
อภิสิทธิ์วอนพันธมิตรสงบหลังสนธิถูกยิง
"นายกฯอภิสิทธิ์ "แจงเหตุคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินหวังแก้ปัญหาระยะยาว เตรียมเสนอกฎหมายป้องกันม็อบก่อจลาจล วอนคนเสื้อเหลืองตั้งสติอย่าเอาการลอบสังหาร"สนธิ"มาเป็นประเด็นการเคลื่อนไหวรอบใหม่ ประกาศจะหาตัวคนผิดมาลงโทษให้เร็วที่สุด ผบ.ตร.รับลูกมอบ "จงรัก"ดูกฎหมายดังกล
(19เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ถึงการยังไม่ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ทราบเป็นอย่างดีว่า การประกาศพ.ร.ก.ภาวะฉุกเฉินนั้น จะต้องส่งผลกระทบต่อความเข้าใจของต่างประเทศอยู่บ้าง แต่ที่ผ่านมาได้ปรึกษาหารือกับผู้ประกอบการในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ประกอบการการท่องเที่ยว และอธิบายให้เข้าใจว่า รัฐบาลยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องคงประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้อีกระยะหนึ่ง ซึ่งผู้ประกอบการในส่วนต่างๆ ก็เข้าใจในการตัดสินใจของรัฐบาลที่ต้องการสร้างความสุขสงบให้เกิดอย่างแท้จริง ไม่ใช่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แล้วเหตุการณ์ความวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้นย้อนกลับเข้ามาเกิดขึ้นใหม่อีก ซึ่งจะทำให้ภาคธุณกิจ และเศรษฐกิจของประเทศจะได้รับผลกระทบเกินจะกลับมาแก้ไขได้อีก
นายกฯ กล่าวอีกว่า เวลานี้ คือ ตนอยากจะเรียกร้องไปยังทุกฝ่ายขอให้อยู่ในความสงบ และขอให้มีความมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในเวลานี้จะไม่มีการไปไล่ล่า หรือจะไปลุกคืบในการที่จะเอาชนะคะคานในทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาชุมนุมที่ทำเนียบฯ และชุมนุมกันโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งตนก็จะพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกคนต่อไป
"แต่ใครก็ตามที่จะพยายามสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง โดยมีการพูดข่มขู่คุกคาม โดยเฉพาะพูดว่าจะมีการปฎิบัติการจากบนดินลงไปในใต้ดิน สิ่งนี้ผมอยากจะเรียกร้องให้ทุกฝ่ายควรจะเรียกร้องและบอกเขาเหล่านั้นว่า สิ่งที่พวกเขากำลังคิดนั้นกำลังเป็นการทำร้ายประเทศชาติ และทำร้ายประชาธิปไตย และกำลังนำหลักประชาธิปไตยของประเทศกลับไปสู่ความเสี่ยง ซึ่งตนอยากจะให้ทำทุกอย่างกลับไปสู่กรอบของกฎหมาย ซึ่งทุกอย่างก็จะเดินหน้าต่อไปได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า
ในส่วนครม.เองก็กำลังพิจารณาว่าในวันข้างหน้าจะต้องมีแนวทางในการป้องกัน ที่จะไม่ให้การชุมนุมที่เป็นการชุมนุมตามกฎหมายและเป็นตามรัฐธรรมนูญจะเข้าไปประสมปนกับกับการก่อการจราจลต่อไปอีกได้ ซึ่งในเรื่องนี้ที่ผ่านมาทางตำรวจเองก็เคยเสนอในเรื่องดังกล่าวนี้ ซึ่งรัฐบาลเองก็เห็นด้วยในหลักการที่จะเอากฎหมายนั้นมาพิจารณา แต่สิ่งที่สำคัญคือ กฎหมายดังกล่าวนี้จะต้องไม่ไปริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญกฎหมายดังกล่าวนี้จะสามารถนำมาใช้ได้ โดยที่รัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องปลายเหตุ แต่เรื่องปลายเหตุดังกล่าวนี้ รัฐบาลคงจะต้องมีการดำเนินการนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมีความห่วงใย และมีความรู้สึกขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งขึ้นมาใหม่อีก อย่างไรก็ตามตนขอให้ความมั่นใจว่าคดีนี้จะได้รับการสะสางอย่างตรงไปตรงมาอย่างรวดเร็วที่สุด
"เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ผมอยากจะเรียกร้องไปยังพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ ขอให้ตั้งอยู่ในความสงบ ขออย่าได้นำเรื่องดังกล่าวนี้นำไปเป็นปัญหาจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่อาจจะเกิดความรุนแรง เพราะหากเกิดเรื่องดังกล่าวจริง ก็จะนำเรื่องทั้งหมดย้อนกลับไปสู่ความพยายามที่นำไปสู่ความเสี่ยงของหลักประชาธิปไตย และนำไปสู่ความโกลาหลและจะมีผลต่อความสงบสุขภายในประเทศ และจะยากต่อการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลต่อไป พร้อมจะเร่งหาตัวคนผิดมาลงโทษให้เร็วที่สุด
ส่วนปัญหาที่อยู่ในใจของผู้ชุมนุมที่เดินทางมาร่วมชุมนุมว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมยืนยันว่าตลอดระยะเวลาสองสัปดหาที่ผ่านมา ผมก็ยังเป็นผมอยู่เหมือนเดิม ใช้โทรศัพท์เบอร์เดิม ซึ่งในระหว่างที่มีการชุมนุมก็มีผู้ชุมนุมโทรศัพท์มาแสดงความคิดเห็นบางครั้งด้วยอารมณ์ด่าท้อด้วยถ้อยคำต่างๆ แต่ผมยืนยันว่าการที่ผมรับโทรศัพท์เพื่อยอมรับฟังความคิดเห็นจริงๆ ส่วนบางเรื่องผมอยากจะบอกว่ายังมีความเข้าใจผิด เช่น เรื่องที่มีการพุดว่าผมและทหารมีความจงใจที่จะทำร้ายประชาชน เรื่องนี้ผมขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น ถ้าใครมีข้ออะไรก็ขอให้นำมาผม และเจ้าหน้าที่พร้อมที่จะตรวจสอบให้ทุกกรณี"นายกฯกล่าว
ผบ.ตร.สั่งสอบข้อข้อบกพร่องอารักษาผู้นำอาเซียนที่พัทยา
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งกำชับการปฏิบัติหน้าที่ ไปยังรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงผู้บังคับการในสังกัด ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงปัญหาอุปสรรค และข้อบกพร่อง ในการรักษาความปลอดภัย การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ในพื้นที่เมืองพัทยา และพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้รับผิดชอบแต่ละระดับว่า ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ พร้อมให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล เร่งเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความสงบ และเพิ่มความเข้มข้นในการสืบสวนหาข่าว และสอดส่องวิทยุชุมชนที่ออกอากาศในลักษณะยั่วยุ
ส่วนการสืบสวนดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุม มอบหมายให้ พ.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติควบคุมดูแล รวมถึงคดีของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ และให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งจับกุม
ผู้กระทำผิดโดยเร็วที่สุด ขณะนี้มอบให้ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ศึกษาร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ เพื่อเร่งรัดปรับเป็นกฎหมายใช้โดยเร็ว
เสื้อแดงเชียงใหม่ทำบุญใหญ่ปลอบขวัญผู้ชุมนุม
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 เม.ย.กลุ่มคนเสื้อแดงได้จัดพิธีทำบุญสะเดาห์เคราะห์ปลอบขวัญกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางกลับจากการชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุม ที่โรงแรมวโรรส แกรนด์พาเลซ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
กลุ่มเสื้อแดงได้นิมนต์พระสงฆ์ 42 รูปจากวัดต่างๆในจ.เชียงใหม่ โดยมีครูบาจันทรังษี เจ้าอาวาสวัดกู่เต้า ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมพิธีในครั้งนี้ประมาณ 300 คน ส่วนใหญ่ไม่ได้สวมเสื้อสีแดงมาร่วมพิธี เนื่องจากแกนนำได้ขอร้องไว้ โดยระบุว่างานครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
ส่วนพิธีทางศาสนาถูกจัดขึ้นภายในห้องประชุมภายในโรงแรมฯ โดยมีชุดสังฆทานจำนวนหนึ่งที่มีเจ้าภาพร่วมจองเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศล ชุดละ 1,500 บาท นอกจากนี้มีการจัดกระทงสะเดาเคราะห์ มีการจุดเทียนขนาดใหญ่รอบฐานที่ทำจากต้นกล้วย และมีรายชื่อของประชาชนที่มาร่วมงานเขียนอยู่ในกระดาษวางอยู่ในกระทงสะเดาห์เคราะห์ด้วย
นอกจากนี้กลุ่มคนเสื้อแดง ยังได้ตั้งโต๊ะให้ประชาชนร่วมลงชื่อ และนำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนมายื่น เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นศาลปกครองเชียงใหม่ ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หลังมีคำสั่งให้สถานวิทยุชุมชน คลื่นเอฟเอ็ม 92.5 เมกะเฮิรตซ์ ที่ตั้งอยู่ในโรงแรมวโรรส หยุดออกอากาศตั้งแต่เวลา 18.00 น.วันที่ 20 เม.ย.นี้
ส่วนบริเวณหน้าโรงแรมมีการจัดบอร์ดนำภาพเหตุสลายการชุมนุม และกลุ่มเสื้อแดงที่บาดเจ็บมาติดให้ประชาชนที่ร่วมงานชม รวมทั้งมีบอร์ดกิจกรรมการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยมีภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำคนสำคัญของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เช่น นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล นางกัญญภัค มณีจักร หรือ ดีเจอ้อม ติดอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตามการ จัดพิธีทำบุญครั้งนี้ ไม่ปรากฎแกนนำที่ถูกออกหมายจับ 3 คน คือนายเพชรวรรต นางกัญญาภัค และนายภูมิใจ ไชยยา มาร่วมงานแต่อย่างใด โดยกลุ่มคนดเสื้อแดง แจ้งว่า แม้ไม่มีแกนนำมาเป็นประธานและร่วมงาน แต่กลุ่มคนเสื้อแดงทุกคนถือเป็นเจ้าภาพร่วมกัน โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนาในช่วงเช้า ช่วงบ่ายจะมีการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ส่วนช่วงเย็นจะมีงานเลี้ยงสังสรรค์และการแสดงดนตรีที่หน้าโรงแรมวโรรส



