ข่าว

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯยุบสภากำหนดเลือกตั้ง3ก.ค.

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯยุบสภากำหนดเลือกตั้ง3ก.ค.

10 พ.ค. 2554

"ในหลวง" โปรดเกล้าฯพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้ว กำหนดเลือกตั้ง 3 ก.ค. "มาร์ค" เชื่อหลังเลือกตั้งความวุ่นวายในบ้านเมืองจะคลี่คลาย "กกต." กางปฏิทินเลือกตั้ง รับสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 19-23 พ.ค. ส่วน ส.ส.เขต 24-28 พ.ค. หย่อนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า 26 มิ.ย.

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 9 พฤษภาคม นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม และกำหนดเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 

 นายปณิธาน กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีจะแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เพื่อชี้แจงถึงการประกาศยุบสภา โดยเป็นการบันทึกเทปไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่เป็นรายการสดแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในการชี้แจงผ่านสถานีโทรทัศน์ นายกรัฐมนตรีจะมีการชี้แจงการยุบสภา 3 เรื่อง คือ 1.เหตุผลในการยุบสภา 2.ความสำคัญในการเลือกตั้ง และ 3.ผลงาน 2 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล ทั้งในเรื่องอุปสรรคและความสำเร็จ รวมถึงการคืนอำนาจให้แก่ประชาชนที่รัฐบาลหวังว่าประชาชนจะมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งยกเลิกกำหนดการที่ทำเนียบรัฐบาลบางกำหนดนัด เช่น ยกเลิกการให้ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชนสัมภาษณ์พิเศษ แต่ยังคงกำหนดการให้คณะผู้แทนสื่อมวลชนจากประเทศมุสลิมจำนวน 10 คน จาก 7 ประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะและสัมภาษณ์ ภายใต้โครงการเชิญสื่อมวลชนมุสลิมเยือนประเทศไทย ปี 2554

 โดยนายกรัฐมนตรีได้ตอบคำถามสื่อมวลชนประเทศมุสลิมเกี่ยวกับนโยบายภาคใต้ สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ โดยเรื่องสถานการณ์การเมืองนั้น เมื่อสื่อมวลชนมุสลิมถามว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันใด นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเชื่อว่าหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว สถานการณ์ความวุ่นวายต่างๆ ทางการเมืองจะคลี่คลายลงไปได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 17.35 น. ภายหลังจากมีความชัดเจนว่ามีการยุบสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคมนั้น นายอภิสิทธิ์ก็เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และยกมือทักทายสื่อมวลชนที่มายืนรอด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะขึ้นรถประจำตำแหน่งออกไปนายกรัฐมนตรีได้ชู 2 นิ้ว และกล่าวว่า “ให้รอฟังสองทุ่มครึ่ง”  

 เมื่อถามว่า จะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ยิ้มแล้วกล่าวว่า “พรุ่งนี้ (10 พ.ค.) ก็กลับมาอีก” ก่อนจะขึ้นรถยนต์ประจำตำแหน่งกลับไปพักผ่อนที่บ้านพักในซอยสุขุมวิท 31 ทันที

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.15 น. ปรากฏว่าที่ทำเนียบรัฐบาลมีฝนตกลงมา ท้องฟ้าดำมืดครึ้ม แต่เกิดสิ่งน่าอัศจรรย์ เมื่อฝนตกไปประมาณ 5 นาที ท้องฟ้ากลับเปลี่ยนสีมาสว่างไสว ทั้งที่ฝนยังตกอยู่

มาร์คเชื่อหลังเลือกตั้งความวุ่นวายในบ้านเมืองจะคลี่คลาย
               

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กระทรวงการต่างประเทศได้นำคณะผู้แทนสื่อมวลชนจากประเทศมุสลิม จำนวน 10 คน จาก 7 ประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะและสัมภาษณ์ นายอภิสิทธิ์ในโอกาสเดินทางมาเยือนไทยระหว่างวันที่ 9-12 พ.ค.นี้ ภายใต้โครงการเชิญสื่อมวลชนมุสลิมเยือนประเทศไทย ปี 2554  โดยนายกรัฐมนตรีได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับนโยบายภาคใต้ สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ และความร่วมมือระหว่างไทยและประเทศในตะวันออกกลาง

