
ฮุบสมบัติ"ผัวใหม่"วางแผน...จ้างลูกชายฆ่า
คำให้การฐานะ "พยานในที่เกิดเหตุ" ของ "ธนพร เร่งรีบ" ภรรยาของผู้ตาย ส่อพิรุธน่าสงสัยจนนำไปสู่ปมสืบสวนความจริง ที่แท้แค่กุเรื่องคนร้ายบุกฆ่าสามี ความจริงเธอเป็นผู้วางแผนจ้างฆ่า โดยการจ้างวานลูกชายแท้ๆ ที่เกิดกับสามีเก่าให้สังหารพ่อเลี้ยง แถมเคยเสนอเงินก้อน
กลางดึกคืนวันที่ 2 พฤษภาคม นายประภาส แซ่ตัน อายุ 47 ปี หนุ่มใหญ่ช่างรับเหมาตกแต่งภายใน กำลังตั้งวงสังสรรค์ดื่มกินอย่างสนุกสนานในบ้านเลขที่ 78 หมู่ 2 ต.น้ำคอก อ.เมือง จ.ระยอง ต้องกลายเป็นความตื่นหนกและตกใจเมื่อเสียงปืนกัมปนาทดังขึ้นพร้อมกับชีวิตหนึ่งที่สิ้นลมหายใจ...พนักงานสอบสวนของ สภ.เมือง จ.ระยอง รับแจ้งเหตุจากโรงพยาบาลระยองว่า มีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นเข้าบริเวณกลางหลัง 1 นัดแล้วเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล
พ.ต.อ.มานะ อินทร์พิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองระยอง พร้อมชุดสืบสวนสอบสวน เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุภายในบ้านหลังที่เกิดเหตุ พบกับ น.ส.ธนพร เร่งรีบ อายุ 35 ปี ภรรยาของนายประภาส ให้ข้อมูลกับชุดสืบสวนสอบสวนว่า เพิ่งแต่งงานอยู่กินกับนายประภาสได้ประมาณปีกว่า หลังจากที่นายประภาสหย่าขาดกับภรรยาคนเก่าแล้ว ก่อนหน้านั้น เคยคบหามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายประภาส ราวๆ 7 ปี ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุนายประภาส นายเล็ก ลูกชายที่เกิดจากสามีเก่ากับ นายไพลิน พันธุ์ชาลี ซึ่งเป็นลูกจ้างนั่งดื่มสุราอยู่ในบ้านระหว่างนั้นคนร้ายสวมชุดดำ สวมหมวกกันน็อกบุกเข้ามายิงนายประภาสแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์คันใหญ่ ซึ่งมีท่อไอเสียเสียงดังสนั่นหลบหนีไป
หลังจากที่ น.ส.ธนพร ให้การกับชุดสืบสวนสอบสวนหมด ชุดสืบสวนสอบสวนออกหาข่าวในละแวกใกล้เคียง ทั้งในช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุ ปรากฏว่าพยานแวดล้อมหลายปากให้ข้อมูลตรงกันว่า ห้วงเวลานั้นไม่มีใครได้ยินเสียงท่อไอเสียดังสนั่นจากรถจักรยานยนต์ แต่ได้ยินเสียงปืนดังออกมาจากภายในบ้านหลังเกิดเหตุ ข้อมูลดังกล่าวสร้างความแปลกใจให้ชุดสืบสวนสอบสวน จนต้องตัดสินใจบอกกับพยานในที่เกิดเหตุทั้งหมด 3 คน เพื่อขอเก็บคราบเขม่าดินปืนที่มือ
แต่เมื่อขอความร่วมมือกับพยานทั้ง 3 คน ยิ่งสร้างความสงสัยให้ชุดสืบสวนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อ น.ส.ธนพร เปรยคำถามขึ้นว่า การตรวจคราบเขม่าดินปืนที่มือ หากลูกชายที่เกิดจากสามีเก่าเข้าไปอุ้มเพื่อนำสามี (นายประภาส) ส่งโรงพยาบาลอาจจะมีคราบเขม่าดินปืนติดตามร่างกายก็ได้!!
คำพูดของ น.ส.ธนพร ส่อให้เห็นพิรุธในคดีเพราะตามหลักวิทยาศาสตร์ หากคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ คราบเขม่าดินปืนจะซึมเข้าสู่รูขุมขนแล้วติดแน่น ต้องใช้น้ำยาทางวิทยาศาสตร์ตรวจหาที่บริเวณมือทั้งสองข้าง แต่ตามคำพูดของ น.ส.ธนพร นั้นจะขัดกับหลักทางวิทยาศาสตร์
การสอบสวน น.ส.ธนพร รวมถึงลูกชายที่เกิดจากสามีเก่า คือนายเล็ก อายุ 16 ปีและนายไพลิน ชุดสืบสวนสอบสวนแยกตัวเพื่อสอบถามข้อมูล แต่ก็ยังให้การวกวน แต่เพียงไม่นานนัก นายเล็ก เอ่ยปากรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายลงมือยิงพ่อเลี้ยงจนเสียชีวิต โดยที่แม่ คือ น.ส.ธนพร เป็นผู้บงการวางแผนทั้งหมด
ส่วนนายไพลิน อายุ 18 ปี ให้การที่เป็นประโยชน์ว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ธนพร ติดต่อให้ลงมือฆ่านายประภาสซึ่งเป็นนายจ้าง น.ส.ธนพร จะให้เงินสดจำนวนหนึ่งและบ้านหนึ่งหลัง เป็นค่าตอบแทน แต่นายไพลิน ไม่ยอมรับเพราะกลัวความผิด
เมื่อพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุให้การซัดทอด น.ส.ธนพร จึงยอมเปิดปากรับสารภาพว่าเป็นผู้บงการวางแผนฆ่าสามีตนเองเนื่องจากต้องการเงินจากประกันชีวิต
พ.ต.อ.อิทธิเดช เจริญสหายานนท์ รองผบก.ภ.จ.ระยอง กล่าวว่า การสอบสวนคดีนี้ น.ส.ธนพร ให้การรับสารภาพว่า วางแผนกับลูกชายที่เกิดจากสามีเก่าฆาตกรรมนายประภาส โดยในวันเกิดเหตุ นายเล็กฉวยโอกาสที่นายประภาสเผลอ ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นจ่อยิงเข้าบริเวณกลางหลัง และหลังก่อเหตุนายเล็กก็นำอาวุธปืนทิ้งหนองน้ำข้างซอยประปา หมู่ 4 ต.น้ำคอก อ.เมืองระยอง
"ภรรยานายประภาส ต้องการฆาตกรรมสามีเพราะต้องการเงินประกันชีวิตสามี หากถูกฆาตกรรมจะได้เงิน 1 ล้านบาทซึ่งก่อนหน้านี้ น.ส.ธนพร ก็ให้นายประภาสทำประกันชีวิตกับบริษัทประกันแห่งหนึ่ง อีกทั้งการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ธนพร เคยสอบถามตัวแทนขายประกันว่าหากนายประภาสเสียชีวิตเพราะถูกฆาตกรรม บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือไม่ หรือต้องซื้อเบี้ยประกันเพิ่มอีกหรือไม่ จึงรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเสนอผู้พิพากษาอนุมัติหมายจับ น.ส.ธนพร และนายเล็ก ลูกชายที่เกิดจากสามีเก่า ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" พ.ต.อ.อิทธิเดช กล่าว



