ข่าว

ธานีหวังพึ่งแฟนพันธุ์กระบะหาปมยิงสนธิ

ธานีหวังพึ่งแฟนพันธุ์กระบะหาปมยิงสนธิ

19 เม.ย. 2552

แพทย์แถลงสนธิปลอดภัยย้ายออกจากไอซียู ปชช.ยังแห่ร่วมเยี่ยมอาการ"สนธิ"อย่างล้นหลาม "รอง.ผบ.ตร"รุดตรวจความเรียบร้อยถึงรพ. "อัศวิน" รุดตรวจความเรียบร้อยถึงรพ. "ธานี" เรียกประชุมสางคดีลอบฆ่า"สนธิ" พรุ่งนี้ พันธมิตรโคราชจี้ ผบ.ทบ. และผบ.ตร. ลาออกแสดงความรับผ

 เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 19 เม.ย.ห้องประชุมมงคลนาวิน ชั้น 10 ตึก สก. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กทม. รศ.นพ.อดิสร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วยคณะศัลยแพทย์ระบบประสาท และทรวงอก แถลงผลการรักษานายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย , นายอดุลย์ แดงประดับ คนขับรถนายสนธิ และนายวายุภักษ์ มังคละสินธุ์ ผู้ติดตามนายสนธิ ประจำวันนี้

 รศ.นพ.อดิสร กล่าวว่า อาการโดยทั่วไปของนายสนธิ ดีขึ้นตามลำดับ ถือว่าอยู่ในขั้นปลอดภัย รับประทานอาหารได้ตามปกติ ลุกขึ้นเดินได้เล็กน้อย เช่นเดียวอาการของนายวายุภักษ์ ปลอดภัยดี ขณะนี้แพทย์ ได้ย้ายนายสนธิ และนายวายุภักษ์  ออกจากห้อง ไอซียู มาอยู่ห้องพักผู้ป่วยปกติแล้ว ส่วนนายอดุย์ ที่มีอาการสมองบวม นั้นได้รับการผ่าตัดแล้ว

 รศ.นพ.อดิสร ยังกล่าวแสดงความขอบคุณไปยังโรงพยาบาลมิชชั่น และโรงพยาบาลวชิระ ที่ดูแลรักษาอาการเริ่มแรกของผู้ป่วยทั้งสามได้อย่างดีมากตามมาตรฐาน

 ผศ.นพ.สุรชัย เคารพธรรม ศัลยแพทย์ระบบประสาท กล่าวว่า นายสนธิ มีอาการปกติแล้ว บาดแผลเรียบร้อยดี ไม่มีอาการแทรกซ้อน แต่ระหว่างนี้ยังต้องขอดูอาการอีกระยะให้ครบ 1สัปดาห์ ส่วนอาการสมองบวมที่สมองน้อยด้านหลังซีกขวา ซึ่งเกี่ยวกับการควบคุมการทรงตัวของนายอดุลย์ หลังจากการผ่าตัดเมื่อวาน ( 18  เม.ย. ) ผลออกมาเป็นน่าพอใจ การผ่าตัดเรียบร้อยดี ผู้ป่วยรู้ตัวดีขึ้น ตอบสนองต่อคำสั่งแพทย์ได้ดี เช่น คำสั่งการยกมือ ยกแขน มีโอกาสรอดสูง แต่ยังไม่สามารถพูดตอบโต้ได้เนื่องจากยังมีท่อสายยางสอดให้อาหารอยู่ เชื่อว่าหลังจากการผ่าตัดไม่น่าจะเกิดอาการสมองบวมซ้ำอีก ส่วนอาการแขน - ขา อ่อนแรงนั้นยังเหมือนเดิม แต่อย่างไรก็ตามอาการของนายอดุลย์ ยังไม่ถือว่าพ้นขีดอันตราย ต้องเฝ้าติดตามดูอาการวันต่อวัน โดยขณะนี้นายอดุลย์ ยังพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู

