
พท.บุกถ้ำชาละวันหาเสียงโวตั้งรบ.พรรคเดียว
พรรคเพื่อไทย โหมโรงแต่ไก่โห่ บุกถ้ำชาละวัน เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.3 เขต ขนแกนนำนปช.ขึ้นเวทีปราศรัยเพียบ ประกาศขอเสียงประชาชนจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียว แต่ไม่มีวีดีโอลิงค์จาก "ทักษิณ"
(11พ.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่บริเวณตลาดนัดคลองถม ในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร หลังจากที่มีพระราชกฤฎีกาเลือกตั้งเป็นวันแรก พรรคเพื่อไทย ได้มีการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ขึ้นทันที ซึ่งเป็นการจัดเวทีใหญ่ครั้งแรกหลังมีการประกาศยุบสภา
โดยมีบรรดาแกนนำ อาธิเช่น นายจตุพร พรหมพันธ์ นายยศฤทธิ์ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ตลกซื่อดัง นายดอกแก้ว พิกุลทอง นายวรวุฒิ พิชัยดิษฐ์ แกนนำ นปช . ได้เดินทางมาเปิดเวทีปราศรัย เพื่อแนะนำนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะใช้ในการหาเสียในการสมัครรับการเลือกตั้งในครั้งนี้พร้อมกับ แนะนำตัว 3 ว่าที่ผู้สมัครแบบแบ่งเขตของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง
ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสุรกิจ เหลาหชัยอรุณ อดีต ส.อบจ.พิจิตร เขต อ.เมืองพิจิตร เขตเลือกตั้ง 2 นายพงษ์ศักดิ์ เหลืองวิจิตร หลานชายของนางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และเขตเลือกตั้งที่ 3 นายนาวิน บุญเสรฐ บุตรชายของ พ.ต.ท.อดุลย์ บุญเสรฐ อดีต ส.ส.พิจิตร
บรรยากาศของการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่มีแกนนำ ได้ผลัดเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัยถึงการบริหารประเทศผิดพลาดของรัฐบาลซึ่งมีพรรคประชาธิปัติย์เป็นแกนนำ และชูนโยบายของพรรคเพื่อไทยซึ่งมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นผู้คิด นำเสนอต่อประชาชนเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาประเทศ นอกจากนี้ยังขอคะแนนเสียงจากประชาชนเพื่อให้ได้จัดตั้งรับบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพียงพรรคเดียว เพื่อป้องกันปัญหาพรรคการเมืองลำดับสองรวมกับพรรคเล็กจัดตั้งรัฐบาลเหมือนครั้งที่ผ่านมา โดยได้รับความสนใจจากกลุ่มคนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไปกว่า 5,000 คน ร่วมรับฟัง
สำหรับการปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่อย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังมีการประกาศยุบสภา บรรยากาศแม้จะคล้ายกับเวทีของคนเสื้อแดงแต่ก็ไม่เหมือนกันทั้งหมด โดยเฉพาะการปราศรัยของแกนนำที่ระมัดระวังมากขึ้นเนื่องจากเกรงว่าจะผิดกฎหมายการเลือกตั้ง และที่สำคัญไม่มีการ โฟนอิน หรือวีดีโอลิงค์ จากพ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากจะเป็นการผิดกฎหมายการเลือกตั้ง โดยการปราศรัยเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 -22.00 น. การปราศรัยก็จบลงโดยไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติแต่อย่างใด
โดยการปราศรัย ปรากฏว่ามีการพาดพิงถึงกกต อย่างรุนแรง โดยเฉพาะ เจ๋ง ดอกจิก ได้ปราศรัยบนเวทีว่า การตั้งเวทีปราศรัยที่นายนาวิน บุญเสรษฐ ได้กำหนดการตั้งเวทีปราศรัยนี้จากเดิม เป็นเวทีปราศรัยของคนเสื้อแดง แต่ก็ต้องมีการเปลี่ยนจากเวทีเสื้อแดงมาเป็นเวทีของพรรคเพื่อไทยแทบไม่ทัน
เนื่องจากมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่งเจ้าหน้าที่มาคอยจับผิดการปราศรัยของพวกตนเอง และหาเหตุให้ใบเหลือง ใบแดง และจ้องยุบพรรค สาเหตุน่าจะเป็นเพราะ กกต.ไปซุกปีกับนักการเมืองระดับใหญ่ เมื่อพรรคเพื่อไทยทำอะไรก็จะคอยติดตามและจับผิด ไม่ว่าจะไปทำธุระ หรือไปฉี่ แต่หากไปอุจราระก็อาจจะถึงกับได้ใบแดงได้ทันที
ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ก็ได้ปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่วันๆเอาแต่แลบลิ้น พูดไปพูดมาไม่ตรงประเด็น โดยเฉพาะในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่นายสุเทพ ตอบตนเองไม่ตรงประเด็นและคอยแลบลิ้น
นอกจากนั้นนายจตุพร ยังได้กล่าวว่ารัฐบาลชุดนี้ เป็นรัฐบาลที่ชอบทะเลาะกับเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นประเทศใด รัฐบาลชุดนนี้ก็จะชวนทะเลาะไปทุกประเทศไม่เว้นแต่มาเลเซีย ที่มีการเปิดสะพานข้ามประเทศ ที่เมื่อตอนเจรจาตกลง ว่าจะใช้ชื่อสะพานแบบหนึ่งแต่เมื่อเปิดจริงกลับไปชื่อสะพานอีกแบบ ทำให้มาเลเซียก็ไม่พอใจประเทศไทย นอกเหนือจากลาว เวียดนาม พม่า และกัมพูชา ที่ว่างไม่ได้จะเป็นต้องทะเลากับเพื่อนบ้าน
นายจตุพร ยังปราศรัยอีกว่า ขอให้คนพิจิตร ออกไปเลือกคนของพรรคเพื่อไทย และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นคนคิดนโยบาย ให้กับพรรค ก็จะได้กลับมาเมืองไทย



