
เลขาฯกกต.เปิดปฏิทินเลือกตั้งเชื่อเปิดประชุมสภาได้ใน2ส.ค.
(10พ.ค.)เลขาฯ กกต. เปิดปฏิทินจัดการเลือกตั้ง เชื่อเปิดประชุมสภาได้ภายใน 2 ส.ค. เตรียมรักษาความปลอดภัยเข้ม จัดอรินทราชดูแลที่รับสมัคร คาดกำหนดวงเงินค่าใช้จ่ายที่ 1.5 ล้านบาทต่อคน
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.ได้ให้สัมภาษณ์กับรายการห้องข่าวรับอรุณทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นชาแนล ถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นว่า กกต. ได้เริ่มเดินหน้ามาสักพัก การแถลงข่าววานนี้เป็นเพียงกำหนดการคร่าวๆในส่วนของสำนักงานที่ได้จัดทำมาเท่านั้น เพราะเรายังต้องรอการบังคับใช้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ ที่เมื่อผ่านขั้นตอนศาลรัฐธรรมนูญ ต่อไปก็ต้องส่งตามขั้นตอนเพื่อทูลเกล้าฯและโปรดเกล้าฯ ต่อไป นอกจากนี้เรายังต้องเสนอให้ที่ประชุม กกต. เห็นชอบ
นายสุทธิพลกล่าวต่อว่า มื่อ พ.ร.ฎ.มีผลบังคับวันนี้ ขั้นตอนต่อไป ที่ กกต.ต้องดำเนินการ ประกาศจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขต ประกาศจำนวนเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด โดยจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน จากนั้นจะประกาศวันรับสมัครแล้วจึงเริ่มรับสมัครแบบบัญชีรายชื่อที่จะมีกำหนด 5 วัน เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นวันที่ 19-23 พ.ค. และจะใช้เวลา 10 วันใน การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร และประกาศรับรองหาก ไม่มีรายชื่อ ก็สามารถร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 7 วัน หลังจากนั้นวันที่ 24-28 พ.ค. จะรับสมัครแบบแบ่งเขต และประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัครภายใน 7 วัน หากไม่มีรายชื่อก็ร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 7 วันเช่นกัน
นายสุทธิพลกล่าวว่า และวันนี้ก็เริ่มแต่งตั้ง กกต. เขตแล้ว และจะประกาศรายชื่อให้ทราบ จากนั้น กกต. เขต ก็จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ ซึ่งต้องประกาศไม่น้อยกว่า 20 วัน จนถึงวันเลือกตั้ง โดยคาดว่าจะประกาศได้ภายใน วันที่ 12 มิ.ย. จากนั้นจะประกาศกำหนดวันลงคะแนนล่วงหน้า ประกาศที่เลือกตั้งกลาง ประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขตและนอกเขตจังหวัด และเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ก.ค. และเลือกตั้งจริงวันที่ 3 ก.ค.
หากไม่มีการร้องคัดค้านก็สามารถประกาศผลได้ภายใน 7วันคือระหว่างวันที่ 4-12 ก.ค. ซึ่งหากไม่มีปัญหา กกต. จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้ครบ 95 % เพื่อให้ปเดประชุมสภาได้ตามที่กฎหมายกำหนดได้ภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 2 ส.ค.
เลขาธิการ กกต. ยังกล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยในการรับสมัครแบบบัญชีรายชื่อว่า เราจะเข้มงวดและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากกว่าครั้งที่ผ่านๆมา โดยจะจำกัดจำนวนคนจะเข้าพื้นที่รับสมัคร มีการเคลียร์พิ้นที่ก่อนวันรับสมัคร ห้ามไม่ให้จอดรถใกล้อาคาร เพิ่มเครื่องตรวจวัตถุระเบิด เตรียมรถดับเพลิง เสริมกล้องวงจรปิด จัดจุดแถลงข่าวตั้งกล้องของสื่อมวลชน คนที่จะเข้าพื้นที่ได้ต้องมีบัตรอนุญาต นอกจากนี้ยังเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากตำรวจนครบาลและหน่วยอรินทราช มาช่วยดูแล
นายสุทธิพลกล่าวว่า สำหระบการหาเสียงนั้น กกต.ก็ได้ตั้งทีมป้องปรามและหาข่าว อบรมผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้ง คณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ชุดป้องปรามจะเพิ่มจำนวนวันลงพื้นที่จะทำงานกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทหาร ฝ่ายปกครอง ส่วนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็ให้ความสำคัญเป็นพิเศษและมีกาเรียกประชุมเพื่อกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยแล้ว
ต่อเรื่องค่าใช้จ่ายในการหาเสียง นายสุทธิพล กล่าวว่า ตามกฎหมายกำหนดให้ กกต. หารือกับพรรคการเมือง โดยเราได้หารือเบื้องต้นไปแล้วเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่เมื่อกฎหมายบังคับใช้ก็จะหารือกันอีกครั้ง เพราะเขตเลือกตั้งเปลี่ยนไป ที่ผ่านมามีการเตรียมการและส่งแบบสองบถาม ว่าจะคงที่วงเงินค่าใช้จ่ายที่ 1.5 ล้านบาทหรือไม่ เพราะหากคงไว้ 1.5 ล้านบาท ก็เท่ากับว่าเพิ่มขึ้นเพราะเขตเล็กลง แต่เมื่อคำนวนค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ที่สำรวจมาก่อนก็เห็นว่าอยากให้กำหนดไว้ 1.5 ล้านบาท ต่อรายเท่าเดิม



