
เลือกตั้งอย่าให้สูญเปล่า
การเมืองเดินเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้งแล้ว หลังจากมี พ.ร.ฎ.ยุบสภา และกำหนดวันเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม และต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยที่จะต้องออกไปตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคการเมืองไหน
หรือขั้วการเมืองไหนเข้ามาทำหน้าที่แทนในการบริหารประเทศ แน่นอนที่สุดว่า ขั้วการเมืองไทยชัดเจนอยู่แล้วว่า มีสองขั้วให้ตัดสินใจเลือก คือ ขั้วการเมืองเดิม ที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นแกนนำรัฐบาลอยู่ในเวลานี้ กับขั้วการเมืองที่จะเข้ามาแย่งชิงอำนาจทางการเมือง คือ ขั้วพรรคเพื่อไทย ที่เป็นอดีตรัฐบาล ที่มีนโยบายชัดเจน "นำทักษิณกลับบ้าน" พร้อมสานต่องานนโยบายของพรรคไทยรักไทย "คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทย อีกครั้ง"
ส่วนพรรคการเมืองอื่นที่ส่งสมาชิกลงเลือกตั้งก็จะเป็นแนวร่วมของพรรคการเมืองสองขั้ว ซึ่งถือเป็นพรรคขนาดกลาง และพรรคขนาดเล็กที่รอเสียบว่าจะร่วมรัฐบาลกับซีกการเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคกิจสังคม พรรคมาตุภูมิ เป็นต้น ซึ่งพรรคการเมืองเหล่านี้ยังไม่ประกาศท่าทีชัดเจนว่าจะเข้าร่วมกับซีกการเมืองไหน คงปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปจนกว่าผลการเลือกตั้งจะออกมา ซีกไหน ขั้วการเมืองไหนได้รับเลือกเข้ามาด้วยเสียงข้างมาก และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคการเมืองขนาดกลาง และขนาดเล็ก พร้อมที่จะกระโจนเข้าไปร่วมจับมือด้วย
แต่จะอย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้การเลือกตั้งสูญเปล่า ประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ เจ้าของอำนาจอธิปไตยจะต้องแสดงพลังบริสุทธิ์ออกมาให้เห็นว่า ต้องการพรรคการเมืองไหน ขั้วการเมืองใดมาทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ ศึกษานโยบายของแต่ละพรรคให้ถ่องแท้ถึงความเป็นไปได้ และมีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาชาติที่กำลังรุมเร้าอยู่มากมาย และชี้ชัดออกมาผ่านการเลือกตั้ง และให้การเลือกตั้งนั้นเป็นพลังที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง ไม่มีอามิสสินจ้าง หรือสิ่งอื่นใดมาจูงใจให้เลือกผู้สมัครคนหนึ่งคนใด โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมาในภายหลัง อันจะกระทบต่อความมั่นคงของชาติบ้านเมือง
ไม่อยากให้ประชาชนออกจากบ้านเข้าสู่คูหาแล้ว โหวตโนหรือโนโหวตตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือพรรคการเมืองบางพรรคชูธงขึ้นมาเป็นประเด็นรณรงค์ช่วงเลือกตั้ง เพราะนอกจากจะสูญเปล่าแล้ว มันจะไม่มีผลใดๆ ต่อการเมือง เพราะถึงอย่างไรก็ต้องมีรัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศต่อไป และมีผลสำรวจที่ตื่นตาตื่นใจ ตัวเลขคนไทยออกมาใช้สิทธิ์ไม่เกิน 60% ที่เหลือนอนหลับทับสิทธิอยู่แล้ว 30% ตีเป็นตัวเลขจากผู้มีสิทธิ 45 ล้านคน ก็ปาเข้า 13.5 ล้านคน ที่เบื่อนักการเมืองเข้าคูหาไม่เลือกใครยืนพื้นราว 1.3 ล้านคน รวมแล้วยืนพื้นไม่สนไม่เลือกปาเข้า 15 ล้านคน มีคนออกมาเลือกตั้งจริงๆ ก็แค่ไม่เกิน 25 ล้านคนเท่านั้นเอง แล้วจะตีขลุมว่า จะมี "โหวตโน" ถึง 20 ล้านคน มันเป็นไปไม่ได้



