
ทหารไทยปักหลักรักษาแดนไทย-กัมพูชา
ทหารไทยยืนยันกำลังทหารที่ดูแลสถานการณ์แนวชายแดนยังเป็นปกติ แม้ผู้นำทั้งสองประเทศจะเจรจาไม่เป็นผล คาดจะตั้งโต๊ะเจรจาในเร็วๆนี้ หวังสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เขมรปอยเปต หวั่นสงครามไทย-กัมพูชา ปะทุ หลังผู้นำทั้งสองประเทศเจรจาล้มเหลว แห่ซื้อเสบียง
(9พ.ค.) การหารือนอกรอบเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา เรื่องสถานการณ์ตามแนวชายแดน บริเวณใกล้ปราสาทพระวิหาร ในเวทีประชุมสุดยอดผู้นำอาเซี่ยน ครั้งที่ 18 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดตลอดระยะเวลามากกว่า 2 ปี ทำให้ทหารทั้งสองฝ่ายปะทะกันต่อเนื่อง ซึ่งผลการหารือนั้นผู้นำทั้งสองประเทศมีความคิดเห็นต่างกัน จึงยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจน
ส่วนสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ นั้น พ.ต.สุกิตติ์ สุบรรณจุ้ย ฝ่ายเสนาธิการศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า สถานการณ์ตามแนวชายแดนเข้าสู่ภาวะปรกติ ทหารไทยยังคงวางกำลังตลอดแนวชายแดนเท่าเดิม ยังไม่มีการเสริมกำลังทหารหรืออาวุธยุทโธปกรณ์ทางการรบเข้าไปประชิดตามแนวชายแดนแต่อย่างใด
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท ต้องรอให้ผู้นำของทั้งสองประเทศได้ตั้งโต๊ะเจรจาหารือกัน เพื่อให้มีข้อตกลงที่เหมาะสม จึงจะทราบแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของทหารตามแนวชายแดนที่ชัดเจน ส่วนทหารฝ่ายปฏิบัติการนั้นยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งเหมือนเดิม
ขณะที่นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าตามแนวชายแดนช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ บอกว่า ทหารไทยยังคงตรึงกำลังตามแนวชายแดนเท่าเดิม และยังมีการลาดตระเวนเหมือนเดิม โดยยังไม่มีการเสริมกำลังประชิดแนวชายแดนแต่อย่างใด แต่ถ้าทหารทั้งสองประเทศ ยังไม่มีการถอนกำลังออกจากพื้นที่กรณีพิพาทกันแล้ว ก็มีโอกาสที่จะเกิดการปะทะกันอีก ด้วยปืนประจำกายเท่านั้น ไม่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา
ส่วนด้านการค้าตามแนวชายแดนนั้นส่งผลกระทบตั้งแต่เริ่มมีความขัดแย้งกันขึ้น โดยมองว่าการปะทะกันทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสทางการค้าให้กับประเทศเวียดนาม จีน และประเทศในแถบตะวันออกกลางที่เลือกเข้าไปลงทุนกับประเทศกัมพูชา ซึ่งหากเหตุการณ์ยังไม่คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ก็จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อการค้าชายแดนของไทยอย่างแน่นอน
เขมรปอยเปตหวั่นสงครามปะทุแห่ซื้อเสบียงกักตุน
ที่บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกรุงปอยเปต อ.โอวจโรว จ.บันเตียเมียนเจย ของกัมพูชา ยังคงมีชาวเขมรกว่า 1 หมื่นคนเดินทางเข้ามาค้าขายและทำงานรับจ้างในตลาดโรงเกลือ กันอย่างคึกคัก ส่วนคนไทยที่เดินทางออกไปฝั่งกัมพูชาลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะคณะ ทัวร์ชาวไทยที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ นครวัด-นครธม จ.เสียมราฐ ของกัมพูชา แทบไม่มีคณะทัวร์กว่า 90 %ถูกยกเลิก เนื่องจากกลัวความไม่ปลอดภัยในกัมพูชา แต่ยังคงมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางออกไปฝั่งกัมพูชาตามปกติ
ส่วนในตลาดโรงเกลือ ฝั่งประเทศไทย ได้มีชาวเขมรส่วนใหญ่เป็นพ่อค้า แม่ค้าชาวเขมรที่เปิดร้านค้าขายอยู่ในตลาดปอยเปต ฝั่งกัมพูชา ได้เดินทางเข้ามาหาซื้อสินค้าในตลาดโรงเกลือ โดยส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าประเภทอาหารแห้ง และน้ำดื่ม จำนวนมากแล้วบรรทุกรถเข็นกลับออกไปฝั่งกัมพูชา โดยนางซวน โชย อายุ 46 ปี แม่ค้าชาวเขมรอ้างว่าขณะนี้ในตลาดปอยเปต ต่างมีข่าวลือกันว่าการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา บริเวณชายแดน จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ ตรงข้ามชายแดน จ.อุดรมีชัย ของกัมพูชา อาจปะทุขึ้นมาอีกครั้งซึ่งอาจบานปลายจนเป็นสงคราม และจะทำให้ด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ถูกสั่งปิดทั้งหมด
ส่วนสาเหตุมาจากการเจรจากันระหว่างผู้นำไทยและสมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา ที่ประเทศอินโดนีเซีย ประสพความล้มเหลว ซึ่งชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ติดตามข่าวสารการเจรจาอย่างใกล้ชิด จนเกิดความวิตกกังวลจนทำให้เกิดกระแสข่าวลือดังกล่าวเกิดขึ้น นางซวน โชย ยังบอกอีกว่า เมื่อเช้าวันนี้สถานีวิทยุท้องถิ่นของกัมพูชา รับฟังได้ที่ตลาดปอยเปต ทางดีเจ ผู้ประกาศ ได้ออกอากาศพูดจาโน้มน้าวให้ชาวเขมรทุกคนสนับสนุนท่าทีแข็งกร้าวของสมเด็จ ฮุน เซน ที่ต้องการให้ไทยถอนทหารออกจากพื้นที่ปราสาทพระวิหารและให้ สห.ประชาชาติ หรือผู้สังเกตการณ์ของประเทศอินโดนีเซีย นำกำลังเข้ามาคุ้มครองปราสาทพระวิหาร โดยสถานีวิทยุฯยังประโคมอีกว่าสาเหตุที่เกิดการสู้รบกันเป็นเพราะว่าสมเด็จ ฮุน เซน ต้องการปกป้องปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นสมบัติของกัมพูชา ไม่ให้ตกไปเป็นของไทย นางซวน โชย ยอมรับว่าจากข่าวดังกล่าวทำให้ชาวเขมรรู้สึกไม่สบายใจเกรงว่าเหตุการณ์จะไม่ สามารถเจรจากันได้จนทำให้ไทย-กัมพูชา กลายเป็นศัตรูกัน
ส่วนทางด้าน พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เผยว่าขณะนี้เหตุการณ์บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ ยังคงอยู่ในสภาวะปกติ ชาวเขมรยังคงเดินทางเข้ามาค้าขายและทำงานในตลาดโรงเกลือ ตามปกติวันละกว่า 1 หมื่นคน ส่วนชาวไทยที่จะเดินทางออกไปฝั่งกัมพูชา ก็ลดลงบ้างโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยว นครวัด-นครธม ของกัมพูชา หายไปกว่า 90 % ส่วนบรรยากาศในตลาดโรงเกลือ ยงคงค้าขายกันตามปกติไม่มีเหตุการณ์ใดๆ
ทางด้าน ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่แนวชายแดนบริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ และตลาดโรงเกลือ ยังคงนำกำลังทหารพรานออกลาดตะเวณดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่แนวชาย แดนอย่างเข้มงวดและประสานสัมพันธ์กับฝ่ายกัมพูชาอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดของ จนท.ชายแดนทั้งสองประเทศ



