ข่าว

สุวัจน์ปัดถูกเฉลิมทาบร่วมรบ.หลังเลือกตั้ง

สุวัจน์ปัดถูกเฉลิมทาบร่วมรบ.หลังเลือกตั้ง

06 พ.ค. 2554

“สุวัจน์” ปัด “เฉลิม” ยังไม่ทาบทามร่วมรัฐบาลหลังเลือกตั้ง โว ชพน.ไม่เป็นศัตรูกับใคร อดีตสมาชิกพรรค รัฐมนตรี ส.ส.ร่วมงาน 90 ปี รำลึก "พล.อ.ชาติชาย" คึกคัก “เด็กปชป.” จี้ กกต. ลงพื้นที่เขต “ลูกเหลิม” อ้าง มี “ซื้อเสียงล่วงหน้า” ทั้งหาแกนนำชุมชน-เก็บบัตรปชช

(6พ.ค.) ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่าภายหลังการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย จะทาบทามพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ว่า ยังไม่ทราบ ยังไม่มีใครมาพูดคุยอะไรทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งว่าใครจะได้เป็นที่หนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล ตอนนี้ทุกพรรคกำลังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดในเรื่องการเลืองตั้ง การพูดคุยว่าจะร่วมรัฐบาลกับใครจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่าจะโทรศัพท์คุยกันหลังปิดหีบเลือกตั้ง ถึงจะรู้ว่าใครจะร่วมรัฐบาลกับใคร

 เมื่อถามว่า คิดว่าพรรคที่ได้ ส.ส.อันดับหนึ่ง ควรเป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า มันพูดอยาก คงไม่มีอะไรที่ชัดเจน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการพลิกล็อค พรรคไหนได้ ส.ส.เป็นลำดับหนึ่งจะเริ่มกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล ตั้งแต่สมัยการจัดตั้ง รัฐบาลนายชวน หลีกภัย นายบรรหาร ศิลปอาชา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช ก็เป็นประเพณีแบบนี้มาตลอด แต่ทั้งนี้ที่ติดตามเพราะมีปัจจัยทางการเมืองหลายอย่าง

 ต่อข้อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มองว่าพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน จะเป็นอย่างไร นายสุวัจน์ กล่าวว่า พรรคเล็กๆ ยังคงมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีแนวโน้มแบ่งการเมืองเป็น 2 ขั้ว แต่เสียงไม่ขาด เสียงพรรคเล็กจึงสำคัญต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินมีบุคคลิกเหมือน พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ไม่เป็นศัตรูกับใคร จึงทำงานได้กับทุกพรรคการเมือง มีความประนีประนอม

อดีตสมาชิกพรรครมต.ส.ส.ร่วมงาน90ปีน้าชาติ

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้เป็นประธานจัดงาน “ 90 ปี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ รำลึกเอกบุรุษ ชาติอาชาไนย” โดยมีบุคคลในแวดวงทางการเมืองร่วมงานอย่างคึกคัก ทั้งอดีตสมาชิกพรรค รัฐมนตรี ส.ส.พรรค อาทิ ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ นายประจวบ ไชยสาสน์ นายจำลอง ครุฑขุนทด นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นายพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ นายไพโรจน์ โรจน์สุนทร นายอานันท์ ปันยารชุน นายปรีชา เลาหะพงศ์ชนะ

 ภายในงานได้จัดแสดงนิทรรศการเพื่อรำลึกผลงานที่ผ่านมาทางการเมืองของ พล.อ.ชาติชาย และในช่วงท้ายงานจะมีการประมูลของรักของหวงของพล.อ.ชาติชาติ ประกอบด้วย ชุดเครื่องเบญจรงค์ กล่องบุหรี่เงินลงยาลายเทวดา ภาพวาดสีน้ำมัน ปฏิมากรรมคนคู่ ไวโอลีน นาฬิกาตั้งพื้นเรือนฝังมุข มังกรหยกบรรทุกหีบสมบัติ อย่างไรก็ตามจะมีการเสวนารำลึกถึงพล.อ.ชาติชาย โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เสวนาเรื่อง “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย “ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี เสวนาเรื่อง “ยุคสมัยแห่งการโชติช่วงชัชวาล การสร้างงานและรายได้” นอกจากนี้ในช่วงท้ายมีการเสวนาทางการเมือง “สมัยน้าชาติ อุปนิสัยและวิถีชีวิตของน้าชาติ” โดยเป็นผู้ใกล้ชิดร่วมเสวนา อาทิ นายสุวัจน์ และนายไกรศักดิ์

ชื่นชมนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า

 นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในการเสวนา เรื่อง การรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย (การบริหารงานภายหลังการรัฐประหาร) ตอนหนึ่งว่า พล.อ.ชาติชาย เป็นบุคคลที่มีคนรักมาก จริงใจ ไม่เห็นแก่ตัว เมื่อถูกเชิญให้ออกจากประเทศสมัยมีวิกฤติทางการเมืองก็ไปด้วยดี พล.อ.ชาติชาย เป็นคนรู้ว่าจังหวะในชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ รู้ว่ามีจุดเริ่มต้นก็มีจุดจบ เป็นคนที่ยอมรับความจริง เมื่อครั้ง พล.อ.ชาติชาย เป็นนายกรัฐมนตรีมีนโยบายที่เข้ากับการปรับเปลี่ยนของยุคสมัย โดยได้เปิดทำการค้ากับหลายประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศจีน ที่ถือว่าเป็นยุคแรกที่เปิดทำการค้าระหว่างกันเป็นยุคทองของประเทศในสมัยนั้น

 ขณะที่ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสวนาเรื่อง “ยุคสมัยแห่งการโชติช่วงชัชวาล การสร้างงานและรายได้” กล่าวตอนหนึ่งว่า สมัย พล.อ.ชาติชาย เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่เคยมีปัญหาระหว่างไทย - กัมพูชา เรื่องเขตแดนหรือปราสาทพระวิหาร เป็นเพราะมีทัศนะคติที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้าน ให้เกียรติผู้นำ ไม่เคยวิจารณ์การกระทำภายในประเทศของเขา หรือ พูดจาถากถางทำให้เสียใจ แต่ได้เปิดประตูเป็นมิตรที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าทุกรัฐบาล ทำตามมาโดยตลอด ความสัมพันธ์ด้านการค้าเพิ่มพูนมากขึ้น มีตอนนี้ที่สะดุดเล็กน้อย ทำให้ตนนึกถึงสมัย พล.อ.ชาติชาย ขึ้นมา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการเสวนาได้เปิดเทปบันทึกการสัมภาษณ์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่พูดถึง พล.อ.ชาติชาย เมื่อครั้งที่ได้ทำงานร่วมกัน โดยชื่นชมว่าเป็นคนไม่ถือตัวเป็นคนที่น่าเคารพนับถือ แม้ตนเองจะเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ก็ไม่เคยพูดข่ม ให้เกียรติตลอดเวลา

“เด็กปชป.จี้กกต.ลงพื้นที่เขต “ลูกเหลิม”

 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสากล ม่วงศิริ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านและคนรู้จักว่า ขณะนี้เขต 28 บางบอน หนองแขม มีผู้สมัครจากพรรคไหนไม่ทราบ ได้ให้อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ของพรรคการเมืองหนึ่ง ไปแนะนำตัวตามชุมชน หมู่บ้าน และมีการจัดตั้งแกนนำตามพื้นที่ที่ได้ลง โดยจ่ายให้แกนนำหัวละ 1,500-2,000 บาท และให้แกนนำไปหาคนในซอยอีกซอยละ 10 คน โดยให้ราคาหัวละ 1,000 บาท โดยให้จัดเก็บบัตรประชาชน และให้ไปรับบัตรคืนตามที่นัดหมาย พร้อมกับรับเงินดังกล่าว

 “ในส่วนของหมู่บ้านก็มีการประกาศกับผู้นำหมู่บ้านว่า ให้หาเสียงมาให้ครบ 100 เสียง จะเอาเงินเท่าไหร่ขอให้เสนอราคามาเป็นรายหัว นอกจากนี้ ยังมีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนในแต่ละชุมชน สลับสับเปลี่ยนกันทุกวันในแขวงหนองแขม และบางบอน จนชาวบ้านเขาเบื่อโต๊ะจีนกันแล้ว ยังไม่พอมีการจัดหน่วยฉีดพ่นยากำจัดยุงลาย จนไม่เหลือยุงให้กำจัดแล้ว ไม่เข้าใจว่ามาเน้นหนักจัดกิจกรรมในช่วงเดือนนี้เดือนเดียว จึงขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กลาง จัดส่งหน่วยสืบสวนสอบสวนจากส่วนกลาง ลงมาเก็บข้อมูลการทุจริตซื้อเสียง จัดเลี้ยงในเขตนี้ได้แล้ว จะได้ข้อเท็จจริงมากกว่าที่จะฟังกกต.เขต หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเหมือนเป็นการซื้อเสียงล่วงหน้า” นายสากล กล่าว