  ผศ.นพ.สุรชัย ยังกล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า หลังจากการรักษาแล้ว หากไม่มีอาการเกิดซ้ำหรือแทรกซ้อน ร่างกายจะเยียวยาและปรับสภาพการทรงตัวได้เหมือนเดิม ส่วนเรื่องความทรงจำนั้น ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ ต้องรอดูอาการต่อไปหลังการผ่าตัดอีกระยะ 

 ด้าน ศ.นพ.สุวิทย์ ศรีอัษฎาพร ศัลยแพทย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน กล่าวเสริมถึงอาการของนายอดุลย์เกี่ยวกับกระดูก ว่า นายอดุลย์ มีกระดูกหักที่ต้นแขนขวาซึ่งได้รับการผ่าตัดมาจาก รพ.มิชชั่น และใส่อุปกรณ์ดามกระดูกจากภายนอก และบาดแผลที่บริเวณหลัง หน้าอก และแขนขวา เรียบร้อยดี ขณะนี้รอให้นายอดุลย์ ใช้เวลาพักฟื้น ส่วนกรณีนายวายุภักษ์ ซึ่งมีบาดแผลที่แขนขวา หน้าอกขวา และขาทั้งสองขา จากรอยสะเก็ดนั้น ก็พบว่าบาดแผลดีขึ้นน่าพอใจ ไม่มีอาการแทรกซ้อน อาการทั่วไปจึงถือว่าสบายดี

ปชช.ยังแห่ร่วมเยี่ยมอาการ"สนธิ"ล้นหลาม

 พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการแห่งชาติ เดินทางไปยังตึก สก. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อตรวจเยี่ยมและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่วางกำลังดูแลความปลอดภัยนายสนธิ ลิ้มทองกุลโดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

 ขณะที่ พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน กล่าวว่า ภาพรวมการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุต้องสงสัยและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงพอสำหรับการดูแล โดยจะมีการจัดเปลี่ยนเวรกัน 12 ชั่วโมง นำกำลังตำรวจในกองกำกับการตำรวจนครบาล 6 ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถให้ความปลอดภัยกับนายสนธิ ได้อย่างแน่นอน

 ส่วนบริเวณด้านล่างของตึก สก. ยังคงมีประชาชน เดินทางมาลงชื่อในสมุดนายสนธิ อย่างไม่ขาดสาย พร้อมกับบริจาคเงินสมทบกองทุนช่วยเหลือนายอดุลย์ แดงประดับ คนขับรถนายสนธิ ที่มีอาการสาหัส ทั้งนี้ นายสนิท วรปัญญา อดีตประธานวุฒิสภา ได้ส่งกระเช้าดอกไม้เยี่ยมนายสนธิด้วย

"ธานี"เรียกประชุมสางคดีลอบฆ่า"สนธิ"พรุ่งนี้
 
 พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดูแลคดีความในพื้นที่นครบาล เตรียมเรียกประชุมทีมชุดสอบสวนคดีลอบงยิง นายสนธิ  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในวันพรุ่งนี้ เวลาประมาณ 09.00 น. ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าได้มีการติดต่อ นายปัญญา นิรันดร์กุล พิธีกรชื่อดัง ให้ประสานนำแฟนพันธุ์แท้รถกระบะ เตรียมเข้าดูภาพรถเพื่อตรวจสอบว่า เป็นรถคันที่ก่อเหตุจริง โดยคนร้าย ดักซุ่มยิงเหยื่อและเชื่อว่ามีผู้ร่วมปฏิบัติงานอย่างน้อย 7 คน ขึ้นไป

 พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีความคืบหน้า หมายจับ 20 แกนนำนปช. คดีพยายามฆ่า นายกรัฐมนตรี ที่ กระทรวงมหาดไทย กองบัญชา-การตำรวจนครบาล ได้ตั้งรางวัลนำจับ รายละ 50,000 บาท ให้กับประชาชนที่พบเห็น หรือ แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมแกนนำได้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ทราบชื่อแกนนำ เพียงรายเดียวคือ นายสุพร อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ขณะที่บุคคลอื่นยังไม่ทราบชื่อ แต่ได้มีการนำภาพคนร้าย แจกแผ่นวีซีดีให้กับสื่อมวลชนเพื่อนำไปเผยแพร่แล้ว

 พธม.โคราชจี้ผบ.ทบ.-ผบ.ตร.ลาออก

 ทัณตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี เลขาธิการสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัดและประธานกลุ่มภาคีมวลชนคนโคราชรักประชาธิปไตยแกนนำพันธมิตรฯ ภาคอีสาน กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของพันธมิตรภาคอีสานหลัง นายสนธิถูกลอบยิงด้วยอาวุธสงครามว่า จะเป็นการเคลื่อนไหวที่เปราะบางมากขึ้น เพราะว่าผู้บงการสังหาร นายสนธิ เป็นผู้บงการที่มีหลายกระแส ถ้าเป็นกลุ่มของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะไม่มีความยุ่งยากซับซ้อนเพราะจะสอดคล้องกับกระแสการต่อสู้ เนื่องจากกลุ่มที่เป็นแนวร่วมด้วยกันได้ร่วมกันต่อสู้กับอดีตนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ต้น

 แต่หากผู้บงการสังหารนายสนธิ ไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดงหรืออดีตนายกรัฐมนตรี แต่เป็นกลุ่มของผู้ที่มีอิทธิพล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สามารถให้มือสังหารที่เป็นลูกน้องใช้ปืนอาก้า หรือปืนเอชเคก่อเหตุ ซึ่งวงการมือปืนถ้ารับจ้างทั่วไปนั้นปืนทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นปืนที่ไม่นิยมใช้กันแล้ว   อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพันธมิตรฯ หรือกลุ่มคนเสื้อแดงจะต้องมีการไตร่ตรองให้ดีเพราะอาจจะได้รับอันตรายและถูกโยนความผิดให้กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จนอาจจะถึงขึ้นเกิดการต่อต้านและเผชิญหน้ากันอีกของกลุ่มการเมืองต่างๆ  
 ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวนั้น ตนเองมองว่าเป็นการยุยงให้ 2 กลุ่มเผชิญหน้าโดยเมื่อทั้ง 2 กลุ่มปะทะกันจนบ้านเมืองได้รับความเสียหายแล้วกลุ่มมือที่ 3 หรือกลุ่มที่บงการฆ่า นายสนธิ ก็จะได้ประโยชน์มากที่สุด  ฉะนั้นการเคลื่อนไหวต่างๆขณะนี้ต้องวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ให้ดี เนื่องจากในปัจจุบันไม่ใช่มีเพียงกลุ่มการเมือง 2 กลุ่มระหว่างกลุ่มคนเสื้อเหลืองและกลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้น

 ส่วนการวางแผนลอบยิง นายสนธิ ในครั้งนี้มีการแผนที่ละเอียดและมีการเตรียมการไว้เป็นอย่างดี ซึ่งเท่าทีทราบมานั้น เวงในของทหารคงจะทราบกันดีว่าใครเป็นผู้บงการในเรื่องนี้แต่ไม่มีใครที่จะกล้าออกมาพูด โดยการลอบยิงครั้งนี้หวังผลหลายชั้น ประชาชนจะต้องไตร่ตรองและไม่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งเครือข่ายพันธมิตรฯ ทุกภูมิภาคได้มีการหารือกันและยืนยันว่าจะออกมาเคลื่อนไหว เพื่อให้รัฐบาลนำตัวคนกระทำผิดมาดำเนินคดี แต่จะเป็นช่วงเวลาใดนั้นต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง และการเคลื่อนไหวจะต้องเป็นการเคลื่อนไหวที่รอบครอบระมัดระวังและไม่ตกเป็นเหยื่อของมือที่3หรือผู้ที่ไม่หวังดีและเท่าที่ทราบเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองรุ่นใหม่จับมีกับคนมีสีกระทำการเรื่องนี้

