
อำนาจคือกฎหมาย
การตายของบิน ลาเดน หัวหน้านักก่อการร้ายหมายเลข 1 ของโลก ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
สหรัฐกำลังตกเป็นจำเลยในข้อหาฆ่าคนที่ไม่มีอาวุธ จากปฏิบัติการไล่ล่าบิน ลาเดน ขณะพักอยู่กับครอบครัวภายในเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ที่เมืองอับบอตตาบัดของปากีสถาน
ปฏิบัติการครั้งนี้มีพยานอยู่เต็มบ้าน ลูกสาววัย 12 ปี และภรรยาของบิน ลาเดน ซึ่งได้รับบาดเจ็บในขณะที่หน่วยซีลที่ 6 ของสหรัฐบุกเข้าไปสังหารสามี
หนังสือพิมพ์ชั้นนำของค่ายตะวันตก สถานีโทรทัศน์ขึ้นชื่อทั้งในยุโรปและอเมริกา ต่างรุมจวกสหรัฐว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน
ฆ่าคนโดยเจตนา
แม้ในมุมหนึ่งชาวอเมริกันจะสะใจกับผลงานดังกล่าวเพราะนักก่อการร้ายผู้นี้คือ ผู้ที่สร้างประวัติศาสตร์ความหวาดกลัวให้แก่สหรัฐ ตึกแฝดเวิร์ดเทรดถูกเครื่องบินพุ่งเข้าชนถล่มไปในพริบตา มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน ชาวอเมริกันหวาดผวาแทบเสียสติ ความกลัวแผ่ซ่านไปทั่วโลก
มีปฏิกิริยาตามมามากมาย ปากีสถานออกมาปฏิเสธว่า ไม่ได้เปิดไฟเขียวให้สหรัฐเข้าโจมตี และยังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบด้วยว่า บิน ลาเดน เข้ามาพักอยู่ในเขตใกล้กับค่ายทหารแห่งหนึ่งโดยไม่มีใครรู้ได้อย่างไร
สหรัฐเองก็ยอมตัดบทให้ปากีสถานอ้างว่า ไม่ได้แจ้งเพราะกลัวข่าวรั่ว แต่เหตุผลจริงๆ อาจกลัวการล้างแค้น รัฐบาลปากีสถานย่อมตกเป็นเป้าหมายแรกแน่
ยังมีด้านมืดของสหรัฐที่ถูกเปิดเผยจากการไล่ล่า หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายรายนี้ การสอบเค้นนักโทษบางคนของกลุ่มอัล-ไกดาที่คุกกวนตานาโมเพื่อให้ได้ข้อมูล
วิธีการทรมานโดยจับนักโทษห้อยหัวลงบนกระดาน เอาน้ำราดคล้ายกับโดนกดน้ำ
หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส เอามาแฉกันจะจะ กว่าจะเข้าถึงตัวบิน ลาเดน
สหรัฐกำลังตกเป็นจำเลยว่าละเมิดกฎหมาย แต่พี่ใหญ่ดูเหมือนจะเฉยเมยกับคำวิจารณ์ดังกล่าว เหมือนกับเป็นเจ้าโลกฆ่าคนไม่ผิด
ทั้งๆ ที่ผ่านมาสหรัฐมักเข้าไปขวางการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทั่วโลก
แต่ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ประเทศที่ยิ่งใหญ่สามารถกำหนดลมหายใจให้ใครก็ได้
สภาพศพของบิน ลาเดน จะบอกได้ว่า ชุดจู่โจมของสหรัฐลงมืออย่างไร แต่ภาพดังกล่าวก็ถูกบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ปฏิเสธที่จะนำมาโชว์ อ้างว่าจะเกิดความเคียดแค้น
กฎหมายประเทศที่เจริญแล้วก็ไม่ต่างกับบ้านเรา มีสองมาตรฐานเหมือนกันหมด
อยู่ที่ว่าใครกุมอำนาจอยู่เท่านั้น!!



