ข่าว

การแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านของ“พาณิชย์”

การแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านของ“พาณิชย์”

09 พ.ค. 2554

กระทรวงพาณิชย์ มีคนอยู่สองกลุ่มที่จะต้องทำงานร่วมกัน คือ กลุ่มนักการเมืองที่มี รัฐมนตรี-รัฐมนตรีช่วย และทีมที่ปรึกษาทางด้านต่างๆ คอยให้การชี้แนะว่า ปัญหาปากท้องชาวบ้านแต่ละปัญหาควรที่รัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีช่วยว่าการ จะแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างไร, กับอีกกลุ่

 ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวง ออกมาแถลงข่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยในเดือนเมษายน ที่สำรวจจากราคาสินค้าและบริการทั่วประเทศ 417 รายการ เท่ากับ 112.01 สูงขึ้นถึง 4.04% พูดอย่างภาษาชาวบ้านคือ เงินเฟ้อขึ้นมา 4.04% สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะสินค้าหลายอย่างต่างก็ขึ้นราคากันถ้วนหน้า โดยที่รัฐบาลไม่มีปัญหาสกัดกั้นได้ ยกเว้นสินค้าที่ตกเป็นข่าว เช่น ไข่ หรือ น้ำตาล หรือ น้ำมัน ที่พอรัฐบาลรู้ข่าวว่าจะขาดแคลนก็รีบ “กดราคา” เอาไว้ไม่ให้โง่หัวขึ้นมา ส่วนที่ขยับราคาขึ้นตามอำเภอน้ำใจนั้น พบว่า ข้าว และผลิตภัณฑ์ประเภทแป้ง ขึ้นไป 4.3%, เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ 8.9% ผลิตภัณฑ์นม 6.7% ผักและผลไม้ 20.6% เครื่องประกอบอาหาร 13% อาหารสำเร็จรูป 6% ส่วนหมวดที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องเดิมเพิ่ม 1.3% ส่วนหมวดเครื่องอุปโภคผมไม่ลงในรายละเอียดนะครับ เพราะไม่ใช่เรื่องจำเป็นสำหรับปากท้อง

 พอปลัดกระทรวงพาณิชย์ “เขี่ยลูก” เสร็จ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ “รับลูก”ปุ๊บ ว่า จะขอเงินงบประมาณจากรัฐบาล 200 ล้านบาท ไปอุ้มค่าครองชีพประชาชน โดยจะมีโครงการธงฟ้า ขายสินค้าราคาถูกในอำเภอต่างๆ...ก็ง่ายดีนะครับ สำหรับการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ คือ ข้าราชการประจำสำรวจดัชนีผู้บริโภคพอเห็นว่าของแพงก็จัดโครงการธงฟ้าขึ้นมาแก้ปัญหา...

 แล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับ ไม่ว่าจะมีเสียงร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ไอ้นั่นแพง ไอ้นี่แพง เช่น ไข่แพง น้ำมันปาล์มแพง หรือน้ำตาลแพง กระทรวงพาณิชย์ก็จะจัดโครงการธงฟ้าขึ้นมาสนองตอบทันทีอย่างตอนนี้ ปุ๋ยแพง ก็มีปุ๋ยธงฟ้าขึ้นมาอีกแล้ว ยังดีนะครับ ตอนที่น้ำมันดีเซลแพง ผมยังแอบลุ้นเลยว่า นางพรทิวาจะขอให้บริษัทผู้ค้าน้ำมันเข้าร่วมโครงการน้ำมันดีเซลธงฟ้าด้วยไหม (ฮา) …

 ผมไม่อยากเชื่อนะครับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่มีคณะที่ปรึกษาร่วม 100 คน จะมีปัญญาแก้ปัญหาของแพงแค่การจัดให้มีโครงการธงฟ้าขึ้นมาที่โน่นที่นี่ จนข้าราชการในกระทรวงแทบไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว คือคอยบริหารจัดการโครงการธงฟ้าสนองนโยบายนักการเมืองอย่างที่เห็นอยู่ จนผมคิดว่า หากข้าราชการกระทรวงพาณิชย์คนใดเบื่องานประจำ แล้วลาออกไป ก็น่าจะไปเป็นผู้จัดการตลาดนัดตามหมู่บ้านจัดสรรได้อย่างสบาย

 ผมอยากบอกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า คุณแก้ปัญหาไม่ถูกทางครับ คือไล่แก้ที่ปลายเหตุ จริงอยู่การเอาสินค้าไปขายถูกๆ อาจทำให้ราคาสินค้าในตลาดถูกลงตามไปด้วย แต่ก็ชั่ววูบชั่ววาบครับ...วันนี้ชาวบ้านร้านตลาดกำลังอยู่กับ “เศรษฐกิจงูกินหาง” คือใครอยากขึ้นราคาสินค้าหรือบริการก็ว่ากันตามใจชอบ...มอเตอร์ไซค์รับจ้างขึ้นค่าบริการจาก 5 บาทเป็น 20 บาทต่อเที่ยว ด้วยข้ออ้างน้ำมันแพง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ขึ้นราคาจาก 20 เป็น 35 อ้างว่านั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างแพง, ช่างตัดผมชายขึ้นราคาจาก 40 เป็น 70 บาทก็บอกว่าขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปกินก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวแกงแพง

 สรุปคือ ทุกคนต่างก็อ้างกันไปอ้างกันมา โดยไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปกำกับดูแล เรื่องอย่างนี้กระทรวงพาณิชย์ควรเข้าไปดูแลครับ รัฐมนตรีพาณิชย์เคยกินไหมก๋วยเตี๋ยวชามละ 35 บาทที่ใส่เส้นจนล้นชาม เพราะแม่ค้ากลัวถูกด่าว่าขึ้นราคาแล้วให้เส้นน้อยน่ะ ไปลองดูซิครับ แล้วไปคิดดูหน่อยปะไรว่าจะให้ราคาพวกนี้คงทีเสียที...ผมละดีใจจริงๆ ที่รัฐบาลชุดนี้กำลังจะไปเสียที อยู่นานไปผมเกรงว่า สักวันหนึ่ง รัฐมนตรีพาณิชย์จะเอาประเทศไทยไปเข้าโครงการธงฟ้าครับ !

ภาณุมาศ ทักษณา