 ทันตแพทย์ศุภผล กล่าวอีกว่า ส่วนตัวแล้วต้องการให้รัฐบาลดำเนินการจับกุมตัวผู้บงการเรื่องนี้มาลงโทษให้ได้โดยเร็ว แต่หากสุดท้ายแล้วการวางแผนในครั้งนี้เป็นฝีมือของบุคคลมีสีระดับสูงและไม่สามรถดำเนินการใดๆ ตนคิดว่า ผบ.ตร.จำเป็นที่จะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งจริงๆ แล้ว พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.จำเป็นที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกตั้งแต่เหตุการณ์ที่พัทยาและที่กระทรวงมหาดไทยก่อนหน้านี้แล้ว 
 นอกจากนี้ตนเองคิดว่า พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความมั่นคงของประเทศเช่นเดียวกัน ที่ปล่อยให้ผู้นำอาเซียนตกอยู่ในสถานการณ์ที่หวาดกลัวรวมทั้งสถานการณ์อื่นๆทั้งการทุบรถยนต์นายกรัฐมนตรีและเหตุเสื้อแดงปล้นรถแก๊ส เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการแก้ไขปัญหาที่สำคัญที่สุดคือนายกรัฐมนตรีจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาภายในรัฐบาลให้ลุล่วงเสียก่อน จัดการเรื่องความขัดแย้ง รวมถึงการจัดการประสิทธิภาพของระบบสื่อให้ได้ก่อนที่จะแก้ไขปัญหาอื่น

 พธม.เชื่อลอบสังหาร "สนธิ"โยงการเมือง

 เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 เม.ย.52 น.ส.เพ็ญพิมล ใสงาม ภรรยา พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือสารวัตรจ๊าบ หัวหน้าการ์ด และอดีตแกนนำพันธมิตรฯ บุรีรัมย์ ที่รถระเบิดเสียชีวิตเมื่อครั้งชุมนุมเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่กรุงเทพฯ พร้อมนายเสฎฐวุฒิ ชมภูพงษ์ เลขาสมัชชาประชาชนภาคอีสาน นายศักดิ์ชาย แต่งงาม กรรมการยามเฝ้าแผ่นดินบุรีรัมย์    นางลำยอง แสงดาว เลขาประธานเครือข่ายพันธมิตร อ.ประโคนชัย และเครือข่ายพันธมิตรในเขต อ.เมืองบุรีรมย์ อ.ประโคนชัย อีกร่วม 10 คน

 ได้ร่วมกันออกมาแถลงการณ์ ที่บ้านเลขที่ 1-4/6 ถ.อิสาณ ต.ในเมือง อ.เมืองบุรีรัมย์ ถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร จนได้รับบาดเจ็บเมื่อเช้าวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา นั้นไม่ได้ทำให้พวกเราชาวพันธมิตรบุรีรัมย์ ตระหนกตกใจจนเสียขวัญ เพราะเชื่อว่าวิถีทางต่อสู้เพื่อบ้านเมืองและสถาบันสำคัญ   ย่อมจะเกิดอุปสรรคและอันตรายขึ้นไม่วันใดวันหนึ่ง

 แต่เราก็เชื่อด้วยว่าทั้ง นายสนธิ และแกนนำคนอื่น จะต้องอยู่รอดปลอดภัย เพราะความดีและความจริงที่ชาวพันธมิตรพูดและต่อสู้ ย่อมจะเป็นเกราะป้องกันภัยให้ นายสนธิ ไม่ถึงแก่ความตาย และสุขภาพจะฟื้นคืนขึ้นอย่างรวดเร็ว                

 น.ส.เพ็ญพิมล พร้อมเครือข่ายพันธมิตรบุรีรัมย์ ได้กล่าวแถลงข้อความตอนหนึ่งว่า ความรู้สึกของชาวพันธมิตรฯ ที่มีต่อ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และแกนนำทุกๆ คน ก็คือ ความเชื่อมั่น ศรัทธาที่เกิดจากการอุทิศตัวของแกนนำพันธมิตรฯ ที่ทำหน้าที่เปิดโปงความชั่วร้ายของ “นักโทษชายทักษิณ และลูกสมุน” มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ท่ามกลางคมปาก คมหอก  คมดาบ และห่ากระสุนปืนทุกชนิด

