
"มาร์ค-ฮุนเซน"ไม่ยุติ"กษิต"ถกต่อวันนี้
"อภิสิทธิ์"ควงกษิตหารือฮุน เซนโดยปธน.อินโดนีเซียประ สานงาน แต่การหารือไม่ยุติ เตรียมให้รัฐมนตรีต่างประเทศสองประเทศหารือต่อพรุ่งนี้ (9พ.ค.) "มาร์ค"รับผลเจรจาฮุน เซนไม่คืบ เพราะกัมพูชายืนยันไม่ถอนทหารจากพื้นที่เขาพระวิหาร ด้านฮุน เซนยันถ้าไทยไม่ลงนา
(8พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ประเด็นข้อพิพาทไทย-กัมพู ชา โดย นายอภิสิทธ์ และ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาและนายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา โดยการประสานงานของ นายซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางมาถึงห้องประชุมศูนย์การประชุมจาการ์ตาก่อน ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงเวลาประมาณ 07.55 น. ซึ่งสมเด็จฮุน เซน และประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นั่งรออยู่ก่อนแล้ว และการจัดห้องประชุมเป็นลักษณะสามเหลี่ยมและเป็นการเจรจา 1 บวก 1 กระทั่งเวลา 09.00 น. การเจรจาสิ้นสุดลง สมเด็จฮุน เซน เดินทางออกมาก่อน ตามด้วยอินโดนีเซียและนายกรัฐมนตรี โดยไม่การเปิดเผยผลประชุมเป็นทางการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือดังกล่าวยังไม่สามารถหาข้อยุติในเรื่องปัญหาความขัดแย้งได้ โดยเฉพาะเรื่องการส่งผู้สังเกตการณ์ นายกรัฐมนตรียังยืนยันให้กัมพูชาถอนทหารออกไป ขณะที่สมเด็จฮุน เซน ยังมีท่าทีเช่นเดิมและให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงเรื่องการส่งผู้สังเกตการณ์และจะไม่ถอนทหารออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มอบให้รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและกัมพูชา หารือเรื่องนี้อีกครั้งในวันพรุ่งนี้(9พ.ค.)ที่กรุงจาการ์ตา
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า นายกรัฐมนตรี มีโอกาสทักทายกับสมเด็จฮุน เซน มาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนช่วงงานเลี้ยงอาหารค่ำของผู้นำอาเซียนเมื่อวานนี้ (7 พ.ค.) และท่าทีของกัมพูชาอ่อนลง และพร้อมเจรจา 3 ฝ่าย คือ ไทย กัมพูชา และอินโดนีเซีย
สำหรับภารกิจนายกรัฐมนตรีช่วงการประชุมอาเซียนวันที่สอง นายกรัฐมนตรีมีโอกาสหารือทวิภาคีกับทางการอินโดนีเซียอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงจะหารือทวิภาคีกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้วย และการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน โดยช่วงบ่ายจะมีการออกแถลงการณ์ 3 ฉบับ คือ แถลงการณ์ร่วมของผู้นำอาเซียน เรื่องประชาคมอาเซียนในประชาคมโลก แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอาเซียนเพื่อสันติภาพและความสมานฉันท์ และแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้ามนุษย์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการหารือกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนเห็นว่า การที่สมเด็จฮุน เซน เอาเรื่องข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ไปพูดในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ทำให้ประเทศสมาชิกมีความรู้สึกกังวลปัญหาดังกล่าว จึงประสานให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจากัน ในการหารือระหว่างไทยและกัมพูชาปรากฏว่ามีความเห็นต่างกันชัดเจน โดยกัมพูชาต้องการให้ไทยลงนามเรื่องการส่งผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียลงพื้นที่ พร้อมยืนยันว่า หากทางการไทยลงนามก็พร้อมเจรจาทวิภาคี แต่ตนเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่เป็นเรื่องที่กัมพูชาไม่ยอมถอนทหารออกจากพื้นที่โดยรอบปราสาทพระ วิหาร
“ผมยืนยันว่า เรื่องผู้สังเกตการณ์จะส่งลงพื้นที่หรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่เรื่องที่สำคัญ คือการให้พื้นที่เกิดความสงบ โดยไม่มีปัญหากระทบกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่ง 2 เดือนที่ผ่านมาปัญหาการปะทะกันไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่จะส่งผู้สังเกตการณ์ลงไป ตรงนี้คือเหตุผลอย่างเดียวที่กัมพูชาต้องการให้เรื่องพระวิหารกลายเป็นเรื่องของสากล กัมพูชาไปยึดเอาศาลโลกและขอความคุ้มครองชั่วคราวที่ให้ไทยถอนทหาร” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระบวนการเจรจาที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) หรือคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) น่าจะมาพูดคุยกัน ดังนั้นการหารือช่วงเช้าจึงยังไม่ได้ข้อสรุป แต่จะให้รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองประเทศอยู่ที่อินโดนีเซียต่อ เพื่อหารือกัน โดยการหารือจะไม่เจาะจงไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จะพูดกันในภาพรวมเพื่อแก้ปัญหา แต่หากสมเด็จฮุน เซน ยังยืนยันไม่ถอนทหารก็คงเป็นเรื่องยากที่จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อไป
“ทางกัมพูชาอ้างว่าเป็นพื้นที่ของกัมพูชา แต่ทางการไทยบอกว่า เป็นพื้นที่ของไทย และที่ผ่านมา เราก็ประท้วงเรื่องนี้มาอย่างชัดเจน แต่กัมพูชากลับไปเรียกคนอื่นเข้ามา มันทำให้ปัญหาไม่หยุดอยู่กับที่ ซึ่งข้อเสนอของอาเซียนและอินโดนีเซีย ต้องการให้สองฝ่ายมานั่งคุยกัน ส่วนจะคาดหวังได้ข้อยุติหรือไม่ต้องทำความเข้าใจและพูดคุยกันต่อไปและคงไม่มีเหตุผลอื่นที่จะใช้เวทีอื่นเจรจา เรื่องนี้อาเซียนเข้าใจชัดเจนว่า ควรเป็นการเจรจาของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ท่าทีของสมเด็จฮุน เซน ในช่วงการเจรจาก็ไม่ได้แข็งกร้าวแต่อย่างใด แต่เรื่องสำคัญ ผมบอกแล้วว่า ความสงบในพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญ ประชาชนต้องไม่เดือดร้อนและไม่เกิดความสูญเสีย ถือเป็นเรื่องที่สองฝ่ายควรจะดูในจุดนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ด้านสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงข่าวถึงปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชาว่า หากไทยยังไม่ลงนามข้อตกลงการส่งผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่การเจรจาอื่นคงไม่เกิดขึ้น และหากไทยลงนามในเรื่องดังกล่าวแล้ว การเจรจาระดับเจบีซีอาจจะเกิดขึ้นในวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ได้ ตนไม่ขัดข้องพร้อมยืนยันว่า ตนไม่ต้องการสร้างปัญหา แต่หากจะให้ถอนทหารออกจากพื้นที่ เป็นเรื่องที่ไร้สาระ
ขณะที่ นายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ยังเชื่อว่า สถานการณ์ตรึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาในอนาคต น่าจะเป็นทิศทางบวกมากกว่าลบ ซึ่งต้องหาข้อยุติกันต่อไป ทั้งนี้ ปัญหาข้อพิพาท แม้จะไม่มีหัวข้อในการประชุมอาเซียน แต่ที่ประชุมอาเซียนก็หยิบมาพูดคุยกัน เพื่อต้องการให้การแก้ไขปัญหา เป็นในแนวทางเดียวกัน และต้องการเห็นสันติภาพในภูมิภาค.



