ข่าว

ห้าม'พ่อคูณ'รับกิจนิมนต์วัน'จ.-พ.-ศ.'

ห้าม'พ่อคูณ'รับกิจนิมนต์วัน'จ.-พ.-ศ.'

07 พ.ค. 2554

หลวงพ่อคูณอาการดีขึ้น ฉันอาหารได้เยอะ ขณะที่จังหวัดติดประกาศ ห้ามรับกิจนิมนต์ จันทร์ พุธ ศุกร์ เด็ดขาด

(7พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาการอาพาธของพระเทพวิทยาคมหรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่รักษาตัวอยู่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ 9821 หอพักผู้ป่วยอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ด้วยอาการปอดอักเสบและติดเชื้อ รวมถึงมีน้ำในเยื่อหุ้มปอดและแขนขาด้านซ้ายอ่อนแรง ล่าสุดอาการหลวงพ่อคูณดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเข้ารักษามานานเป็นวันที่สาม สามารถฉันภัตตาหารได้ดี แขน ขาที่เคยอ่อนแรงดีขึ้นมาก สามารถขยับลุกนั่งได้แล้ว แต่ยังคงไอ และมีเสมหะอยู่  อย่างไรก็ตามทางคณะแพทย์ยังคงต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

 เนื่องจากเมื่อวานนี้ทางคณะแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ตรวจพบว่าปริมาณน้ำในปอดด้านซ้ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งทางคณะแพทย์ที่ทำการรักษาได้ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำผ่านทางสายน้ำเกลือ ควบคู่ไปกับการพ่นยาขยายหลอดลมและให้ยาละลายเสมหะ อย่างต่อเนื่องทุกแปดชั่วโมง โดยผลการรักษาล่าสุดหลวงพ่อคูณมีการตอบสนองยาได้ดีไม่มีอาการข้างเคียง แต่ทางคณะแพทย์ยังคงต้องรอการตรวจเช็คร่างกายของหลวงพ่อคูณอย่างละเอียดอีกครั้งในวันนี้ว่าปริมาณน้ำในปอดที่เพิ่มขึ้นเมื่อวานนี้ วันนี้ลดระดับลงแล้วหรือไม่ เพื่อกำหนดแนวทางรักษาต่อไป แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะทำการตรวจอาการหลวงพ่อคูณโดยละเอียดได้เนื่องจากหลวงพ่อคูณยังคงอ่อนเพลียและต้องการพักผ่อน

 ขณะเดียวกันในวันนี้  ทางจังหวัดนครราชสีมา ได้นำประกาศของทางจังหวัดที่ได้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ และมีมติออกมาร่วมกันเรื่องกรณีการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อคูณ หลังจากทางคณะแพทย์ที่ทำการรักษาระบุว่า สาเหตุที่ทำให้หลวงพ่อคูณมีอาการอาพาทุกวัธและติดเชื้อส่วนหนึ่งมาจากการที่หลวงพ่อคูณรับกิจนิมนต์มากเกินไป จึงมีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติในการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ออกมาเป็นประกาศจังหวัดนครราชสีมา ลงชื่อกำกับโดยนายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา  เพื่อให้ทุกคนได้ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยมีทั้งหมดหกข้อ ดังนี้

 1.ให้หลวงพ่อคูณงดรับกิจนิมนต์นอกสถานที่จนกว่าหลวงพ่อคูณจะมีน้ำหนักตัวเกิน 39 กิโลกรัม ซึ่งขณะนี้หลวงพ่อคูณน้ำหนักอยู่ที่ 35-36 กิโลกรัม  2.การกราบนมัสการหลวงพ่อคูณสามารถเข้ากราบนมัสการได้ทุกวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนวันทำการให้กราบนมัสการได้เฉพาะวันอังคารและวันพฤหัสบดีเท่านั้น 3.งดกราบนมัสการในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ยกเว้นตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์ 4.ช่วงเวลาในการนมัสการหลวงพ่อคูณ ทำได้สามช่วงเวลาต่อวัน คือช่วงเช้าก่อนฉันภัตตาหารเช้า,ช่วงกลางวันก่อนฉันภัตตาหารเพล และช่วงบ่ายเวลา15.00-15.30 น.โยการนมัสการหลวงพ่อคูณทุกครั้งทำได้ไม่เกินสามสิบนาที และผู้เข้ากราบนมัสการต้องอยู่ห่างจากหลวงพ่อคูณอย่างน้อยสองเมตร 5.ผู้ใกล้ชิดหลวงพ่อคูณต้องสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือด้วยแอลกอฮอลล์ฆ่าเชื้อ 70 % ทุกครั้ง และ 6.ให้ทางนายอำเภอด่านขุนทด และผู้กำกับการสถานีตำรวจด่านขุนทดเป็นผู้กำกับดูแลแนวปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด