
หมอยัน'หลวงพ่อคูณ'ปอดติดเชื้อเรื้อรัง
หมอ ระบุ หลวงพ่อคูณ ปอดติดเชื้อเรื้อรังต้องรักษานาน 6เดือน ต้องอยู่โรงพยาบาลอย่างน้อย 1 เดือน รองผอ.รพ.มหาราชฯ ระบุ หลวงพ่อคูณป่วยเป็นวัณโรค แต่ไม่ร้ายแรงสามารถรักษาหายได้
(8พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เกจิอาจารย์ชื่อดังเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่พักรักษาตัวอยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา ว่า เมื่อเวลา 11.20 น.วันนี้ 8 พ.ค. 54 หลวงพ่อคูณฯฉันภัตตาหารเพลที่ลูกศิษย์ใกล้ชิดนำมาถวาย ประกอบด้วย ผัดผักใส่กุ้ง แกงจืดฟัก ปลาจาระเม็ดทอด หมูทอด น้ำพริกปลาทู ผักต้ม และผัดหมี่โคราช รวมถึงผลไม้ กล้วยน้ำหว้า มะละกอและมะม่วงสุก โดยหลวงพ่อคูณฯฉันภัตตาหารเพลได้มากกว่าช่วงเช้า
ในขณะเดียวกันได้มีศิษยานุศิษย์จากกรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศ มาเลเซีย และจากหลายจังหวัดเดินทางมาเยี่ยมอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณฯที่ระเบียงหน้า ห้องผู้ป่วย 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมาผ่านทางจอทีวีวงจรปิดที่ทางรพ.จัดไว้ให้เนื่องจากแพทย์ งดเยี่ยมหลวงพ่อคูณฯอย่างเด็ดขาด
ในเวลาต่อมารองศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลศิริราช พร้อมด้วยนายแพทย์พินิจจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดและนายแพทย์ธนากรณ์ อนันตเศรษษฐกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้เข้าตรวจอาการของหลวงพ่อคูณฯ
หลังจากนั้นได้เข้าประชุมที่ห้องประชุมติดกับห้องผู้ป่วยพิเศษ 9821 เพื่อวินิจฉัยโรคเเละได้เชิญนายสมศักดิ์ ปริสุทโธเหมทานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาและนางสาววันนา พิจารณาธรรม กรรมการฝ่ายอาหาร วัดบ้านไร่ฝ่ายอาหาร ลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อคูณฯเข้าไปรับฟังผลการวินิจฉัยและรับฟังคำแนะนำการ ปรนนิบัติหลวงพ่อคูณฯด้วย โดยการประชุมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
รองศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ เปิดเผยภายหลังตรวจอาการหลวงพ่อคูณฯ ว่า อันที่จริงคณะแพทย์ของ รพ.มหาราชฯ ก็ดูแลอาการหลวงพ่อคูณฯเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ซึ่งจากการที่ตนเข้าตรวจหลังจากได้รับการรักษาก็ดูแลสภาพร่างกายหลวงพ่อ ยังดีอยู่
ต่อข้อถามถึง อาการอาพาธจนถึง ณ วันนี้จำเป็นจะต้องนำตัวหลวงพ่อไปรักษาที่ รพ.ศิริราชหรือไม่ รศ.นพ.นิธิพัฒน์ ตอบว่า ตนก็ได้ตรวจแล้วสภาพอาการแบบนี้หลวงพ่อคงรักษาตัวอยู่ที่นี่ เพราะคณะแพทย์ ที่นี่ดูแลได้ดีอยู่แล้ว ยังไม่จำเป็นจะต้องส่งผู้ป่วยไปกรุงเทพฯ
