ข่าว

ปตท-บางจากลดราคาน้ำมัน60สต.วันนี้

ปตท-บางจากลดราคาน้ำมัน60สต.วันนี้

10 พ.ค. 2554

“วรรณรัตน์” สั่ง สนพ.หารือผู้ค้าลดราคาน้ำมันเบนซิน-โซฮอล์ ติงเบนซิน 95 ค่าการตลาดสูงเกินไปควรลดด้วย ด้าน กบง. มีมติเก็บเงินเพิ่มน้ำมันดีเซลคืนกองทุนอีก 1.06 บาทต่อลิตร "ปตท.-บางจาก" รับลูกลดราคา 60 สตางค์ ด้าน "กรณ์" ยังไม่ทบทวนเรื่องลดภาษีสรรพสามิต

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ได้มอบหมายให้สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ไปหารือกับผู้ค้าน้ำมันเพื่อปรับลดราคาน้ำมันเบนซินลงประมาณ 40-50 สตางค์ต่อลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดต่ำลงมาก ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันมีกำไรจากค่าการตลาดสูงเกิน 1.50 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นราคาค่าการตลาดเฉลี่ยที่ผู้ค้าน้ำมันควรได้

 ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าเพื่อไม่ให้ผู้ใช้น้ำมัน โดยเฉพาะกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างได้รับความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันเบนซินที่สูงเกินไป จึงมอบหมายให้ สนพ. ไปหารือกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เพื่อปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน 95 หน้าปั๊มลง จากปัจจุบันจำหน่ายอยู่ 49.54 บาทต่อลิตร เนื่องจากค่าการตลาดสูงถึง 6.12 บาทต่อลิตร
 
 นอกจากนี้ ที่ประชุม กบง. ยังเห็นควรให้มีการจัดเก็บเงินจากน้ำมันดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มอีกลิตรละ 1.06 บาท จากที่ก่อนหน้านี้เรียกเก็บไปแล้วลิตรละ 0.33 บาท รวมเป็นลิตรละ 1.40 บาท หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงต่อเนื่อง ทำให้ผู้ค้าน้ำมันมีกำไรจากค่าการตลาดลิตรละ 2.48 บาท ซึ่งส่งผลให้สถานะกองทุนน้ำมันเริ่มมีเงินไหลเข้าจำนวน 31.6 ล้านบาทต่อวัน

 ขณะที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศลดราคาน้ำมันในกลุ่มเบนซินและโซฮอล์ลิตรละ 60 สตางค์ และยกเว้นอี 85 ที่ลดลงลิตรละ 30 สตางค์ มีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมนี้

 นายชวลิต พิชาลัย รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า การปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินลงทั้งหมด และการเรียกเก็บเงินน้ำมันดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมเป็นต้นไป และหากราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ที่ประชุมอาจพิจารณาให้กำหนดราคาคาจำหน่ายน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มลงเป็นบางครั้ง

 ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลราคาน้ำมันให้เหมาะสม ไม่ให้ผู้ค้าน้ำมันเอาเปรียบประชาชนหลังจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมองว่าราคาหน้าสถานีบริการก็ควรจะปรับลดลงมาด้วยเช่นกัน แต่ทางผู้ประกอบการอาจจะมีการสต็อกน้ำมันไว้ช่วงที่ราคาสูงจึงต้อรอให้บริหารสต็อกเก่าให้หมดก่อน

 สำหรับการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลนั้น ขณะนี้จะยังไม่มีการทบทวนมาตรการดังกล่าว โดยจะลดภาษีไปถึงเดือนกันยายนตามแผนเดิม แต่หากราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงมาต่ำกว่าราคาที่กำหนดไว้ 30 บาทต่อลิตร ก็จะทำให้มีช่องว่างให้เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันได้ จึงควรจะเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันไปก่อน เพื่อให้มีความมั่นคงด้านการดูแลพลังงานในระยะยาว ซึ่งกองทุนไม่ควรจะติดลบ ส่วนหลังเดือนกันยายน กรมสรรพสามิตก็ต้องออกประกาศการจัดเก็บภาษีน้ำมันในระดับที่เหมาะสมด้วย ไม่เช่นนั้นจะต้องกลับไปเก็บที่อัตราเต็มเพดานแทน