ข่าว

ยื่นประกัน"จตุพร-นิสิต"ศาลไม่อนุญาต

ยื่นประกัน"จตุพร-นิสิต"ศาลไม่อนุญาต

12 พ.ค. 2554

"จตุพร-นิสิต"เดินเข้าคุกหลังศาลถอนประกันฐานปราศรัยสร้างความสับสนพฤติการณ์เป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงรัฐ เจ้าตัวยิ้ม ระบุ พร้อมใช้ชีวิตปกติแบบไร้อิสรภาพในเรือนจำ แม้นยื่นประกันศาลก็ยังไม่อนุญาต "ก่อแก้ว" เผยนัดประชุมกำหนดท่าทีพรุ่งนี้ (13 พ.ค.)

(12พ.ค.) เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่ง ตามที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาเปลี่ยนแปลง เงื่อนไข การอนุญาตปล่อยชั่วคราว นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.), นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ , น.พ. เหวง โตจิราการ , นายก่อแก้ว พิกุลทอง , นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา , นาย ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก , นายนิสิต สินธุไพร และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แกนนำ นปช. จำเลยที่ 1-8 และ 10 คดีร่วมกันก่อการร้าย จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) รวบรวมพยานหลักฐานพบว่า 9 แกนนำ นปช. มีพฤติการณ์กระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ 112 ในการจัดชุมนุมของ นปช. เมื่อวันที่ 10 เม.ย.54 ที่ครบรอบ 1 ปีการรำลึกถึงสมาชิก นปช.ที่เสียชีวิต จากการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ราชดำเนิน แล้วพบว่าพวกจำเลยฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวของศาล ซึ่งได้ขึ้นเวทีปราศรัยและได้กล่าวพาดพิงหมิ่นสถาบัน

 โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า กรณีของนายวีระ นายณัฐวุฒิ น.พ.เหวง นายก่อแก้ว นายขวัญชัย นายยศวริศ และนายวิภูแถลง จำเลยที่ 1, 3-7, 10 พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เห็นได้ว่า ประพฤติผิดเงื่อนไขตามคำสั่งของศาล หรือมีพฤติการณ์การกระทำอื่นใดที่จะเป็นเหตุให้ศาลเพิกถอนสัญญาประกัน

 ส่วนนายจตุพร จำเลยที่ 2 และนายนิสิต จำเลยที่ 8 ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโดยละเอียดแล้ว เห็นว่า พฤติการณ์การกระทำตลอดจนคำพูดของจำเลยที่ 2 และ ที่ 8 มีลักษณะส่อไปในทางที่อาจจะทำให้ประชาชนทั่วไปสับสนในข้อเท็จจริงจนถึงขั้นก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ซึ่งนับว่าเป็นการก่อเหตุอันตรายและเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักรที่เป็นเหตุที่ศาลจะเพิกถอนสัญญาประกันจึงมีคำสั่งเพิกถอนสัญญาประกันเฉพาะนายจตุพร จำเลยที่ 2 และนายนิสิต จำเลยที่ 8

 ทั้งนี้ภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งแล้ว เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ควบคุมตัวนายจตุพร และนายนิสิต ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

 อย่างไรก็ตามแม้มีคำสั่งดังกล่า นายจตุพร ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม และกล่าวก่อนถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำว่า ไม่รู้สึกกังวลอะไร พร้อมน้อมรับคำสั่งและใช้ชีวิตตามปกติอย่างไร้อิสรภาพในเรือนจำ โดยหลังจากนี้จะให้ทีมทนายความยื่นประกันใหม่ และอุทธรณ์คำสั่งต่อไป ส่วนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงก็ยังดำเนินการต่อเพราะมีแกนนำอื่นและมวลชนอยู่ ขณะที่ส่วนของพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้พูดคุยอะไร หลังจากนี้พรรคคงต้องหารือว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างงไร แต่ส่วนตัวยังมีชื่อเป็นผู้สมัครของพรรคอยู่เพราะตนไม่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุด

 ทั้งนี้ นายจตุพร ยังกล่าวถึงการลอบยิงนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นสัญญาณในการล้มการเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงอยากฝากถึงรัฐบาลว่าอย่าออกมาสร้างภาพในการตามหาตัวคนร้าย แต่ควรปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าไปอย่างปกติ

 ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่าการชุมนุมวันที่ 19 พ.ค.นี้ ยังจะคงมีต่อไป โดยแกนนำที่เหลือจะร่วมเคลื่อนไหว และไม่จำเป็นต้องปรับรูปแบบการปราศรัย เพราะทุกคนไม่มีพฤติการณ์ที่จะทำการฝ่าฝืนเงื่อนไขประกันตัว

 ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร กล่าวว่า หลังจากนี้จะเตรียมรวบรวมเอกสาร เพื่อยื่นคำร้องขอประกันตัวนายจตุพร และนายนิสิต ใหม่ โดยใช้หลักทรัพย์เดิม 1 ล้านบาทขณะเดียวกันจะหาหลักทรัพย์เพิ่มเติมด้วย

 นายวิญญัติ กล่าวด้วยว่า การยื่นประกันได้ระบุในคำร้องว่า จำเลยทั้งสองน้อมรับคำสั่งศาล และพร้อมจะปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ อีกทั้งจำเลยทั้งสองเป็น ส.ส. และอดีต ส.ส.หลายสมัย ซึ่งขณะนี้กำลังจะมีการจัดการเลือกตั้ง จึงขอโอกาสในการปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง อย่างไรก็ดีหลังจากนี้ต้องรอฟังคำสั่งศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร หากศาลอาญาไม่อนุญาตให้ประกันตัวก็ต้องพูดคุยกับนายจตุพร และนายนิสิต ตัวความอีกว่าจะดำเนินการอย่างไรซึ่งเรายังสามารถใช้สิทธิ์ที่มีตามกฎหมายยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้

 ส่วนการอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลเพิกถอนประกันนั้นกำลังหารือกัน เนื่องจากยังมีปัญหาข้อกฎหมายว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 บัญญัติเกี่ยวกับการมีคำสั่งระหว่างการพิจารณาไว้ว่า การยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่มีขึ้นระหว่างการพิจารณาคดีนั้นยังทำไม่ได้ทันที ต้องรอให้คดีมีคำพิพากษาก่อน จึงยังมีปัญหาว่ากรณีที่ศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนประกันคดีก่อการร้าย ที่ศาลยังไม่มีคำตัดสิน น่าจะยังดำเนินการไม่ได้ทันทีในขณะนี้ ดังนั้นทนายความจึงเลือกวิธีการยื่นคำร้องขอประกันตัวใหม่  

ศาลไม่ให้ประกันรอบใหม่"จตุพร - นิสิต"

 ต่อมาเวลา 14.30 น. ศาลอาญามีคำสั่งให้ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยศาลพิเคราะห์พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองแล้วเห็นว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยทั้งสอง อาจก่อเหตุอันตรายประการอื่น จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาจำเลยทั้งสอง ให้ยกคำร้อง

ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมว่า นายจตุพรมีสีหน้าสบายไม่กังวลแต่อย่างใด พร้อมบอกให้มวลชนเสี้อแดงอย่าหลงกลก่อความรุนแรงและบอกให้คนเสื้อแดงต้องเข้าสู่ขบวนการเลือกตั้งให้ได้เพราะเป็นเรื่องใหญ่การที่ตัวเองถูกถอนประกันเป็นเรื่องเล็กต้องคืบหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ขอให้ทุกคนอย่ามีอารมณ์

"ก่อแก้ว"เผยนัดประชุมกำหนดท่าทีพรุ่งนี้(13 พ.ค.)

 ขณะที่นายวิภูแถลง กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมนายจตุพร  และนายนิสิต สินธุไพร ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯว่า นายจตุพรมีความเครียดมาก เนื่องจากไม่คิดว่าจะถูกถอนประกันตัว ซึ่งการถอนประกันทำให้คนเสื้อแดงรู้สึกผิดหวัง แต่นายจตุพรฝากให้มาบอกคนเสื้อแดงว่าขอให้ทุกคนใจเย็น อยู่ในความสงบ โดยในวันพรุ่งนี้(13 พ.ค.) แกนนำจะประชุมหารือและแถลงข่าวที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังจากนี้