ส่วนเรื่องปอดติดเชื้อนั้นจากการตรวจแล้วรู้สึกว่าท่านก็ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะโรคปอดการรักษาจะต้องใช้เวลาบ้าง ส่วนเรื่องการจะต้องผ่าตัดหรือเจาะเอาน้ำในปอดออกนั้น ตนก็ยังคิดว่าแนวทางการรักษาทางยาอย่างเดียวน่าจะค่อยๆดีขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลานิดหนึ่ง ส่วนจะใช้เวลานานแค่ไหนนั้นคงยังระบุไม่ได้แน่นอน เราต้องรอดูการฟื้นตัวเป็นระยะๆไป
ต่อข้อถามถึง การรักษาทางคณะแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมาเดินทางถูกทางแล้วหรือเปล่า รศ.นพ.นิธิพัฒน์ฯตอบว่า ถูกทางแล้ว เนื่องจากทั้งรพ.มหาราชนครราชสีมาและรพ.ศิริราชก็มีการปรึกษาหารือกันอยู่ ตลอดอยู่แล้ว ซึ่งคณะแพทย์ของรพ.มหาราชฯก็ปรึกษาหารือไปทางกรุงเทพฯอยู่ตลอดเวลา
ด้าน นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.มหาราชนครราชสีมา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ กล่าวว่า จากการเอ็กซเรย์ปอดแล้วดูเหมือนว่าจะดีขึ้นบ้างเล็กน้อย น้ำในปอดลดลงเล็กน้อย ซึ่งพอดีทางอาจารย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ จากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้เดินทางมาให้คำแนะนำในการรักษา พร้อมกับตรวจดูแลอาการหลวงพ่อ ซึ่งจริงๆแล้วคณะแพทย์เราก็ปรึกษาทางศิริราชมาโดยตลอดอยู่แล้ว สรุปแล้วหลวงพ่อเป็นภาวะติดเชื้อในปอดเรื้อรัง ซึ่งจำเป็นจะต้องรับการรักษาด้วยยาเป็นเวลานานอย่างน้อย 6 เดือน และในระยะแรกที่หลวงพ่อรับยาก็มีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งจากตัวโรค เอง และยาที่เราให้ ฉะนั้นคงจะต้องดูแลหลวงพ่อให้หลวงพ่ออยู่ที่ รพ.มหาราชฯจนกว่าจะปลอดภัย ซึ่งเชื่อว่าต้องพักรักษาตัวที่รพ.อย่างน้อยประมาณ 1 เดือน หรือเกือบเดือน
ส่วนในแง่การรักษาของคณะแพทย์โดยการวินิจฉัยเนื่องจากท่านเป็นคนของประชาชน และบารมีท่านใครๆก็ให้คำปรึกษาดูแล ซึ่งในแง่การวินิจฉัยหลวงพ่อทั้งสองโรงเรียนแพทย์ ทั้ง ศิริราชพยาบาล และ รามา ก็เห็นด้วยว่า วินิจฉัยเหมือนกัน ส่วนการรักษาก็เป็นไปในทางเดียวกัน ส่วนน้ำในเยื่อหุ้มปอดเราก็พบว่า ยังมีอยู่ แต่ลดลงเล็กน้อย ส่วนการเจาะนั้นเราคงจะต้องดูกันเป็นระยะๆ เพราะจำเป็นต้องให้ท่านนอนโรงพยาบาล เพราะเราจะได้เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนทั้งจากโรคเอง และภาวะแทรกซ้อนจากยาที่เราให้ และในแง่การให้ท่านได้พักผ่อน ซึ่งหลวงพ่อคูณฯจำเป็นจะต้องนอนโรงพยาบาลมหาราชฯอย่างน้อย 1 เดือน และการรักษาปอดต้องรักษากันอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งเราต้องดูกันเป็นระยะๆ และอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลอยู่แล้ว