ข่าว

'ประชา'ปล่อยโฮแถลงสื่อ"เอ๋"ดอดฟัง

'ประชา'ปล่อยโฮแถลงสื่อ"เอ๋"ดอดฟัง

12 พ.ค. 2554

"ประชา"ปล่อยโฮแถลงข่าวครั้งแรกท่ามกลางการรปภ.ของตำ รวจ ขออโหสิให้คนทำ ไม่ขอบอกว่าฝีมือใครแต่ให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่แล้ว "เอ๋-ชนม์สวัสดิ์"ดอดฟังด้วย "สุเทพ” โยน“ประชา” เปิดเผยชื่อลูกนักการเมืองบงการสาดกระสุน

(12พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. นายประชา ประสพดี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เปิดแถลงข่าวตามที่ได้นัดไว้โดยปรากฎตัวบนรถเข็นมีสายน้ำเกลือและผ้าพันแผลอยู่ตามร่างกายนอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6-7 นาย มาคอยรักษาความปลอดภัย ทั้นี้ตลอดเวลาการแถลงข่าวนายประชาอยุ่ในสภาพที่อิดโรย ทั้งนี้นายประชายังได้โชว์ภาพบาดแผลที่ถูกยิงบนิเวณหลัง พร้อมทั้งระบว่าในร่างกายของตนยังมีสะเก็ดกระสุนตกค้างอีก 9 แห่ง และที่หัวมีรอยถากของ กระสุนเอ็ม- 16 ความยาวประมาณ 3 เซ็นติเมตร ทั้งนี้ในการแถลงข่าวนายประชาได้ร้องไห้พร้อมทั้งบอกว่าอโหสิให้คนทำ

 นายประชา เล่าถึงเหตุการณ์ว่าวันเกิดเหตุตนได้ออกจากงานศพและไปส่งคนขับรถ เมื่อแยกกันแล้วตนก็ขับรถไม่เร็วนัก พอถึงสถานที่ก็ได้ยินเสียงปืน และรู้สึกว่ามีกระสุนเข้าตรงเบาะและรู้สึกเจ็บที่กลางหลัง และพอรู้ตัวว่าถูกยิงก็โทรหาน.พ.วัลลภ ไทยเหนือ เพื่อประสานให้รถพยาบาลมารับ ระหว่างนั้นรู้สึกว่ามีกระสุนชุดที่สองเข้ามาเลยเอียงตัวนอนลงหลบ และอยู่ในรถรอให้รถพยาบาลมารับในที่สุด

 ตนคาดว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นการเมือง ส่วนเรื่องของคนร้ายเป็นใครนั้นไม่ขอพูด โดยขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ เพราะตนได้ให้ข้อมูลทั้งทางลับและทางแจ้งไปหมดแล้ว นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลกับผู้ใหญ่ในพรรคเช่น พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ตนอยากให้ตำรวจทำงานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

 "ฝากบอกนายสุเทพ(เทือกสุบรรณ)ที่บอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและผมนำมาโยงกับการเมือง ผมไม่เอาชีวิตมาแลกกับการเมือง อย่าซ้ำเติมกัน ผมไม่เคยทำร้ายคุณ อย่างน้อยก็น่าจะมาเยี่ยมกันสักหน่อย อยากฝากให้ดูแลความเป็นธรรมให้ทุกพรรค ทั้งนี้ขอขอบคุณนายกฯที่มาเยี่ยมและอยากให้ดูแลผู้สมัครทุกเขต นอกจากนี้ขอขอบคุณผบ.ตร. ที่ประสาน ตำรวจให้มาดูแล และฝากถึงผู้สมัครทุกคนว่าอย่าประมาท เพราะบางครั้ง ผู้สมัครอาจเป็นคนดี แต่คนใกล้ชิดอาจทำไปนอกเหนือคำสั่งได้ "นายประชากล่าวว

 นายประชายังกล่าวอีกว่า วานนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โทรมาหาและบอกให้ตนย้ายมาที่โรงพยาบาลพระราม 9 และจากนี้ไปก็ต้องระวังตัวให้มากขึ้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวครั้งนี้มีนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม มานั่งข้างๆร่วมรับฟังและเมื่อแถลงจบก็เดินมาจับมือกับนายประชา อย่างไรก็ตามสีหน้าของทั้งสองคนก็ไม่สู้ดีนัก

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรักษาการรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุลอบยิงนายประชา ประสพดี อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ซึ่งออกมาระบุว่ามีการเชื่อมโยงถึงลูกชายของอดีตนักการเมืองใหญ่รายหนึ่งว่า ทำไมไม่ถามนายประชาให้ชัดไปเลยว่าเป็นใคร ตนไม่ทราบว่าเป็นใครตอบไม่ได้ คงต้องรอจนเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน ​เราอยู่กับข้อเท็จจริงถ้าตำรวจได้พยานหลักฐานว่าชื่ออะไร จะเป็นลูก เป็นพ่อ เป็นลุง เราก็จับมาดำเนินคดีทั้งนั้น ​ยืนยันว่าเรารักษากฎหมาย ใครที่ทำผิดเรื่องนี้มีพยานหลักฐาน เราดำเนินคดี

 นายสุเทพ กล่าวว่า ความคืบหน้าเรื่องนี้มีการรายงานมาเป็นระยะจาก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ.10) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งได้รายงานผลงานการสอบสวน และมีความคืบหน้ามาตามลำดับ ทั้งเรื่องกระสุน รถที่ใช้ แต่จะไปลงในรายละเอียดไม่ได้ ส่วนเรื่องการจับกุมผู้ต้องหานั้น ตำรวจต้องรอบคอบ ไม่สามารถพูดจาเอามันได้ ต้องมีพยานหลักฐานมั่นคงพอจะขอหมายศาลมาดำเนินจับกุมเพื่อดำเนินคดีต่อไป ตนคงไม่ไปกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต้องคืบจับกุมให้ได้ภายใน 24-36 ชม. แต่เรียนแล้วว่าคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน เป็นคดีแรกที่เกิดขึ้นในบรรยากาศการเลือกตั้ง ซึ่งอาจไม่ใช่การเลือกตั้งระดับชาติก็ได้ และน่าสงสัยว่าเป็นการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดมากกว่า อย่างไรก็ตามก็ต้องรอความชัดเจนจากตำรวจ

 นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อเป็นคดีที่สนใจของประชาชนต้องระดมตำรวจมือดีลงไปสะสางคดี ทั้งตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจสันติบาล ตำรวจพื้นที่ บูรณาการ ตนเชื่อว่าเราน่าจะรวบรวมประจักษ์พยานหลักฐานทั้งหลายพอที่จะระบุตัวผู้ต้องหาได้ ซึ่งตนคงไม่พูดล้ำหน้าตำรวจ และเรื่องความเร็วความช้าในการทำคดีเราต้องไม่ไปกดดันตำรวจ บางคดีทำยาก บางคดีทำงานต้องให้เขาว่าไปตามวิชาชีพของเขา

 เมื่อถามว่า พล.ต.อ.อัศวิน ระบุว่าคนก่อเหตุอาจจะเป็นคนในเครื่องแบบ นายสุเทพ กล่าวว่า พล.ต.อ.อัศวิน คงไม่พูดอย่างนั้นเพราะเป็นตำรวจ แต่นายประชา อาจจะพูดแต่ตนไม่ยืนยัน แต่การพูดอย่างนั้นเป็นการสรุปเร็วไป อาวุธปืนที่ใช้ ใช้ในราชการสงคราม อาจจะเป็นปืนที่ทหารถือ ตำรวจถือ หรือผู้ร้ายถือก็ได้ เพราะปืนราชการก็หายประจำตั้งแต่ 10 เม.ย. 2553 ดังนั้นจะไปอยู่ในมือใครก็ไม่รู้