ข่าว

"มาร์ค"เยี่ยม"ประชา"ที่รพ.พระราม9

"มาร์ค"เยี่ยม"ประชา"ที่รพ.พระราม9

11 พ.ค. 2554

"อภิสิทธิ์"เยี่ยม"ประชา"ที่รพ.พระราม 9 จี้ผบ.ตร.จับมือปืนยิง "ประชา" ให้ได้ เมิน กกต.ห้ามนั่งรถกันกระสุนหาเสียง ด้าน“กอร์ปศักดิ์” ชี้ อดีตส.ส.เพื่อไทยโดนยิงเรื่องธรรมดา เชื่อรุนแรงแค่บางพื้นที่ ขณะที่“เทพเทือก” ไม่ฟันธงปมลอบยิงโยงการเมือง โบ้ยรอจนท. ขยาย

(11พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าเมื่อเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเข้าพบคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) หารือถึงข้อกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางอัญชลี วานิช เทพบุตร เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมการหารือด้วย โดยการหารือใช้เวลานาน 1 ชั่วโมง

 จากนั้นเวลา 10.30 น.นายอภิสิทธิ์ เดินทางถึงที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และลงจากรถด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผู้สื่อข่าวถามถึงกำหนดที่จะไปเยี่ยมอาการของนายประชา ประสพดี อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่ถูกมือปืนตามประกบยิงเมื่อคืนที่ผ่านมาว่าไหนว่านายกฯจะไปเยี่ยมนายประชา แล้วทำไมยังไม่ไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ยังครับ" จากนั้นได้เดินเลี่ยงขึ้นไปยังห้องประชุมชั้น 2 อาคาร ควง อภัยวงศ์ทันที

 รายงานข่าวแจ้งว่าในช่วงที่นายอภิสิทธิ์อยู่ที่สำนักงาน กกต. ได้แจ้งทีมรปภ.ว่าจะเดินทางไปเยี่ยมนายประชา ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า ปรากฏว่าในระหว่างทางเมื่อมีการตรวจสอบกับทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้แจ้งว่านายประชา ไม่ได้รักษาตัวที่โรงพยาบาลนี้ จึงได้สั่งให้ที่ขบวนรถของนายกรัฐมนตรีเปลี่ยนมาลงที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์

 ต่อมาเวลา 11.30 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางออกจากที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ไปยังโรงพยาบาลพระรามเก้าเพื่อเยี่ยมนายประชา ประสพดี โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานส.ส.ภาค กทม.พรรคเพื่อไทย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย รอต้อนรับหน้าห้องพักและไม่นานนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็เดินทางเข้ามา ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพด้านใน อย่างไรก็ตามนายอภิสิทธิ์ใช้เวลาในการเยี่ยมนายประชาประมาณ 20 นาที

 นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเยี่ยมนายประชาว่า อาการนายประชาดีขึ้น แต่ต้องพักผ่อน ขณะนี้สามารถพูดคุยได้ และบอกอยากให้จับตัวคนร้ายให้ได้ เพราะเป็นห่วงว่าจะเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก ซึ่งตนก็บอกไปว่าได้กำชับพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ว่าจะต้องหาคนผิดให้ได้ และขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยคุ้มกันดูแลความปลอดภัยด้วย ซึ่งคงต้องติดตามจากเจ้าหน้าที่ว่าการดำเนินเรื่องติดตามคืบหน้าอย่างไร 

 ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำลายบรรยากาศการเลือกตั้งหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ทำงาน และดูว่าเป็นลักษณะไหนอย่างไร ตนคิดว่าทุกพรรคการเมืองเพิ่งไปลงนามในพันธะสัญญาเรื่องไม่ใช้ความรุนแรง ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เมื่อถามว่าจังหวะเวลาที่เกิดเหตุเหมือนจงใจให้คิดว่าเป็นเรื่องการเมืองระดับชาติและเกี่ยวกับการยุบสภาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรายังตอบไม่ได้ ปล่อยให้เจ้าหน้าสอบสวนค้นหาความจริงดีกว่า

 เมื่อถามว่านายประชาปักใจเชื่อหรือไม่ว่าเป็นเรื่องการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายประชาเชื่อว่าเป็นเรื่องการเมือง เมื่อถามว่า เป็นสัญญาณหรือไม่ว่าการเลือกตั้งจะรุนแรงมากขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องช่วยกันทุกฝ่าย จริงๆแล้วเหตุการทำนองนี้เกิดขึ้นเป็นระยะๆ รวมถึงเวลาที่มีการต่อสู้ในการเมืองท้องถิ่นด้วยก็มีบ้าง แต่เราต้องพยายามไม่ให้เกิดเหตุอย่างนี้อีก ทุกพรรคการเมืองต้องร่วมมืออย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งผบ.ตร.บอกว่ากำลังไปเข้มงวดมากขึ้นเรื่องอาวุธสงครามโดยเฉพาะในช่วงนี้

 เมื่อถามว่าทำไมจึงเกิดเหตุทำนองนี้ขึ้นได้ทั้งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้เตือนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อันนี้เจ้าหน้าที่ต้องทำรายงานมาทั้งหมด เมื่อถามว่านายกฯจะหยุดยั้งไม่ให้การเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งเลือดได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกันจริงเพื่อให้การเลือกตั้งผ่านไปด้วยความเรียบร้อย

 เมื่อถามถึงกรณีที่กกต.ห้ามนายกฯใช้รถกันกระสุนซึ่งเป็นรถของราชการในการหาเสียงจะมีปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็มีวิธีการ เมื่อถามว่าเป็นเพราะความเป็นผู้นำประเทศหมดไปพร้อมกับเวลาราชการหรือไม่กกต.ถึงห้ามอย่างนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามกกต.ตนเป็นผู้เล่นตนต้องทำตามกติกา ทำตามกรรมการ เมื่อถามว่า เส้นแบ่งการรักษาความปลอดภัยของผู้นำอยู่ตรงไหนถึงจะเหมาะสม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พยายามหารือกันแล้ว ซึ่งกกต.จะประชุมและจะตอบกลับมาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อถามว่าต้องประกาศใช้พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวสั้นๆว่า ไม่

 เมื่อถามถึงการหารือกับกกต. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางกกต.ค่อนข้างจะเข้มงวดว่า ในเวลาราชการจะไปหาเสียงไม่ได้ ดังนั้นทางออกคือให้ลากิจ สำหรับทีมรักษาความปลอดภัยมีความเห็นเป็น 2 มุม ปกติเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะเป็นผู้จัดเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ผู้สมัครต้องยอมรับสภาพ แม้กระทั่งผู้สมัครธรรมดาถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัยสามารถร้องขอได้
 
 “อย่างกรณีของนายประชา ที่ถูกยิง เป็นแผนที่ตำรวจต้องไปทำเพื่อให้เกิดความควบคุม และไม่ถือเป็นการได้เปรียบเสียเปรียบ ส่วนเรื่องรถประจำตำแหน่งโดยเฉพาะเรื่องของรถกันกระสุนตรงนี้คงใช้ของทางราชการไม่ได้ในเวลาหาเสียง และเวลานอกราชการคงต้องจัดหาเอง แต่ถ้าเป็นการปฎิบัติเวลาราชการก็สามารถใช้ได้ตามปกติ” นายกฯ กล่าว

 ด้านนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายอภิสิทธิ์เข้าเยี่ยมนายประชาว่า นายอภิสิทธิ์ให้ความสนใจในคดีนี้และกำชับให้พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามนายประชา ระบุว่าไม่ได้มีเรื่องอะไรกับใคร จึงใช้ชีวิตปกติ และไม่มีผู้ติดตาม รวมทั้งปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามหาตัวคนร้าย มาดำเนินคดี

 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีนายประชา ประสพดี อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ถูกคนร้ายลอบยิง ว่า เป็นเรื่องธรรมดาและเชื่อว่าก่อนการเลือกตั้งก็จะจับคนร้ายได้ยาก สมัยตนลงเลือกตั้งก็มีเหตุการณ์เช่นนี้ ส่วนเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้พรรคต้องปรับยุทธศาสตร์การหาเสียงและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยหรือไม่นั้น ส่วนตัวเห็นว่าทุกคนต้องดูแลตัวเอง และส่วนราชการเองก็มีหน้าที่รับผิดชอบและฝ่ายรัฐก็จะต้องดูแลด้วย ทั้งนี้เชื่อว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เป็นทุกพื้นที่ เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่กระทบภาพรวม เพราะทุกคนอยากได้ระบบประชาธิปไตย คนที่เคยใช้ความรุนแรงก็เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งและวันนี้ก็เข้าสู่ช่วงเวลาเลือกตั้งแล้ว

 ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้านลอบยิงนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย จะเป็นสัญญาณว่าตอนนี้เข้าสู่การเลือกตั้งที่อันตรายหรือดุเดือดมากยิ่งขึ้นว่า ตนติดตามตั้งแต่เมื่อคืน พอทราบเหตุการณ์ก็ได้ติดตามสถานการณ์จากพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ. 10 และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นสาเหตุมาจากความขัดแย้ง ในเรื่องการเมืองใหญ่หรือการเมืองท้องถิ่น เพราะในจ.สมุทรปราการ กำลังมีการเลือกตั้งท้องถิ่นที่สำคัญกันอยู่

 รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผบ.ตร.แล้วว่าต้องให้ทุกกองบัญชาการทุกพื้นที่ ทำแผนในการรักษารความปลอดภัยให้บรรดาผู้สมัคร.ส.ส.ของพรรคการเมืองต่างๆ อย่างเข้มงวดและให้มั่นใจว่าสามารถดูแลความปลอดภัยได้ และตนได้สั่งการไว้ก่อนหน้านี้แล้วให้มีการจับกุมบรรดามือปืน และอาวุธปืนทั้งหลาย โดยเฉพาะอาวุธสงคราม ปืนเถื่อนต่างๆ โดยได้ย้ำไปอีกครั้งว่า ให้ไปเพิ่มมาตรการในการจะกวาดล้างอาวุธปืน ขอให้ทำให้แข็งแรง ให้เห็นชัดเจน และได้ผล

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การเกิดเหตุครั้งนี้จะเป็นสัญญาณว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ดุกว่าครั้งที่ผ่านมา นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะเป็นสัญญาณหรือไม่เป็น เราไม่ได้เห็นว่าเป็นกระบวนการอะไร แต่เราไม่ประมาท ตนพยายามสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อนหน้านี้แล้ว และเมื่อเกิดเหตุตนก็จะย้ำลงไปอีก เมื่อถามว่า การลอบยิงนายประชาเกิดเหตุอุกอาจกลางสี่แยก มีผู้คนเยอะแยะ มองดูแล้วเป็นเรื่องการเมืองชัดๆ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนก็สันนิษฐานว่าคงน่าจะเป็นเรื่องการเมืองแต่จะเป็นการเมืองในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ต้องรอผลการสืบสวนขยายผลจากเจ้าหน้าที่รายงานมา เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันตนก็ยังย้ำกับพล.ต.อ.อัศวิน ซึ่งท่านก็บอกว่าขอเวลาไปหาพยานหลักฐานต่างๆ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ในจ.สมุทรปราการ นายประชาก็มีปัญหาแตกคอกันเอง เพราะพรรคเพื่อไทยจะเอาคนนั้น ไม่เอาคนนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็กำชับเจ้าหน้าที่ไปแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรต้องหาทางสอบสวนจับกุมหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้ก็จะพยายาม  ผู้สื่อข่าวถามว่า นายประชาระบุว่านายสุเทพเคยบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้เกิดความสมานฉันท์ แต่กลับปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า “คุณประชาก็อย่าถือโอกาสด่าผม ไปดูเสียก่อนว่าตัวเองมีโรคอะไรอยู่ก็ควรจะรู้ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ ก็มาโทษผมเลยไม่ได้ ผมไม่ได้ไปร่วมที่จะรู้เห็นในการจะไปดำเนินการกับคุณประชา และผมไม่มีผู้แทนฯอยู่ในพื้นที่นั้น ไม่มีผู้สมัครของผมที่จะมีฤทธิ์มีแรงที่จะไปต่อกรกับคุณประชาได้ ในทางรุนแรงทั้งหลายทั้งปวง ไม่ใช่หรอกครับ” 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางตำรวจบอกว่าเตรียมการรับมือแล้ว แต่ก็ยังเกิดเหตุ มีรายงานการข่าวว่ามีพื้นใดน่าเป็นห่วงที่จะเกิดเหตุรุนแรงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานมาก่อนหน้านี้ ต้องรอติดตามดูก่อน แต่ตนได้กำชับแล้วว่าต่อไปนี้อย่ามาแค่ตั้งรับ ให้ไปทำงานในเชิงรุก ประเมินหาข่าวก่อนด้วยว่า ในพื้นที่จังหวัดใดบ้างที่บรรดาคู่แข่งทางการเมืองที่มีวี่แววว่าอาจจะเกิดอันตรายได้ หรือมีการแข่งขันที่อาจจะนำไปสู่เหตุร้าย ถ้าเห็นว่าใครมีปัญหาอาจจะมีอันตรายไม่ต้องรอให้เขาร้องขอมา ให้จัดกำลังไปคุ้มครองก่อน ยืนยันว่าผู้สมัครส.ส.ของพรรคอื่นๆ จะได้รับการดูแลรักษาความปลอดภัยเท่าเทียมกับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล คำสั่งตนให้ทำให้กับทุกพรรค นักการเมืองทุกคน ไม่มีการแยกแยะว่าพรรคไหน ตนไม่มีนิสัยแบบนั้น คนที่อาสามาเป็นผู้สมัครส.ส. ทำงานการเมืองให้ประชาชนจะอยู่ในพรรคไหนก็ต้องปฏิบัติให้เหมือนกัน เมื่อถามว่า กำลังตำรวจมีเพียงพอดูแล ต้องขอกำลังทหารเข้ามาช่วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ใช้กำลังตำรวจนี่แหละ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.20 น. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางเข้าพบนายสุเทพ ที่ห้องทำงาน โดยนายสุเทพ กล่าวก่อนที่จะพบว่า ได้เรียก พล.ต.ท.จักรทิพย์มาพบ เพื่อกำชับในเรื่องงานหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยต่างๆ และสำหรับการเข้าพบในครั้งนี้ใช้เวลานานประมาณ 40 นาที โดยพล.ต.ท.จักรทิพย์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์