ข่าว

เลือกตั้งเลือด

เลือกตั้งเลือด

12 พ.ค. 2554

ความหวาดกลัวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการเลือกตั้งเลือด คือเป็นการเลือกตั้งที่มีความพยายามจะเก็บคู่แข่งขันทางการเมือง หรือสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งก่อนหน้าและภายหลังการเลือกตั้ง

 เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว เมื่อมีความพยายามจะปลิดชีพนายประชา ประสพดี อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ข้อสันนิษฐานหลังการระดมยิงเข้าไปภายในรถยนต์ของนายประชา ประสพดี มีเพียงประการเดียว คือสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะเป็นความขัดแย้งที่เชื่อมโยงไปถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งในเขตพื้นที่สมุทรปราการกำลังจะมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่มีแคนดิเดตเป็นนายอำนวย รัศมิทัต อดีตนายก อบจ.และนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ

 การเมืองท้องถิ่น กับการเมืองระดับชาติในสังคมไทยไม่สามารถแยกขาดจากกันได้ การเมืองท้องถิ่น นับว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของการเมืองสนามใหญ่ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ปีนี้ ก็มีกรณีคนร้ายลอบสังหารนายโกวิทย์ เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองบางบัวทอง จ.นนทบุรี จนเสียชีวิต นายโกวิทย์ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่มีเป้าหมายจะสนับสนุนให้พี่ชายลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในเขต 2 นนทบุรี ในสังกัดพรรคเพื่อไทย ซึ่งเจ้าของพื้นที่เดิมเป็นประชาธิปัตย์ ทั้งสองเหตุการณ์ความพยายามสังหารนายประชา และการสังหารนายโกวิทย์ ชี้ให้เห็นแนวโน้มการเลือกตั้งเลือดที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

 ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ได้สั่งการให้จับตามองและเฝ้าระวังคู่ขัดแย้งทางการเมือง สืบสวนหาข่าวคู่ขัดแย้ง ที่อาจมีการลงขันกันจ้างสังหารคู่แข่ง นอกจากนั้นยังได้ให้ทุกหน่วยติดตามจับกุมมือปืนรับจ้างตามหมายจับค้างเก่า ติดตามจับกุมคดีเกี่ยวกับชีวิต และร่างกาย คดีที่คนร้ายใช้อาวุธปืน ซึ่งก็เป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว ยิ่งการเลือกตั้งเขตเล็ก ก็จะเปิดโอกาสให้มีการขจัดคู่แข่งทางการเมืองมากขึ้น โดยที่อาจมิได้พุ่งเป้าไปที่ตัวผู้สมัคร หากแต่หัวคะแนน ผู้สนับสนุนทั้งหลาย ก็อยู่ในความเสี่ยงภัยด้วย ผู้สมัครที่มีคะแนนเสียงดี อาจต้องระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะกระแสและกระสุนอาจเดินมาพร้อมกัน

 ต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ยังดำรงอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของผู้คนในสังคม ที่หนักหน่วงรุนแรง ถึงแม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการนายกรัฐมนตรี จะเคยตั้งใจว่า การเลือกตั้งควรจะมีขึ้นในบรรยากาศที่ปรองดอง“...เพราะถ้าเลือกตั้งแล้วนองเลือด ให้ชนะก็ไม่เอา ยอมแพ้เลือกตั้งให้ประเทศสงบดีกว่า บ้านเมืองจะได้เดินหน้า” ซึ่งแปลว่า ถ้าเลือกตั้งแล้วยังมีความรุนแรงถึงเลือดถึงเนื้อ ประชาธิปัตย์จะยอมแพ้เลือกตั้ง เพื่อแลกกับความสงบของบ้านเมือง ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว ไม่ว่าบ้านเมืองจะสงบหรือไม่ จะยังขัดแย้งหรือไม่ ประชาธิปัตย์ก็ยังต้องชนะเลือกตั้งอยู่ดี มองอนาคตการเมืองหลังเลือกตั้งแล้ววังเวง