 "พวกเราชาวพันธมิตรทั่วประเทศ ไม่ได้หลงไหลคลั่งไคล้แกนนำแบบไร้สมอง แต่ศรัทธาในเนื้องหาสาระที่แกนนำ  นำในการต่อสู้ พิทักษ์ แผ่นดินไทยและสถาบันสำคัญไม่ว่าแกนนำจะมีกี่คน จะเหลือกี่คน พวกเราชาวพันธมิตรฯ ก็จะยืนหยัดต่อสู้ต่อไปทุกรูปแบบไม่มีวันหยุดชะงักอย่างแน่นอน"               

 นอกจากนี้ในแถลงการณ์ยังฝากถึงนักการเมืองและข้าราชการไทยทั่วประเทศว่าหลายปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่า การต่อสู้เพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายของ “นักโทษชายทักษิณและลูกสมุน” ยืนอยู่บนความถูกต้อง ที่เกิดขึ้นอย่างกล้าหาญ ไม่กลัวลำบาก ไม่กลัวตาย ได้สร้างชัยแก่ประเทศไทยตลอดมา แต่กำลังฝ่ายนักโทษชายทักษิณและลูกสมุน มีแต่หดตัวลงทุนวัน แต่กำลังฝ่ายพันธมิตรฯ มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นนับตั้งแต่ลูกกระสุนนัดแรกที่เล็งไปที่ นายสนธิ ได้ลั่นขึ้น น่าจะเป็นเสียงปลุกมโนธรรมให้บังเกิดขึ้นตัวของพวกท่าน ฉุดพวกท่านให้ตื่นตัวขึ้น ร่วมกันกำจัด นักโทษชายทักษิณ และลูกสมุน ให้สิ้นซากจากแผ่นดินไทย  

 พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายหรือผู้บงการลอบสังหาร นายสนธิ มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยเร็ว เพราะเป็นการกระทำอย่างอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ทั้งที่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมมั่นใจว่าปมการลอบสังหาร นายสนธิ เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการเมืองอย่างแน่นอน  เพราะนายสนธิ ได้เปิดโปงปูมหลังของนักการเมืองระดับสูง ประกอบกับอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ เป็นอาวุธสงครามมีอานุภาพร้ายแรง

 เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นฝีมือของประชาชนคนธรรมดา น่าจะเป็นกลุ่มคนมีสี จึงร้องขอความเป็นธรรมในการสืบสวนติดตามคดีให้กับ นายสนธิ เพราะได้อุทิศตนต่อสู้เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด

 น.ส.เพ็ญพิมล ยังระบุอีกว่า ในช่วงนี้เครือข่ายพันธมิตรใน จ.บุรีรัมย์ จะยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ  แต่ยืนยันว่า หากมีมติจากแกนนำ หรือมีเหตุการณ์ที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน สังคม และประเทศชาติบ้านเมืองก็พร้อมที่จะร่วมกันลุกขึ้นมาต่อสู้เคลื่อนไหวร่วมกับพี่น้องพันธมิตรทั่วประเทศ               

 ด้านนายศักดิ์ชาย แต่งงาม กรรมการยามเฝ้าแผ่นดินบุรีรัมย์ ได้ฝากถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.และผู้ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงว่าที่ท่าน ผบ.ทบ. และนายตำรวจใหญ่นายหนึ่ง ได้ออกมาพูดให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับฟังว่า   ประชาชนทั่วไปก็มีอาวุธสงครามเช่นนี้ได้ ซึ่งอาวุธที่ท่านระบุเป็นอาวุธที่ใช้ในสงคราม หากประชาชนมีอาวุธดังกล่าวอย่างที่พูด แล้วบ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร ท่านก็ควรจะพิจารณาตัวเองว่าการที่ออกมาพูดเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่มี ผบ.ทบ. หรือนายตำรวจคนใดออกมาพูดว่าประชาชนจะมีอาวุธสงครามอยู่ในครอบครองได้เลย และยังเป็นน่าสังเกตว่าประชาชนคนธรรมดาจะสามารถนำอาวุธสงครามเข้าไปก่อเหตุกลางกรุง ในช่วงที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้อย่างไร    แม้แต่กล้องวงจรปิดก็ยังใช้การไม่ได้ถึง 5 ตัวในขณะเกิดเหตุนั้นหมายความว่าอย่างไร ประชาชนยังรอฟังคำตอบจากท่านอยู่