ข่าว

ระวังจะติดคุก

ระวังจะติดคุก

11 พ.ค. 2554

มีหลักกฎหมายมหาชน ที่ประเทศซึ่งมีการปกครองโดยยึดหลักนิติรัฐ อันเป็นหลักสากลสำหรับประเทศ ที่ใช้รูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยประการหนึ่งก็คือ

 ประชาชน จะกระทำการใดๆ ก็ได้ หากไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายในขณะนั้นห้ามไว้

 เจ้าหน้าที่ของรัฐ (ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่มีชื่อเรียกอย่างอื่น) จะทำการหรือปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องใดได้ ต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดหรือระบุอำนาจ หรือหน้าที่ไว้

 ข่าวการนำกำลังของหน่วยงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไปตรวจตราจับกุมสถานประกอบการที่มีกฎหมายควบคุมในฐานะที่ถูกจัดให้เป็นแหล่งอบายมุข โดยอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานตำรวจ ปรากฏอยู่เนืองๆ และที่เป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ก็คือ

 การบุกจับกุมร้านเกมคอมพิวเตอร์ในศูนย์การค้าเอสพลานาด ถนนรัชดาภิเษก ที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.และตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ ตำรวจ 191 ไปตรวจสอบและยึดอุปกรณ์การกระทำผิดกฎหมายไปส่ง สน.ห้วยขวาง เมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นที่กังขาของนักกฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยอื่นๆ ว่ากระทำตามอำนาจหน้าที่ที่ปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติ มาตรการของฝ่ายบริหาร ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2551 หรือไม่?

 เพราะสาระสำคัญของกฎหมายข้างต้นให้อำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ มีอำนาจหน้าที่ในการไต่สวนชี้มูลความผิดเกี่ยวกับการทุจริตของข้าราชการในระดับต่ำกว่าผู้อำนวยการกอง หรือระดับต่ำกว่าชำนาญการพิเศษ (ซี 8 เดิม) หลังจากพบมูลความผิด จากการรวบรวมข้อมูลการทุจริตโดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.

 มิได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ไปทำการตรวจตรา, สืบสวน, จับกุม การกระทำผิดของประชาชน ร่วมกับตำรวจแต่อย่างใด และยิ่งมิใช่ตำรวจที่กฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติตำรวจฯ ได้ให้อำนาจและกำหนดหน้าที่การงานไว้ชัดเจนแล้ว "ระวังจะติดคุกยกพวง"

 อย่าเอาใจนักการเมืองเจ้ากระทรวงโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายบ้านเมือง