ข่าว

มอบทัพภาค2เตรียมข้อมูลให้กษิตสู้เขมร

มอบทัพภาค2เตรียมข้อมูลให้กษิตสู้เขมร

06 พ.ค. 2554

“ประยุทธ์” มอบทัพภาค 2 เตรียมข้อมูลให้ “กษิต” แจงศาลโลกสู้ศึกเขมร ยันไทยมีหลักฐานชัดเจน ระบุเขมรต้องเอาหลักฐานมาคุย ไม่ใช่เอามันอย่างเดียว ลั่นกองทัพไม่เคยกลัวใคร และพร้อมทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ไม่สนหาก "พท." เป็นรัฐบาล กองทัพสามารถทำงานได้ ชี้อนาคตประเท

 (6พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมข้อมูลเพื่อใช้ในการต่อสู้ในการศาลโลกว่า เป็นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 2 ที่จะดำเนินการเตรียมข้อมูลให้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำไปชี้แจงต่อศาลโลกตามที่รัฐบาลกัมพูชาฟ้องศาลโลกเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหาร

 ทั้งนี้ตนได้สั่งการไว้ตั้งแต่ตอนต้นในการบันทึกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งเหตุการณ์ปะทะก่อนและหลัง รวมถึงกระสุนที่ทางกัมพูชาโจมตีมา ซึ่งต้องบันทึกรายละเอียดทั้งหมด ซึ่งเราสามารถสามารถชี้แจงได้หมด ต้องเอาหลักฐานทั้งหมดมาพูดกัน แต่จะเอามันส์อย่างเดียวไม่ได้ พอเลิกรบกันแล้วมาตระหนัก ตนไม่ได้กลัวใครอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องเข้าใจว่าหลังจากนี้ต้องมีการเจรจา และเอาหลักฐานมาพูดคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรกันต่อ ทหารมีหน้าที่ในการปกป้อง รักษาเขตแดนตามที่ได้กำหนดไว้

ไม่สนหากเพื่อไทยเป็นรบ.ชี้ปชช.

พล.อ.ประยุทธ์  แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง และผู้บังคับกองพัน ประจำเดือน พ.ค.2554 ว่า เป็นการเชิญผู้บังคับกองพันมาพบปะพูดคุยกัน เพราะกองทัพในปัจจุบันจะต้องมีการพูดจาเพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและรับทราบถึงแนวทางนโยบายของกองทัพบกที่ได้ดำเนินการไปในแต่ละปี ซึ่งวันนี้เป็นการสรุปการทำงานในช่วง 6 เดือนแรกว่าได้ทำอะไรบ้าง ดีหรือไม่ดีอย่างไร ซึ่งถือว่าเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา ไม่มีใครมีปัญหา เมื่อถามว่าได้มีการเน้นย้ำกำลังพลต่อสถานการณ์ปัจจุบันทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กองทัพบกได้ติดต่อสื่อสารหลายทางและมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และมีการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ ทางเอกสาร รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ดังนั้นวันนี้ได้ประชุมเพื่อกำชับว่าควรจะให้ความสำคัญเรื่องอะไรเป็นพิเศษ เรื่องไหนยังน้อยเกินไปหรือมากเกินไปก็มาแก้กัน ทำความเข้าใจกัน เพราะการอธิบายด้วยเอกสารอย่างเดียวโดยไม่เห็นหน้ากันก็อาจจะไม่เข้าใจ

 “นโยบายเลือกตั้งมีอย่างเดียว คือ การให้การสนับสนุนการเลือกตั้งตามกฎหมายที่มีอยู่ โดยเฉพาะเรื่องดูแลรักษาความปลอดภัย ซึ่งเท่าที่ทราบได้มีบางคนขอมาตามกฎหมาย และหากขอมาเราคงต้องจัดกำลังเข้าไปดูแล ซึ่งได้กำชับไปว่าให้ระวังการเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการนับคะแนน หลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยง ผมได้กำชับเฉพาะเรื่องการรักษาความปลอดภัยอย่างเดียว เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่าต้องให้การสนับสนุน ถ้าไม่ให้คงไม่ได้ เราจะเน้นเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยด้านนอกเป็นหลัก ด้านในถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่เข้าไป ส่วนเรื่องอื่นไม่อยากจะเข้าไปเกี่ยวข้อง เราคงร่วมมือในฐานะที่ให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ให้กำลังพลและครอบครัวไปเลือกตั้งมากที่สุด และดูแลให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมืองที่จะเข้ามาหาเสียงในหน่วยทหาร ก็ติดต่อเข้าไปเถอะทุกหน่วยท่านอยากเข้าไปก้เข้าไปเลย ไม่ห้ามพรรคใดพรรคหนึ่ง เข้าไปได้ทุกพรรคผมได้ให้นโยบายไปแล้ว เชิญตามสบาย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องคำพูดของพรรคการเมืองที่จะเข้าไปหาเสียงในหน่วยทหารนั้น ตนคิดว่าไม่จำเป็นต้องไปบอกหมดทุกเรื่องว่าควรพูดอะไรหรือไม่ควรพูดอะไร ปล่อยใหกำลังพลและครอบครัวตัดสินเองว่านโยบายที่เขาเสนอมามันจะเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน และที่เคยพูดมานั้นทำได้หรือยัง ตนว่านโยบายต่างๆนั้นพูดกันมาหลายครั้งแล้ว แต่ต้องดูที่ว่าจะเป็นไปได้แค่ไหนอย่างไร และที่เอามาพูดนั้นเอามาจากไหน มันต้องใช้เงินใช้ทองมหาศาลหรือจะเอามาจากที่ไหนตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน ขณะเดียวกันเรื่องภาษีก็ไม่ควรจะเก็บเพราะประชาชนเดือดร้อน หรือเรื่องอะไรต่างๆก็แล้วแต่ แต่ตนคิดว่าในการทำอะไรต่างๆมันต้องใช้เงินทั้งนั้น ก็ดูว่ามันจะเป็นไปได้แค่ไหนอย่างๆไร มันอาจจะเป็นไปได้ก็ได้ตนไม่รู้

 เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลกองทัพจะรับได้หรือไม่ เพราะมีคนที่พูดจาพาดพิงสถาบันร่วมอุดมการณ์อยู่ในพรรคด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่รับได้หรือไม่ ต้องถามประชาชนส่วนใหญ่ด้วยถ้าเขารับได้เราก็ต้องรับได้ เพราะถือเป็นกลไกของประชาธิปไตย ตนจะไปรับไม่ได้ ได้อย่างไร อย่าไปดูถูกคนไทย ให้คนโอกาสคนไทยคิดและเลือกบ้าง และให้เขาตัดสินใจ อย่าไปชี้นำเขามากนัก ต้องเลือกคนดีๆเข้ามาดูแลชาติบ้านเมือง เมื่อถามย้ำว่าจะสามารถทำงานกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่หากเข้ามาเป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นก็เป็น ตนมีระบบอะไรไปห้ามเขา ตนไม่ใช่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อถามว่าอยากได้รัฐบาลหรือนักการเมืองแบบไหนขึ้นมาบริหารประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นคนดี ส่วนจะดีอย่างไร คือจะต้องเป็นคนจงรักภักดี ซื่อสัตย์สุจริต และนำพาชาติบ้านเมืองให้ปลอดภัย ดูแลทุกข์สุขของประชาชนในทุกหมู่เหล่า และสร้างความรักความสามัคคี เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า อย่าหยุดอีกเลยต้องก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว อย่างไรก็ตามทหารยังเป็นมิตรกับประชาชนและของสื่อมวลชนเสมอ