 โดยเรื่องของสถานการณ์การเมืองนั้น ผู้แทนสื่อมวลชน ได้สอบถามนายกฯถึงการชุมนุมของกลุ่มประชาชนที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บางส่วนมาเรียกร้องเกี่ยวกับปัญหาไทย-กัมพูชา และบางส่วนเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชานั้น ตนยืนยันว่าไทยไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้นสร้างความขัดแย้ง และพร้อมที่จะยุติปัญหาด้วยการเจรจาภายใต้กรอบทวิภาคี แต่ขณะนี้รมว.ต่างประเทศของทั้ง 2 ประเทศ ได้หารือต่อเนื่องหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย                

 จากนั้น สื่อมวลชนถามว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ซึ่งตนเชื่อว่าหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว สถานการณ์ความวุ่นวายต่าง ๆ ทางการเมืองจะคลี่คลายลงไปได้       

 นายกฯ ยังกล่าวถึงสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ว่า ยังคงเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาด้วยการพัฒนาและให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากประชาชนในพื้นที่มากขึ้น และหวังว่าจะสามารถยกเลิกกฎหมายพิเศษได้ในอนาคตอันใกล้ต่อไป

                สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศตะวันออกกลางนั้น มีโอกาสทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เนื่องจากปัจจุบันนักลงทุนไทยได้ขยายการลงทุนทั้งสาขาการก่อสร้างและพลังงานไปยังตะวันออกกลาง รวมทั้งแรงงานไทยจำนวนหลายหมื่นคนที่เข้าไปทำงานในภูมิภาคเอเชียกลาง ไทยยังเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาลและเป็นที่ยอมรับทั้งด้านการแพทย์รวมถึงการท่องเที่ยวด้วย ในตอนท้าย

                นายกฯยังได้ย้ำกับสื่อมุสลิมว่า ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับมิตรประเทศและพร้อมร่วมมือแก้ปัญหาระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติดและการลักลอบค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ร้ายแรงที่ประเทศตั้งต้น ประเทศทางผ่าน รวมทั้งประเทศปลายทางที่จะต้องร่วมมือป้องกันและปราบปราม

 กกต.รับสมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์19-23พ.ค.สนามไทยญี่ปุ่น

 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต แถลงภายหลังการประชุมกกต.ว่า วันนี้ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 11 ชุด เพื่อเตรียมการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ โดยได้มีการกำหนดสถานที่รับสมัครเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่ สนามกีฬาไทย ทั้งนี้ในการรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้มีการกำชับหน่วยงานต่างๆเกี่ยวกับมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้มีความเข้มงวดมากขึ้น   โดยจะมีการตรวจเข้มพื้นที่ก่อนวันรับสมัคร จำกัดจุดเข้า - ออกอาคารที่รับสมัคร พื้นที่เฉพาะสำหรับผู้สมัคร การเตรียมสถานที่ให้พร้อมทั้งการเปิดรับสมัครและผู้สนับสนุนของพรรคต่างๆ ซึ่งจะมีการแยกสัดส่วนให้ชัดเจน ซึ่งวันเปิดรับสมัครจะเตรียมขอกำลังรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ นอกจากนี้ จะมีการตรวจวัตถุระเบิดโดยรอบบริเวณที่สมัครทั้งด้านนอกและด้านใน

 นายสุทธิพล กล่าวว่า สำหรับวันรับสมัครนั้น เดิมกำหนดไว้วันที่ 12-16 พ.ค. แต่อาจเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 19 - 23 พ.ค. เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่า วันเลือกตั้งจะเป็นวันที่ 26 มิ.ย.หรือ วันที่ 3 ก.ค. เนื่องจากต้องรอความชัดเจนเรื่องการพ.ร.ฏ.ยุบภา และกำหนดวันเลือกตั้งก่อน   รวมทั้ง ต้องรอกฎหมายเลือกตั้งทั้ง 3 ฉบับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเห็นชอบแล้ว ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ    นอกจากนี้ ในวันที่ 11 พ.ค. เวลา 13.00 น. กกต.จะเชิญสื่อมวลชนทุกแขนงมาสัมมนา เพื่อทำความเข้าใจถึงแผนการทำงาน และขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวการเลือกตั้ง 

