
ช่องจอมรับขอผ่อนปรนส่งออกน้ำมันไปเขมร
การค้าชายแดนที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ยังคงไม่คึกคัก ในขณะเดียวกันมีรายงานว่าได้ผ่อนปรนให้ส่งออกน้ำมันเข้ากัมพูชา แต่มีจำนวนน้อย เพื่อลดความเดือดร้อนให้กับประชาชนเท่านั้น
เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานการค้าชายแดนที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ แม้ว่าการเปิดด่านถาวรช่องจอม จะเปิดให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศผ่านเข้าออก เพื่อมาซื้อเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกัน ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้รวม 8 วันแล้ว แต่การค้าชายที่ตลาดช่องจอมก็ยังคงไม่คึกคัก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวน้อย ในขณะที่ชาวกัมพูชาที่ข้ามเข้ามาซื้อสินค้าที่ฝั่งไทยก็ลดน้อยลงเช่นกัน ส่งผลให้การค้าขายก็ซบเซาลงไปอย่างเห็นได้ชัด
จากข้อมูลของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครราชสีมา ซึ่งประจำที่ด่านถาวรช่องจอม ทราบว่า ก่อนที่จะเกิดการปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชาที่บริเวณปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยข้ามไปยังฝั่งกัมพูชาถึงวันละไม่ต่ำกว่า 800-900 คน แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นและมีการสั่งปิดด่านและเปิดขึ้นอีกครั้งปรากฏว่านักท่องเที่ยวลดลงไปถึง 50 % ชาวกัมพูชาที่เข้ามาซื้อสินค้าก็น้อยลงตามไปด้วย ยิ่งผลการเจรจาระดับผู้นำประเทศทั้งในเวทีอาเซียนล้มเหลว ยิ่งเพิ่มความหวาดวิตกให้กับชาวไทยและชาวกัมพูชาที่จะค้าขาย รวมทั้งนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จึงเป็นปัจจัยที่น่าจะทำให้นักท่องเที่ยวน้อยลง
ส่วนสินค้าที่เข้าออกในขณะนี้ ข้อมูลจากด่านศุลกากรช่องจอม พบว่าก็น้อยลงตามไปด้วย ซึ่งในแต่ละปีที่ด่านถาวรช่องจอมแห่งนี้ ไทยถือว่าได้เปรียบดุลการค้าเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากการส่งออกในแต่ละปีมีมากกว่า 1,800 ล้านบาท ในขณะที่เรานำเข้าสินค้าจากกัมพูชาในแต่และปีไม่กี่ล้านบาท โดยสินค้าที่นำเข้าจากกัมพูชาส่วนมากจะเป็นรถจักรยานมือ 2 และเสื้อผ้ามือ2 เป็นหลัก รวมไปถึงต้นไม้สมุนไพร ในขณะที่กัมพูชาได้นำเข้าสินค้าจากไทยส่วนมากจะเป็นวัสดุก่อสร้าง น้ำมันเชื้อเพลิง และในขณะนี้เหตุการณ์การปะทะกันของทหารทั้ง 2 ฝ่ายสงบลงแล้ว มีการเปิดด่านค้าขายขึ้นมาอีกครั้ง
หลังจากเปิดด่าน มีข่าวว่ากองทัพภาคที่ 2 ได้มีหนังสือให้จุดผ่านแดนถาวรหลายจุดห้ามส่งออกในเรื่องยุทธปัจจัยเข้ากัมพูชา เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ในส่วนของด่านถาวรช่องจอม เป็นจุดที่มีการค้าขายเสรีและไม่ใช่จุดที่เกิดการสู้รบ ขณะนี้มีรายงานว่ายังมีการผ่อนปรนให้ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงได้ แต่ส่วนน้อย เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเท่านั้น อีกทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งมีการซื้อขายน้ำมันกันล่วงหน้า จำเป็นที่จะต้องผ่อนปรน ในส่วนปูนซิเมนวัสดุก่อสร้างก็ยังคงมีการส่งออกปกติแต่จะมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด



