
เมียหลวงนั่งคอยเมียน้อยตลาดนัด
ด้วยความที่ผมไม่เคยดูละครหลังข่าวมานานนับสิบปี จึงไม่รู้เรื่องอะไรของ "เรยา" ที่ชาวประชาพูดถึงกัน แม้กระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่เคยได้ดูแม้แต่วินาทีเดียว โดยไม่เคยคิดว่าตัวเอง เอาท์ หรือโง่เง่าดักดาน เวลานั่งร่วมวงกับคนอื่นที่สนทนาเรื่องนี้กันอย่างออกรสแต่
มีบ้างบางคนที่ออกมาแสดงความเห็นโดยคิดว่า คนที่เป็นเมียน้อยต้องคอยแก่งแย่งเอาผัวมาเป็นสมบัติส่วนตัว โดยใช้วิธีการยั่วยวนและกรีดร้องเรียกความสนใจจากคนเป็นผัวเช่นในละคร จากนั้นจึงสอนให้คนเป็นเมียหลวงรู้จักวิธีการรับมือกับเมียน้อย หรือพูดกันตรงๆ ก็ต้องบอกว่า คอยสอนให้เมียหลวงปรนเปรอเสน่ห์ผัวให้อยู่หมัด
แต่หากเทียบกรณีเมียน้อยและเมียหลวงเป็นธุรกิจการค้าปลีก โดยมีผู้บริโภคหรือลูกค้าทั่วไปเปรียบได้กับชายผู้เป็นผัว ผมว่าคนที่เป็นเมียหลวงหรือคู่แข่งโดยตรงของเมียน้อย ยังไม่รู้จักสถานะของตนเองและคู่แข่งดีพอ เท่ากับว่ากระโจนลงสนามรบแบบไม่รู้เขาไม่รู้เรา ทำให้รบกี่ครั้งก็แพ้เมียน้อยไปเสียทุกครั้ง
เมียหลวงในธุรกิจค้าปลีกไม่ต่างจากผู้ค้าที่ลงหลักปักฐานลงทุนซื้อห้องแถว หวังจะครองใจลูกค้าในย่านนั้นๆ เอาไว้ให้ได้นานแสนนานตราบชั่วฟ้าดินสลาย ในขณะที่เมียน้อยไม่ต่างอะไรไปจากผู้ค้าขาจรที่มาติดตลาดนัดอยู่ตามที่ว่างท้ายหมู่บ้าน โดยไม่คิดหวังที่จะทำมาหากินอยู่กับผู้บริโภคหรือผัวไปจนตัวต้องตายจากกัน
ถ้าเมียหลวงหรือผู้ค้าตึกแถวที่ลงหลักปักฐานเอาไว้แน่นหนา หันไปสู้กลยุทธ์ด้านราคาต่ำโดยไม่เน้นย้ำคุณภาพของสินค้า ด้วยว่าเห็นบรรดาแม่ค้าตลาดนัดเปิดท้ายขายของที่เร่มาตามเวลานัด เอาของไม่มีตราไม่มีที่มาที่ไปมาขายได้ในราคาถูก เมียหลวงตึกแถวก็ดำเนินการแข่งขันด้วยวิธีการเดียวกันบ้าง
วิธีการที่พบเห็นส่วนใหญ่คือผู้ค้าตึกแถวมักจะปิดร้านค้า แล้วไปเช่าที่ตั้งแผงขายแข่งกับตลาดนัด ในพื้นที่ใกล้เคียงกับทำเลเดิมของตนเอง วันใดที่ไม่มีตลาดนัดก็กลับมาเปิดประตูขายของต่อไป โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำเยี่ยงนั้นมีแต่ทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าในร้านของตัวเองทุกรายการต่ำลง เช่นเดียวกับเมียหลวงที่ตามไปราวีด่าทอเมียน้อย หรือตามไปคร่ำครวญให้เมียน้อยเห็นอกเห็นใจลูกผู้หญิงด้วยกันบ้าง ซึ่งมีแต่จะทำให้เมียน้อยหัวเราะเยาะเย้ย และผัวรำคาญใจจนหันไปเห็นใจเมียน้อยไปเสียเปล่าๆ
เพราะแม่ค้าพ่อขายตลาดนัดเปิดท้ายขายตามท้ายหมู่บ้าน ที่ผมเปรียบเหมือนเมียน้อยนั้น เขาไม่ได้คิดที่จะลงหลักปักฐานค้าขายในพื้นที่นั้นตลอดไป เมื่อใดที่เจ้าของที่ต้องการพัฒนาที่ดินหรือขึ้นราคาค่าเช่า บรรดาผู้ค้าตลาดนัดก็ต้องจรจากไปหาที่แห่งอื่น หรือเมื่อใดที่ผู้บริโภคหรือสามีรู้ว่าสินค้าเมียน้อยเป็นสินค้าที่ขาดคุณภาพไม่สมกับราคา เขาก็ไม่สนใจเพราะสามารถเร่ร่อนไปหาแหล่งใหม่ได้ต่อไป โดยไม่ยึดติดกับพื้นที่หรือตัวสามีเนื่องจากไม่ได้ลงทุนมากมาย ไม่ได้จัดงานตบแต่งจนต้องกลัวว่าจะเสียหน้าเสียชื่อเสียง
เมียน้อยสมัยนี้ไม่ต้องการครอบครองตัวสามีแม้แต่น้อย ไม่เชื่อลองไปดูวงจรชีวิตของคนพวกนี้ตามอพาร์ตเมนต์หรือคอนโดมิเนียมก็ได้ คนพวกนี้ชอบชีวิตที่สุขสบายตามลำพัง คิดถึงเมื่อไหร่ก็มาหาหรือไม่มีเงินก็จะโทรไป เสร็จสมอารมณ์หมายแล้วก็ขอเชิญผัวกลับไปตายรัง ไปนอนกรนใส่กันกับเมียหลวงที่บ้านได้ ส่วนเมียน้อยก็จะใช้เวลานั้นไปหาความสำเริงบันเทิงใจตามความปรารถนาของตนเองต่อไป
ดังนั้น ไม่ว่าเมียหลวงหรือผู้ค้าปลีกตามตึกแถวในชุมชนทั้งหลาย ต่างตกอยู่ในภาวะหัวอกเดียวกัน ที่ต้องยึดครองจิตใจของผู้บริโภคเอาไว้ให้ได้นานแสนนาน เพราะยากที่จะย้ายถิ่นฐานไปหากลุ่มลูกค้าใหม่ ต่างไปจากวิถีการทำธุรกิจของผู้ค้าตลาดนัดหรือเมียน้อยสมัยนี้ ที่พร้อมจะย้ายถิ่นและเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าได้ทุกวัน การแข่งขันเพื่อยึดครองใจลูกค้าหรือสามีตัวดี จึงต้องศึกษาวิธีและใช้กลยุทธ์ให้ถูกต้อง ผู้บริโภคจะได้สยบยอมอยู่ใต้คาถาผัวหลงตลอดไปครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