เผยกรอบค่าใช้จ่ายหาเสียงเท่าไรต้องรอกม.ลูก3ฉบับ

 นายสุทธิพล กล่าวถึงกรณีการกำหนดวงเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งส.ส.ว่า ต้องรอให้มีความชัดเจนในเรื่องพ.ร.ฎ.ยุบสภาและต้องรอให้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. มีผลบังคับใช้ก่อน และเมื่อกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้วทางกกต.จะเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองมาหารือเกี่ยวกับกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายเลือกตั้งของส.ส.ว่าจะการลดวงเงินหรือเพิ่มวงเงินหรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามบทเฉพาะกาลของกฎหมายเลือกตั้งโดยน่าจะได้ข้อยุติจากการหารือหัวหน้าพรรคการเมืองหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ อีกทั้งที่ได้มีการประชุมผู้บริหารพรรคการเมืองที่ผ่านมาก็เป็นเพียงการเตรียมการเท่านั้น

 นายสุทธิพล กล่าวว่า ส่วนงบประมาณการจัดการเลือกตั้ง ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่ามีการขอวงเงินที่สูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ว่า เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพิ่มมากขึ้น จากเดิมประมาณ 44 ล้านคน เพิ่มเป็น 48 ล้านคน ทำให้หน่วยเลือกตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 94,000 หน่วย ซึ่งเพิ่มขึ้นมา 5,500 หน่วย ส่วนเขตเลือกตั้งจากเดิม 157 หน่วย เพิ่มเป็น 375 หน่วย รวมถึงค่าตอบแทนของกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยที่ต้องเพิ่มขึ้นจาก 250 บาทต่อวัน เป็น 300 บาทต่อวัน นอกจากนี้ ยังต้องมีการใช้ในส่วนด้านกิจการสืบสวนสอบสวน ที่คาดว่าจะมีความรุนแรงและการทุจริต ซื้อเสียงมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการป้องปรามและเพิ่มชุดหาข่าว ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ยังมีต้องเพิ่มหน่วยงานที่สนับสนุนกกต. เป็น 17 หน่วยงาน ที่แต่ละหน่วยก็จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในช่วงที่มีการเลือกตั้งนั้น สามารถทำได้หรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า ตามมาตรา 53 (5) ถ้าหากการหาเสียงโดยไปขัดต่อกติกาที่กฎหมายวางไว้ แม้ว่าจะสามารถทำได้ ก็ถือว่ายังคงมีความผิดทางกฎหมาย ถ้าเป็นกรณีผิดกฎหมายเลือกตั้ง ถ้าพบแล้วว่ามีการกระทำผิดจริง ก็อาจจะทำให้นำไปสู่การให้ใบเลืองใบแดง หรือขณะเดียวกันการกระทำความผิดที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่นกฎหมายห้ามไม่ให้หาเสียงในวันเลือกตั้งผู้ที่ติดต่ออาจจะไม่ได้เป็นนักการเมืองหรือพรรคการเมือง แต่จะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็ติดต่อกันทางนี้ แล้วใช้ช่องทางในการสนับสนุนผู้สมัครหรือพรรคการเมือง แต่บังเอิญไปกระทำการในช่วงเวลาที่ทำไปในเวลาที่กฎหมายต้องห้ามนั้น ตรงนี้ก็จะกลายเป็นความผิด รวมทั้งการไปสำรวจความคิดเห็นแล้วนำไปเผยแพร่ในช่วงเวลาที่กฎหมายห้าม การสำรวจสามารถทำได้ แต่การจะไปเผยแพร่ในช่วงที่กฎหมายห้ามนั้นตรงนี้ก็เป็นความผิดเหมือนกัน ตรงนี้ต้องศึกษากฎหมายด้วย
 
