
เอกชนจี้รัฐเลิกอุดหนุนพลังงานชี้บิดเบือนตลาด-ยิ่งใช้ฟุ่มเฟือย
นักวิชาการ-เอกชนจี้รัฐบาลใหม่ยกเลิกนโยบายตรึงราคาพลังงาน ระบุบิดเบือนตลาด ไม่เกิดการประหยัดพลังงาน ปตท. ยันโครงการโรงแยกก๊าซ ขยายปั๊มเอ็นจีวีช้า เหตุจากรัฐบาลกดราคาต่ำกว่าจริง
นายณัฐชาติ จารุจินดา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนา "นโยบายราคาพลังงานของประเทศที่ยั่งยืน" จัดโดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒว่า ปัญหาก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์(เอ็นจีวี) ที่ไม่เพียงพอในปัจจุบัน เป็นปัญหาที่ ปตท.แก้ได้ยาก เนื่องจากรัฐบาลตรึงราคาเอ็นจีวีไว้ ทำให้การขยายหรือพัฒนาปั๊มเอ็นจีวีเป็นไปได้ยาก
ส่วนของราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ที่รัฐบาลตรึงราคาจำหน่ายในประเทศไว้ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม นับเป็นภาระที่รัฐบาลจะต้องหาเงินมาจ่ายชดเชย และยังส่งผลทำให้ไม่มีใครกล้าลงทุนสร้างโรงแยกก๊าซฯหน่วยที่ 7 เพราะทำแล้วไม่มีผลตอบแทนที่คุ้มค่า
ดังนั้น เห็นว่ารัฐบาลควรพิจารณามาตรการตรึงราคาพลังงานเสียใหม่ เนื่องจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นเกิดจากความต้องการใช้ของโลกที่สูงขึ้นโดยเฉพาะในประเทศเอเชีย ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวสูงในระยะยาว การตรึงราคาพลังงานไว้จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เมื่อต้นทุนพลังงานที่แท้จริงสูงขึ้น แต่ภาครัฐบิดเบือนให้ราคาต่ำ ก่อให้เกิดการไม่ประหยัด
นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า นโยบายการตรึงราคาพลังงานของรัฐบาลที่ผ่านมาเป็นการตรึงราคาที่ผิดทาง โดยเน้นตรึงราคาที่ตัวผลิตภัณฑ์เป็นวงกว้าง เช่น ดีเซล เอ็นจีวี และแอลพีจี ส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับรู้ราคาพลังงานที่แท้จริงและไม่สนใจประหยัดพลังงาน
ทั้งนี้ รัฐบาลใหม่ที่จะมาบริหารประเทศควรพิจารณาโครงสร้างการตรึงราคาพลังงานใหม่ โดยให้การอุดหนุนเฉพาะภาคประชาชนบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่แท้จริง ด้วยการให้คูปองซื้อพลังงานได้ในราคาที่ถูก เช่น กลุ่มครัวเรือนที่ใช้ก๊าซหุงต้ม กลุ่มเกษตรกรที่ใช้รถกระบะบรรทุกสินค้า เป็นต้น



