ข่าว

"มวยเด็ก" ตำบลนาคำไฮ ฟิตเช้า-เย็น หวังเป็นแชมป์

"มวยเด็ก" ตำบลนาคำไฮ ฟิตเช้า-เย็น หวังเป็นแชมป์

10 พ.ค. 2554

ช่วงปิดเทอม เวลาประมาณ 16.00 น.ของทุกวัน เด็กๆ นักเรียนที่รักศิลปะการต่อสู้มวยไทย ทั้งในชั้นประถมและมัธยม จากโรงเรียนนาคำไฮวิทยา ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลนาคำไฮ 20 คน ต่างมารวมกันที่นี่ เพื่อฝึกซ้อมศิลปะมวยไทย ศิลปะการต่อสู้ของคนไทย

  การฝึกซ้อมเริ่มจากการอบอุ่นร่างกาย ด้วยการวิ่งประมาณ 30 นาที จากนั้นกระโดดเชือก 20 นาที ลุกนั่งซิตอัพ 200 ครั้งขึ้นไป วิดพื้น หรือดันพื้น 100 ครั้ง วิ่งยาง 10-20 นาที จากนั้นก็เข้าสู่การฝึกซ้อมแม่ไม้มวยไทยด้วยการชกลม 5 นาที ชกกระสอบ 3-5 ยก ชกเป้า 3-5 ยก ปล้ำ 40-60 นาที เป็นการฝึกพื้นฐานในแต่ละวันเรื่อยไปตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตกจนมืดค่ำ เวลาประมาณ 2 ทุ่มจึงจะเลิกรา ท่ามกลางการเฝ้าดูแลติดตามทั้งครูผู้ฝึกสอน

 ผู้ปกครองและฝ่ายบริหารของเทศบาล มาเฝ้าดูให้กำลังใจในการฝึกซ้อม กิจกรรมจะเป็นเช่นนี้มาทุกวัน ส่วนช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 05.00-07.00 น. จะมีการอบอุ่นร่างกายและเข้าสู่กิจกรรมการฝึกซ้อมเหมือนกับในช่วงเวลาเย็น

 นายกฤษติพงษ์ สุป้อง รองปลัดเทศบาลตำบลนาคำไฮ ผู้ที่นำเสนอและผลักดันโครงการนี้ กล่าวว่า การริเริ่มโครงการนี้เกิดจากภาพที่เด็กๆ นาคำไฮ ได้ขึ้นชกมวยบนเวทีเมื่องานลอยกระทง หลายคนฉายแววของนักชก ทั้งที่พวกเขาไม่ได้รับการฝึกหัดการชกมาก่อน จึงเกิดความคิดว่าเทศบาลในฐานะที่เป็นองค์กรปกครองในท้องถิ่น จะอยู่นิ่งไม่ได้ จึงเสนอโครงการนี้เพื่อเด็กๆ ได้มีเวทีในการฝึกหัด ศิลปะการชกมวย โดยเฉพาะกีฬามวยไทยที่คนไทยควรจะอนุรักษ์ไว้ และผู้ปกครองในชุมชนก็ให้การสนับสนุน มาร่วมเป็นกำลังใจให้ลูกหลานในการฝึกซ้อมในแต่ละวันจนมืดค่ำ

 "อนาคตเด็กๆ เหล่านี้ยังฝันที่จะมีเข็มขัดระดับแชมป์มาไว้ครอบครองให้เป็นเกียรติประวัติแก่ตัวเองและชุมชนด้วย" รองปลัดเทศบาลตำบลนาคำไฮ กล่าว

 ด.ช.อภิชัย พระแก้ว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บอกว่า มีเพื่อนชวนให้ฝึกซ้อม ก็รู้สึกกังวล กลัวเจ็บ กลัวฝึกไม่เป็น แต่เมื่อได้ฝึกซ้อมและเรียนรู้แล้วก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่ดี ได้ออกกำลังกายและยังได้ขึ้นชกบนเวทีมาแล้ว 40 กว่าครั้ง อยากจะได้แชมป์และชนะมากๆ จะตั้งใจฝึกซ้อมและอยากฝากบอกเพื่อนว่าให้ตั้งใจซ้อม กล้าชก กล้าขึ้นเวที