 นายสุทธิพล กล่าวถึงกรณีที่ระบบเซิร์ฟเวอร์ทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทยมีปัญหา ซึ่งอาจส่งผลถึงการจัดการเลือกตั้งเพราะไม่สามารถจัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและทำหนังสือแจ้งเจ้าบ้านได้ ว่า ที่ประชุมกกต. ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวนี้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า ระบบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะต้องมีการจัดทำไว้ก่อนที่จะมีการจัดเลือกตั้ง ซึ่งหากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นจริงทางกรมการปกครอง คงไม่ได้ใช้เซิร์ฟเวอร์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จะต้องมีเซิร์ฟเวอร์สำรองไว้เพื่อรองรับ อย่างไรก็ตามตนมั่นใจความเป็นมืออาชีพของกรมการปกครองเพราะมีประสบการณ์ ในการดำเนินงาน เชื่อว่าไม่มีผลต่อการเลือกตั้งอย่างแน่นอน

ยันพิมพ์บัตรโปร่งใสซัดการเมืองจ้องดิสเครดิตกกต.

 นายสุทธิพลกล่าวถึงกรณีความเป็นห่วงเรื่องจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่อาจจะมีการปลอมแปลงว่า   ทุกครั้งที่มีการจัดเลือกตั้งมักจะมีการระบุว่ามีการโกงการเลือกตั้ง เปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้ง พิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินนั้น ทั้งที่ข้ออ้างดังกล่าวเป็นเพียงประเด็นทางการเมืองเท่านั้น   โดยสำนักงานกกต.ได้คาดการณ์ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งมักจะถูกหยิบขึ้นมาดิสเครดิตผู้จัดการเลือกตั้ง ดังนั้นหลังจากมีการเลือกตั้งส.ส.และส.ว.แล้ว ทางสำนักงานกกต.ได้เสนอกกต.ให้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งและการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีเลขาธิการกกต.เป็นประธาน ส่วนคณะกรรมการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเทคนิคการจัดพิมพ์บัตร มีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญจากโรงพิมพ์ของรัฐ โดยคณะกรรมการจะทำให้การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีมาตรฐานที่เป็นมาตรฐานเดียวเพื่อป้องกันการปลอมแปลง ส่วนการรักษาบัตรเลือกตั้งจะมีตำรวจและเจ้าหน้าที่กกต.ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

 นายสุทธิพล กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้การจัดพิมพ์บัตรของโรงพิมพ์ออกมาจะยังไม่สมบูรณ์เพราะจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการประทับตราบัตรเลือกตั้งเพื่อนำไปใช้ในการเลือกตั้ง อีกทั้งโรงพิมพ์ที่พิมพ์บัตรเลือกตั้งในครั้งก่อนที่มีปัญหาฮั้วโรงพิมพ์เอกชนนั้น ทำให้เลือกตั้งครั้งนี้จึงให้โรงพิมพ์ของรัฐจัดพิมพ์แทน   ยืนยันว่าการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งครั้งนี้จะลดลง เพราะกฎหมายเดิมการลงคะแนนเลือกล่วงหน้าผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้าไม่ต้องมาลงทะเบียนทำให้การกำหนดบัตรเลือกตั้งแบบส.ส.สัดส่วนต้องมีจำนวนมาก แต่กฎหมายใหม่ครั้งนี้จะไม่มีบัตรเลือกตั้งแบบสัดส่วนแล้วโดยจะใช้บัตรแบบบัญชีรายชื่อแทนที่เหมือนกันทั้งประเทศไม่มีกลุ่มจังหวัดแล้ว รวมทั้งการจะใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ว่าเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งหรือเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตก็จะมีการลงทะเบียนทำให้ทราบยอดที่ชัดเจน ดังนั้นยอดบัตรที่จะขออนุมัติกกต.ในการจัดพิมพ์บัตรจะมีจำนวนเท่าเดิมระหว่างบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อโดยกำหนดไว้แบบละ 53.5 ล้านฉบับ ในการพิมพ์แต่ละครั้งจะต้องมียอดเกินจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 7% ที่ต้องเผื่อไว้กับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร