สมนึก เกตุชาติ"
นครศรีธรรมราช-เลือกตั้งเทศบาลนครนครศรีธรรมราชคึกคัก เทพไท เสนพงศ์ ส่งพี่ชายลงชิงนายกเทศมนตรีกับลูกชาย สมนึก เกตุชาติ อดีตนายกคนเก่า ด้านประชาธิปัตย์เข้ม ห้ามผู้สมัครใช้ชื่อพรรคหาเสียง
คณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หมดวาระลงเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ทำให้การเตรียมการเลือกตั้งในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เต็มไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่มีการเตรียมตัวลงสมัครทั้ง 2 ขั้วการเมืองท้องถิ่นเมืองคอน
โดยทีมผู้บริหารชุดเดิมที่หมดวาระไป คือนายสมนึก เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ที่อยู่ในตำแหน่งนานกว่า 25 ปี ได้เปิดตัวผู้สมัครทีม “สมนึก” เพื่อชิงนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช คือ ดร.กณพ เกตุชาติ หรือที่รู้จักในนาม “ดร.โจ” บุตรชายของ "สมนึก เกตุชาติ" ผ่านป้ายประชาสัมพันธ์ที่ติดตั้งทั่วเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ส่วนนายสมนึก ผู้พ่อได้หันมาลงสมัคร ส.ท.เขตเลือกตั้งที่ 1 โดยมีความคาดหมายว่าจะลงชิงในตำแหน่งประธานสภาเทศบาลต่อไป
ส่วนอีกฝ่ายนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่ง ผศ.เชาวนวัศน์ เสนพงศ์ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ลงชิงชัยตำแหน่งนายกเทศมนตรี ซึ่งสมัยที่ผ่านมา พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งไปแล้ว โดยกลับมาสมัครเลือกตั้งครั้งนี้อีกครั้ง พร้อมทั้งส่ง ส.ท.ที่เปลี่ยนขั้วบางรายรวมทั้งอดีต ส.ท.ที่สอบตกครั้งที่แล้วลงเลือกตั้งในครั้งนี้ครบทั้ง 4 เขตเลือกตั้งรวม 24 ที่นั่ง
ส่วนวันเลือกตั้งนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรอเวลาให้ผ่านหลังเที่ยงคืนวันที่ 12 พฤษภาคม 2554 จากนั้นวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 จะมีประกาศ กกต.เรื่องการหมดวาระ การรับสมัคร และการกำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งมีกรอบการประกาศคือหลังหมดวาระวันที่ 12 พฤษภาคม แล้วประกาศรับสมัครวันที่ 18-22 พฤษภาคม 2554 คาดว่าจะมีการเลือกตั้งปลายเดือนมิถุนายน 2554 ซึ่งจะมีการประกาศรายละเอียดอีกครั้ง
แหล่งข่าวระดับสูงภายในพรรคประชาธิปัตย์รายหนึ่งเปิดเผยว่า ในการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราชครั้งนี้ แม้นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะส่งหรือไม่ส่งหรือมีความเกี่ยวข้องกับผศ.เชาวนวัศน์ แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีมติในการส่งผู้สมัครในนามพรรคอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการลงสมัครของผศ.เชาวนวัศน์ จะไม่สามารถใช้ตราสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ไปมีส่วนในการหาเสียงจะเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายเลือกตั้งได้อาจมีโทษถึงขั้นใบแดงทีเดียว ส่วนบางป้ายที่มีตราพรรคประชาธิปัตย์ไปปรากฏนั้นต้องเปลี่ยนแปลงและนำออกไปให้หมดก่อนที่จะมีการเริ่มหาเสียงอย่างเป็นทางการ