  ด.ช.สิทธิพงษ์ ฤทธิ์สิงห์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กล่าวว่า เห็นเพื่อนมาซ้อมก็อยากจะมาซ้อมด้วย เวลาได้มาฝึกซ้อมแล้วก็รู้สึกว่าได้กำลังกายดี สนุกมีเพื่อนๆ ไม่กลัว หากตั้งใจฝึกซ้อมแล้วจะแข็งแรงไม่เจ็บ และมีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นแชมป์เช่นกัน

 การถ่ายทอดวิชามวยนั้น เทศบาลตำบลนาคำไฮ ได้ใช้วิทยากรในท้องถิ่น นายดำรง สีโนน อดีตนักมวยที่ใช้ชีวิตบนผืนผ้าใบมายาวนานมาเป็นครูฝึก และมีเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลนาคำไฮ พ่อแม่ผู้ปกครองมาเป็นผู้ช่วยในการฝึกสอน

 นายดำรง กล่าวว่า การฝึกหัดนักมวย นอกจากจะมีร่างกายแข็งแรงแล้ว ใจจะต้องสู้และการเริ่มฝึกหัดจะเริ่มวางพื้นฐานตั้งแต่ท่ายืน การชกมวยไทยที่ดีมีหลักสำคัญ คือ มีการป้องกัน ด้วยการยืน มั่นคง เข้มแข็ง สูงเด่น การตั้งแขนป้องกันหรือการการ์ดมวย และการเก็บคาง เปรียบเสมือนป้อมปราการ เท้าหน้าจรดชี้ไปข้างหน้าวางน้ำหนักครึ่งฝ่าเท้า เท้าหลังวางทแยงเฉียงกว้างกว่าหัวไหล่ วางน้ำหนักเศษหนึ่งส่วนสี่ไว้ที่อุ้งนิ้วหัวแม่โป้ง ขยับก้าวด้วยการลากเท้าหลังตามพร้อมที่จะหลอกล่อ ขยับเข้าออก ตั้งรับและโจมตีตอบโต้

 แขนหน้ายกกำขึ้นอย่างน้อยเสมอไหล่ หรือจรดสันแก้ม แขนหลังยกกำขึ้นจรดแก้ม ศอกทั้งสองข้างไม่กางออกและไม่แนบชิด ก้มหน้าเก็บคาง ตาเขม็งมองไปตรงหว่างอกของคู่ต่อสู้ พร้อมที่จะเห็นการเคลื่อนไหวทุกส่วน เพื่อที่จะรุก รับ หรือตอบโต้ด้วยแม่ไม้ ลูกไม้และการแจกลูกต่างๆ มีการเคลื่อนไหวที่องอาจ มีจังหวะ มีการล่อหลอกและขู่ขวัญประดุจพญาราชสีห์ให้คู่ต่อสู้เกิดความกลัว เป็นการข่มขวัญไปด้วย จากนั้นจึงผสมผสานการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก
 
 ด้านนายเสงี่ยม ทองผล นายกเทศมนตรีตำบลนาคำไฮ กล่าวว่า อยากให้ลูกหลานได้เป็นคนเก่ง คนดีของสังคมและนำมาซึ่งชื่อเสียงของเทศบาล จึงได้ให้การสนับสนุนตั้งเวทีมวยขึ้นเพื่อดึงลูกหลานให้ห่างไกลจากยาเสพติด เด็กจะได้ชักชวนกันมาฝึกซ้อมให้มากขึ้น และต่อไปจะจัดตั้งงบประมาณสนับสนุนให้ประมาณปีละ 200,000-300,000 บาท จัดหาครูมวยเพิ่มอีกสองสามคน เพื่อสร้างเด็กเหล่านี้ให้เป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงต่อไป

"สุรศักดิ์ เครือคำ"