 เช่นเดียวกับนายก่อแก้ว พิกุลทอง ยอมรับว่า นายจตุพรรู้สึกตกใจกับการถูกถอนประกันตัว เนื่องจากหลักฐานที่ดีเอสไอยกมาอ้างนั้นเป็นเรื่องอื่นที่ไม่ใช่คดีก่อการร้าย แต่นายจตุพรก็เคารพในการพิจารณาคดีของศาล อย่างไรก็ตาม การถอนประกันตัวนายจตุพรวันนี้คนเสื้อแดงรู้สึกไม่แฮปปี้ หลายคนที่มาเยี่ยมก็มีความเคียดแค้นอย่างเห็นได้ชัด ตนจึงต้องขอร้องให้ทุกคนอยู่นิ่งๆอย่างสงบรอดูท่าทีทุกด้านก่อน ซึ่งก่อนกลับนายจตุพรบอกว่ายังมีกำลังใจดีพร้อมจะสู้ต่อไป นอกจากนี้ยังสั่งให้ช่วยดูแลคนเสื้อแดงให้อยู่ในความสงบ อย่าเคลื่อนไหวรุนแรงเพราะอาจผิดกฎหมาย อาจนำไปอ้างให้มีการล้มเลือกตั้ง ทั้งนี้การชุมนุมในวันที่ 19 พ.ค. จะยังคงดำเนินการต่อไปแน่นอน

 นายก่อแก้ว กล่าวอีกว่า ก่อนหน้าจะถูกถอนประกัน ตนยังพูดแซวนายนิสิตว่าขณะนี้มีรถตำรวจมาจอดเทียบที่ศาล หากถูกถอนประกันอยากกินอะไร นายนิสิตก็บอกว่าชอบกินลาบก้อย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ทางเรือนจำฯเปิดให้คนเสื้อแดงได้เข้าเยี่ยม นายจตุพร และนายนิสิต เป็นวันแรกในช่วงเวลา 13.30 น. ปรากฏว่าได้มีบรรดาญาติของนายจตุพรและนายนิสิตทยอยเข้าเยี่ยม อาทิ นางพรหมภัสสร พรหมพันธุ์ ภรรยานายจตุพร ได้อุ้มลูกชายมาด้วย คือ ด.ช.ปัญณภัส พรหมพันธุ์ วัย 1 ขวบ และบรรดาแกนนำนปช. อาทิ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก รวมทั้งสมาชิกคนเสื้อแดงกว่า 300 คน ได้เข้าเยี่ยมกันอย่างเนืองแน่น โดยนายจตุพร สวมเสื้อยืดสีฟ้าที่ทางญาตินำมาให้ใส่ออกมาพบผู้ชุมนุมที่ห้องเยี่ยมญาติด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อคนเสื้อแดงเห็นหน้านายจตุพรต่างพากันหลั่งน้ำตาออกมาเกือบทุกคน และพากันตะโกนให้กำลังใจนายจตุพรสนั่นห้องเยี่ยม จนกระทั่งเวลา 14.30 น.หมดเวลาเยี่ยมทางผู้ชุมนุมจึงทยอยเดินออกมาและไปรวมตัวอยู่ที่หน้าเรือนจำฯ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง

 ส่วนบรรยากาศภายในห้องเยี่ยมกลุ่มคนเสื้อแดงต่างรอเข้าเยี่ยมนายจตุพรและนายนิสิตกันเป็นจำนวนมากจนแน่นห้องรอเยี่ยมที่ทางเรือนจำจัดไว้ให้ญาติรอเยี่ยม

ขณะที่บรรยากาศโดยรอบศาล ตลอดแนว ถ.รัชดาภิเษก นั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จำนวน 6 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดกองบังคับการปราบปรามจำนวน 1 กองร้อยมาดูแลความเรียบร้อยและการจราจร โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจแกนนำ นปช. ด้วย และเมื่อรถของราชทัณฑ์จะนำตัวนายจตุพร และนายนิสิต ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ มีกลุ่มเสื้อแดงบางส่วนมายืนรวมกลุ่มบนถนนไว้ จนทำให้รถเรือนจำต้องเปลี่ยนเส้นทาง

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนประกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิสิต สินธุไพร 2 แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่า คนเหล่านี้เป็นผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีและขอประกันตัว ซึ่งศาลก็กำหนดเงื่อนไขว่าให้ปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง เมื่อปฏิบัติไม่ได้ ฝ่าฝืนเงื่อนไขในข้อห้ามที่ศาลกำหนด ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ศาลจะพิจารณาถอนประกัน ส่วนสถานการณ์หลังจากควบคุมตัวนั้นคิดว่าถ้าทุกคนเคารพกฎหมายบ้านเมือง เคารพกติกาสังคม ก็ไม่ต้องสร้างเหตุให้วุ่นวาย เพราะไม่ได้หมายความว่าถ้าถอนประกันแล้วจะเป็นที่สิ้นสุดของคดีความ เพราะยังสามารถต่อสู้คดีได้ แต่ถ้าลุแก่อำนาจ เห็นว่าพวกมากมีอิทธิพลมาก ก่อกวนความสงบ คนที่เคารพกฎหมายบ้านเมืองก็รับไม่ได้ ก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม

 เมื่อถามว่าคำสั่งถอนประกันจะส่งผลกับการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องการชุมนุมใหญ่นั้นหยุดไปได้แล้ว พรรคเสื้อแดงก็ลงรับสมัครรับเลือกตั้ง วันนี้ก็ได้หัวหน้าแล้ว จะได้ผู้นำแล้ว ควรจะเอาสักทาง แต่ถ้าลงสมัครแข่งขันด้วย เอาคนปลุกระดม เอากองกำลังติดอาวุธด้วย มันก็ไม่ไหว ประชาธิปไตยไม่ใช่อย่างนั้น ยกระดับชีวิตจิตใจตัวเองให้สูงขึ้นมาตรฐานโลกหน่อย เมื่อถามว่า กลุ่มเสื้อแดงอ้างว่าแกนนำไม่ได้ขึ้นเวทีด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจะไปเถียงกับเขาทำไม ให้เขาไปพิสูจน์ความถูก-ผิดในศาล ระบบรัฐบาลนี้ใช้ระบบยุติธรรม ไม่เหมือนรัฐบาลก่อนที่ใช้ระบบอุ้มฆ่า ไม่เปิดโอกาสให้ต่อสู้เลย

 เมื่อถามว่า ถ้ามีพรรคการเมืองใช้เวทีคู่ขนานทั้งใน-นอกสภาด้วย จะเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่างยิ่ง ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่มาตรฐานสากล ไม่มีประเทศไหนในโลกที่พรรคการเมืองแข่งกันและมีกองกำลังทั้งติดอาวุธ และไม่ติดอาวุธมาสนับสนุนข่มขู่ประชาชน อย่างนั้นไม่เป็นประชาธิปไตย เมื่อถามย้ำว่า ยังเชื่อว่ามีกองกำลังติดอาวุธอยู่ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังต้องพิสูจน์กันอีกเหรอ ก็เห็นยังเคลื่อนไหวกันอยู่ ยังคึกคักกันอยู่ ยังฝึกอบรมในประเทศเพื่อนบ้าน ยังเตรียมที่จะส่งเข้ามาได้ทุกเวลา บางส่วนส่งเข้ามาก็จับกลุ่มกันได้แล้ว ยังสงสัยอะไรอยู่ สำนวนก็อยู่ที่ตำรวจอยู่แล้ว

 เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองภายนอกประเทศที่จะเข้ามาทำลายการเมืองในประเทศ ยืนยันว่ายังมีอยู่และพร้อมที่จะเข้ามาตลอดเวลาใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า จะไปยืนยันแทนไมได้ แต่จากข้อมูลข่าวสารที่ประมวลมาคนเหล่านี้มีการกระทำที่เชื่อมโยงกัน แบ่งหน้าที่กันทำ เป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งก็มีมีความพยายามสกัดตลอดเวลา เข้ามาก็จับกุม

 เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีแนวโน้มจะชู น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงสมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคจะมีแนวทางอย่างไรที่จะใช้แข่งขันกับพรรคเพื่อไทยบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า จริงๆ ตนไม่ได้ถือว่าแข่งกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่เราแข่งกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สิ่งที่พรรคเพื่อไทยกำลังจะนำเสนอประชาชนทั้งหมดคือเรื่องของระบอบทักษิณ ไม่ใช่พรรคการเมืองปกติ ใครจะขึ้นมาเป็นนอมีนีเบอร์ 1 ก็ขึ้นอยู่กับทักษิณ ตนก็พูดมาตลอด แต่ในส่วนเฉพาะของน.ส.ยิ่งลักษณ์ตนก็ยินดีต้อนรับด้วยความยินดี ด้วยความนับถือในฐานะที่เป็นคู่แข่งขัน