และโลกปัจจุบันนี้เป็นโลกไอที เราเอ็กซเรย์ที่นี่ทางโน้นเขาก็เห็น ฉะนั้นการปรึกษาในแง่การดูแลหลวงพ่อตนคิดว่าไม่น่ามีปัญหา ถ้าหลวงพ่อมีปัญหาเมื่อไหร่เราก็พร้อมที่จะส่งอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเท่าที่ปรึกษากันทั้งหมดเห็นว่า ถ้าจะส่งท่านไปตอนนี้อาจจะสร้างปัญหาให้มากกว่าแก้ปัญหา และท่านก็เพิ่งเริ่มจะฟื้น เริ่มจะฉันได้บ้างเล็กน้อยเอาท่านเดินอาจจะทำให้ท่านมีปัญหามากขึ้นอีก ส่วนทีมคณะแพทย์จากกรุงเทพฯที่จะมาตรวจหลวงพ่อนั้น คงจะเป็นการปรึกษากันและดูกันตามสถานการณ์ไป
นายแพทย์ธนากร อนันตเศรษฐกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางดินหายใจ รพ.มหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า ตอนนี้ยาที่เราให้เพิ่มเติมก็จะมีเพิ่มเติมอยู่จนกว่าจะครบขนาดมาตรฐาน สำหรับโรคนี้ แต่เราจะค่อยๆให้ไป เพราะท่านอายุมากแล้ว เราเกรงว่าท่าจะรับผลข้างเคียงไม่ไหว จึงต้องค่อยๆเพิ่มทีละตัว และดูการตอบสนองด้วย และดูเรื่องโรคแทรกจากยาด้วย ตอนนี้เราเป็นห่วงปัญหาหลักเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากยาว่า เราต้องใช้ยาหลายตัว หลายขนาด สำหรับโอกาสหายขาดของโรคเรื้องรังโรคนี้ถ้ารักษาครบก็หายขาดได้
ต่อมาเวลา 19 .00 น. แพทย์หญิงสุวรรณี ตั้งวีระพรพงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า วันที่ 9 พ.ค.รพ.มหาราชนครราช สีมา จะแถลงอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ อย่างเป็นทางการในเวลา 11.00 น. โดยภาพรวมอาการของหลวงพ่อคูณดีขึ้น ฉันภัตตาหารได้ แขน ขาที่เคยอ่อนแรงก็ดีขึ้น ทรงตัวได้ส่วนภาวะปอดติดเชื้อนั้นคณะแพทย์ที่ทำการรักษาได้วินิจฉัยโรคและสรุปว่าหลวงพ่อคูณป่วยเป็นวัณโรค แต่อาการไม่ร้ายแรงรพ.มหาราชนครราชสีมา มียารักษาให้หายได้
ทั้งนี้หลวงพ่อคูณต้องพักรักษาตัวที่รพ.ประมาณ 1 เดือน และฉันยาติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้โรคหายขาด ซึ่งขณะที่รักษาแพทย์ต้องดูเรื่องอาการแทรกซ้อนด้วยเพราะหลวงพ่อคูณ มีอายุมากร่างกายก็อ่อนแอ สำหรับการติดเชื้อของหลวงพ่อนั้นยังระบุสาเหตุไม่ได้แต่โรคนี้ติดต่อทางเดินหายใจน้ำลายและเสมหะ ในขณะที่หลวงพ่อเป็นคนของประชาชนมีศิษยานุศิษย์ทั้งผู้ที่ร่างกายแข็งแรงและผู้ที่เจ็บป่วยไปกราบท่านในวันหนึ่งๆเป็นจำนวนมาก ประกอบกับท่านอายุมากถึง 88 ปี และเคยผ่านการผ่าตัดสมองและมีโรคประจำตัวคือเบาหวาน ทำให้ร่างกายอ่อนแอภูมิต้านทานโรคน้อย ซึ่งจะทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามคณะแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมาได้วางแผนให้ยารักษาอาการอาพาธของท่านแล้วและหลวงพ่อก็แข็งแรงมากขึ้น แพทย์หญิงสุวรรณีฯกล่าว



