ข่าว

เกษตรกรรมปีกระต่ายทองจะเป็นอย่างไร?

เกษตรกรรมปีกระต่ายทองจะเป็นอย่างไร?

11 พ.ค. 2554

อีกสองวันจะถึง วันพืชมงคล วันสำคัญที่กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงความสำคัญของพี่น้องเกษตรกรไทย ผู้เป็นทั้งคนผลิตข้าวปลาอาหารมาป้อนปากท้องของคนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นรากฐานที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยมาแต่อดีต

 ว่ากันว่าในยุคที่สิ่งแวดล้อมโลกเปลี่ยนแปลงไปเช่นปัจจุบัน ส่งผลให้ประเทศที่มีเกษตรกร พืชผลทางการเกษตร และพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ ประเทศนั้นย่อมมีความได้เปรียบ เพราะเสมือนมีพ่อครัวและห้องครัวอยู่ที่บ้าน และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พืชพันธุ์ธัญญาหาร พร้อมกับการบำรุงขวัญและเตือนเกษตรกรให้เริ่มเพาะปลูกข้าวและพืชพันธุ์ต่างๆ ตามฤดูกาล ไทยเราจึงจัดให้มีพิธีสำคัญขึ้นมา นั่นก็คือ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งผมขอนำมาเล่าสู่กันฟังในฉบับนี้ครับ

 พระราชพิธีนี้จะมีการประกอบพิธีกรรม 2 พิธีร่วมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล เป็นพิธีสงฆ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงกำหนดให้มีขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่างๆ มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ปราศจากโรคภัยและมีความอุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามดี โดยจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญอันเป็นพิธีพราหมณ์ที่มีมาแต่โบราณ เริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นอาณัติสัญญาณว่า บัดนี้ฤดูกาลแห่งการทำนาและการเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งจะประกอบพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง

 การประกอบพิธีถูกกำหนดขึ้นโดยโหรหลวง ในระหว่างพิธีก็จะมีการเสี่ยงทาย "ผ้านุ่งแต่งกาย” ผ้านุ่งซึ่งพระยาแรกนาตั้งสัตยาธิษฐานหยิบนั้น เป็นผ้าลายมีด้วยกัน 3 ผืน 3 ขนาด คือ หกคืบ ห้าคืบ และสี่คืบ ผ้านุ่งนี้จะวางเรียงบนโตกมีผ้าคลุมเพื่อให้พระยาแรกนาขวัญหยิบ ถ้าหยิบได้ผืนใดก็จะมีคำทำนายไปตามกันคือ ถ้าหยิบได้ผ้า 4 คืบ ทำนายว่า น้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่ ถ้าหยิบได้ผ้า 5 คืบ ทำนายว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และถ้าหยิบได้ผ้า 6 คืบ ทำนายว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่

 จากนั้นพระยาแรกนาก็จะไถลงไปบนพื้นที่ท้องสนามหลวงด้วยพระนังคัลสีแดงและสีทองที่ลากโดยพระโค ซึ่งในศาสนาพราหมณ์ หมายถึง เทวดาผู้ทำหน้าที่เป็นพาหนะของพระอิศวร เปรียบได้กับการใช้แรงงานและความเข้มแข็ง และหมายถึงสัตว์เลี้ยงที่พระกฤษณะและพระพลเทพดูแล เปรียบได้กับความอุดมสมบูรณ์ พระโคจึงต้องมีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า 120 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกัน ผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่าย ไม่ดุร้าย เขามีลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใส หูไม่มีตำหนิ หางยาวสวยงาม มีขวัญหน้า ขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวา และขวัญหลังถูกต้องลักษณะที่ดี กีบข้อเท้าแข็งแรง ถ้ามองดูด้านข้างลำตัวจะเป็นสี่เหลี่ยม ตามขบวนด้วยเทพีทั้ง 4 หาบกระเช้าทองและกระเช้าเงินที่บรรจุด้วยเมล็ดข้าวเปลือก เดินขบวนคู่ไปพร้อมกับคณะพราหมณ์ที่ทั้งสวดและเป่าสังข์ไปพร้อมกัน

 เมื่อเสร็จจากการไถแล้วพระโคก็จะได้รับการป้อนพระกระยาหารและเครื่องดื่ม 7 ชนิด คือ เมล็ดข้าว ถั่ว ข้าวโพด หญ้า เมล็ดงา น้ำ และเหล้า และจะมีการเสี่ยงทายอาหารที่พระโคเลือกกิน ไม่ว่าพระโคจะเลือกกินหรือดื่มอะไร ก็จะทำนายว่าปีนี้จะอุดมสมบูรณ์ด้วยสิ่งที่พระโคเลือกนั้น โดยหลังจากเสร็จพิธี เกษตรกรและประชาชนทั่วไปก็จะแย่งกันเก็บเมล็ดข้าวที่หว่านโดยพระยาแรกนา เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันจะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่มีไว้ในครอบครอง

 สำหรับในปีกระต่ายทองนี้ ก็ขอเอาใจช่วยให้ภาคการเกษตรของประเทศไทยมีความเข้มแข็ง อุดมสมบูรณ์ พี่น้องเกษตรกรและประชาชาวไทยอยู่ดีมีสุขตลอดปีนะครับ

บัญญัติ คำนูณวัฒน์