ข่าว

'กษิต-บิ๊กตู่'ยันมาเลย์ไม่ประณามไทย

'กษิต-บิ๊กตู่'ยันมาเลย์ไม่ประณามไทย

11 พ.ค. 2554

"กษิต"ทวิตแจงผลหารือไทย-กัมพูชา ระบุ ต้องถอนทหารก่อนจึงจะยอมให้ผู้สังเกตุการณ์เข้าพื้นที่ แจง รมช.ตปท.มาเลย์ไม่ได้ประณามไทย อ้างสื่อเสนอข่าวไม่ครบ ด้าน“ผบ.ทบ.” เผย ผบ.ทบ.มาเลเซียไม่ยุ่งปัญหาไทย-เขมร ย้ำไม่ถอนกำลังทหารจนกว่าเขมรจะถอนกำลังออก

(11พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.18 น. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทวิตข้อความผ่านเว็บไซต์ twitter.com ภายใต้ชื่อ @kasitpirom ชี้แจงถึงการหารือระหว่างไทยและกัมพูชาว่า "ตามที่ผมได้ประชุมร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาและรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้ผลสรุปดังนี้ ท่าทีของรัฐบาลไทยที่แสดงออกไปคือ ไม่ต้องการเห็นความแตกแยกในประเทศอาเซียน สำหรับปัญหาไทยและกัมพูชา ได้ข้อสรุปเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการต่อไปเป็นแบบองค์รวม หรือแพ็คเกจ ผมจะนำข้อสรุปนี้เรียนเสนอท่านนายกฯ และจะขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางเรื่องอีกครั้ง แต่หลักการยังคงเดิม คือ ต้องให้กัมพูชาถอนทหารออกจากพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ และตลาดก่อนที่คณะผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียจะลงพื้นที่ รัฐบาลไทยมีความตั้งใจในการเจรจา และเป็นฝ่ายเสนอขอเจรจามาโดยตลอด รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอยากเห็นสันติภาพของทั้ง 2 ประเทศ มีความโปร่งใส และมีกระบวนการตามกฎหมาย"

 "ส่วนที่กล่าวหาว่าประเทศไทยบิดพลิ้ว ไม่เห็นชอบตามร่างข้อกำหนด (TOR) การส่งผู้สังเกตการณ์ชาวอินโดนีเซีย ก็ไม่เป็นความจริง ส่วนกรณีข่าวที่ระบุว่า รัฐมนตรีช่วยฯต่างประเทศมาเลเซียประณามไทย เป็นต้นเหตุทำให้เกิดการปะทะ ผมขอยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งอธิบดีกรมเอเชียตะวันออกได้เชิญทูตมาเลเซียประจำประเทศไทยมาชี้แจงแล้ว สรุปว่าเป็นความเข้าใจผิด รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศมาเลเซียไม่ได้พูดแบบที่เป็นข่าว สื่อมวลชนอาจนำเสนอไม่ครบ"

 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ดาโต๊ะ ซุลกีฟลี บิน โมฮัมเหม็ด ซิน ผู้บัญชาการทหารบกของประเทศมาเลเซียเข้าพบเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นการเข้าพบในฐานะมิตรประเทศ และหารือถึงความร่วมมือในหลายๆด้าน ทั้งนี้เขาไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา แต่เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ทั้ง 2 ประเทศน่าจะพูดคุยกันได้ในประเทศอาเซียนด้วยกัน ซึ่งเขาเคารพในการตัดสินใจของประเทศไทย และบอกว่าเป็นเรื่องภายในของประเทศไทย ในฐานะที่เป็นอยู่ในกลุ่มอาเซียน เขาก็อยากให้อาเซียนทำให้สถานการณ์เบาบางลง อย่างไรก็ตามเขาก็เคารพในการตัดสินในของ 2 ประเทศ ดังนั้นอาเซียนคงบังคับอะไรไม่ได้ เป็นเรื่องของ 2 ประเทศที่ต้องคุยกัน

 ผบ.ทบ. กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องผู้สังเกตการณ์ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดกัน เป็นเรื่องของไทยและกัมพูชา 2 ประเทศว่าจะตกลงหรือไม่ตกลง แต่กระทรวงการต่างประเทศได้ยืนยันไปแล้วว่าต้องเคารพกฎกติกาก่อน ย้อนกลับไปดูที่ต้นเหตุของปัญหาว่าอยู่ที่ไหน แล้วก็แก้ปัญหาตั้งแต่จุดนั้น ถ้าเราดำเนินแก้ไขปัญหาจากหลังไปหน้ามันก็ต้องแก้ไปเรื่อยๆ มันก็กลับสู่ต้นเหตุทุกครั้งไป

 “วันนี้ปัญหามันอยู่ที่ยังมีกำลังทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ในพื้นที่ แล้วทำไมจึงต้องมีก็เพราะว่ามีการละเมิด เมื่อฝ่ายหนึ่งละเมิดอีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องเอากำลังขึ้น ก็ต้องเอากำลังเราขึ้นไปปกป้องอธิปไตย ดังนั้นเราก็ไม่ถอน ถ้ากัมพูชายังไม่มีการถอนกำลังทหารเราก็ไม่ถอน กติกาเป็นแบบนี้และผู้บังคับบัญชาก็สั่งการมาแบบนี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว