
ผู้ว่าฯ กทม.กำชับฝ่ายการเมืองหาเสียง เฉพาะนอกเวลาราชการ
ผู้ว่าฯ กทม.สั่งเข้ม ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง ห้ามทำตัวเอนเอียงช่วยนักการเมืองหาเสียง พร้อมกับฝ่ายการเมืองหาเสียงได้เฉพาะนอกเวลาราชการเท่านั้น
นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงผลการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นประธานการประชุมได้แจ้งให้คณะผู้บริหาร กทม.ปฏิบัติตนเป็นกลางทางการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งคาดว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ โดยสั่งการให้หัวหน้าหน่วยงานและส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานครแจ้งให้ข้าราชการและลูกจ้างในสังกัด วางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด
พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักเทศกิจ สอดส่องดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพฯ ในช่วงที่จัดให้มีการเลือกตั้ง แม้ว่าจะไม่ใช่ภารกิจหลักของกรุงเทพมหานครแต่เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ และยุติธรรมมากที่สุด
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ย้ำให้ฝ่ายการเมืองใช้เวลาในการลงพื้นที่หาเสียงเฉพาะนอกเวลาราชการเท่านั้น และห้ามมิให้ฝ่ายข้าราชการประจำอำนวยความสะดวกให้แก่ฝ่ายการเมืองเป็นกรณีพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและข้อร้องเรียนที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ มีการแข่งขันอย่างเข้มข้นจึงขอให้ระมัดระวังในการลงพื้นที่หาเสียงให้มากที่สุด
ด้านปลัด กทม.กล่าวว่า ตนได้มีหนังสือสั่งการไปยังหัวหน้าหน่วยงานและส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ให้งดดำเนินโครงการเกี่ยวกับประชุม อบรม สัมมนา ทัศนศึกษาดูงานตลอดจนการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมวลชน นับแต่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไปจนเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง ยกเว้นงานพระราชพิธี งานประเพณีสำคัญที่จัดเป็นประจำทุกปีและการดำเนินงานซึ่งหากไม่ดำเนินการอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการโดยให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานหรือส่วนราชการ
พร้อมทั้งควบคุมดูแลและระมัดระวังอย่าให้มีการหาเสียงทางการเมืองหรือเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดจนทำให้เสียความเป็นกลางทางการเมือง นอกจากนี้ได้กำชับให้ข้าราชการและลูกจ้างในสังกัดวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัดและใช้ความระมัดระวังในการไปร่วมกิจกรรมมวลชนต่างๆ ตลอดจนการใช้ตำแหน่งหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเว้นแต่เป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ หากฝ่าฝืนจะพิจารณาโทษตามที่กฎหมายกำหนดทันทีในส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น ได้กำชับสำนักเทศกิจ และสำนักงานเขตดูแลความปลอดภัยสถานที่ราชการและประชาชนเรียบร้อยแล้ว



