ข่าว

"ลำปะทาว"โมเดลโรงพักของประชาชน

"ลำปะทาว"โมเดลโรงพักของประชาชน

07 พ.ค. 2554

บนเทือกเขา "ภูแลนคา" ดินแดนที่ถูกห้อมล้อมด้วยธรรมชาติป่าเขาและความชุ่มเย็นจากสายน้ำจากเขื่อน "ลำปะทาว" เชื่อมร้อยชุมชนเล็กๆ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่ราว 2 หมื่นคนจาก 4 ตำบล 2 อำเภอเข้าด้วยกัน ได้แก่ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ใน ต.ท่าหินโงม ต.ซับสีทอง และ อ.แก้งคร้อ ใน

  ชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร ต่อมาได้ขยับขยายกลายเป็นชุมชนแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.ชัยภูมิ พอเมื่อถึงฤดูกาลท่องเที่ยว "มอหินขาว" , "เขื่อนลำปะทาว" ตลอดจน "วัดป่า" เลื่องชื่อหลายแห่ง ทำให้ดินแดนแห่งนี้พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวและผู้มาปฏิบัติธรรมจำนวนมาก

 จากการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวที่มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีประชากรหลั่งไหลอพยพเข้ามาตั้งรกรากและเข้ามาประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวมาก ทั้งรีสอร์ท  บ้านพัก จนเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชุมชน จนนำมาสู่ปัญหาด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

 แม้ว่าคดีความต่างๆ ในพื้นที่จะไม่ได้ร้ายแรงอุกฉกรรจ์ แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว ประชาชนที่เดือดร้อนต้องใช้เวลาเดินทางร่วม 2 ชั่วโมงกว่าจะเดินทางมาแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านที่อยู่ห่างร่วม 50 กิโลเมตร จึงมีความจำเป็นต้องขอกำลังบริการของตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิมาคอยอำนวยความสะดวกให้ โดยเริ่มแแรกมาประจำอยู่ที่ "ตู้ยาม" ของหมู่บ้านเพียง 2-3 นายเท่านั้น

 ต่อมาขยับขยายมาตั้งเป็น “ศูนย์ประสานงานความปลอดภัยท้องถิ่น” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันคุ้นเคยว่า "โรงพักมอหินขาว" โดยมี พ.ต.ท.ถาวร โคตรชุม มาช่วยราชการ เป็นหัวหน้าสถานี ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็ได้รับความร่วมมือจาก อบต.ทั้ง 4 แห่งส่งกำลังเจ้าหน้าที่ อฟร.มาร่วมออกตรวจตลอดเวลา

 ล่าสุดกำลังก่อสร้าง "สถานีตำรวจภูธรมอหินขาว" ที่มีชื่อใหม่ว่า "สถานีตำรวจภูธรลำปะทาว" กำลังมีสถานีตำรวจหลังใหม่ ที่มั่นคงถาวร โดยความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้าน ช่วยกันบริจาคเงิน ทอดผ้าป่าบริจาคเงินสร้างโรงพักขึ้นมา เพื่อเป็น "โรงพักของประชาชน" จริงๆ ไม่ใช่ "โรงพักเพื่อประชาชน" !!

 "การตั้งโรงพักลำปะทาวเป็นการขยายการบริการออกไป ในช่วงแรกของการตั้งสถานีย่อยเป็น ศูนย์ประสานงานความปลอดภัยท้องถิ่น ได้ขออาสาสมัครตำรวจ มาทำหน้าที่ตรงนี้ โดยมีนายตำรวจระดับรองผู้กำกับ มาเป็นหัวหน้าสถานี มาทำงานร่วมกับชาวบ้านโดยแต่ละ อบต.ส่งเจ้าหน้าที่ อพปร.แห่งละประมาณ 20 คน รวมเป็น 80 คน ออกตรวจร่วมกัน เป็นการทำงานกันในรูปแบบ บ.ว.ร. คือ บ้าน วัด และราชการ

  ล่าสุด อบต.ร่วมบริจาคที่ดิน 65 ไร่ พร้อมเงินทุนก้อนแรก 5 แสนบาท สร้างโรงพักของประชาชน ไม่ใช่เพื่อประชาชน ตอนนี้การก่อสร้างโรงพักคืบหน้าไป 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว" พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ บอกถึงเป้าหมายของการตั้งโรงพักลำปะทาว ซึ่งริเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 2552

 โดยความร่วมมือของ อบต.ทั้ง 4 แห่งคอยสับเปลี่ยนมาเป็นกรรมการดูแลโรงพักแห่งนี้ คล้ายๆ กับรูปแบบ "ก.ตร." ของตำรวจ ซึ่งถือว่าเป็น "โมเดล" ที่ดีของการตั้งโรงพักและได้กลายเป็นต้นแบบของการขยายโรงพักในรูปแบบนี้ไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย

 พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ยังภูมิใจอีกว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ มาตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจภูธรลำปะทาว และได้เอ่ยชื่นชมหลักการของการตั้งสถานีตำรวจแห่งนี้ และบอกว่า นี่แหละคือต้นแบบของโรงพักในฝัน !!    

 ...หลายๆ คนอาจคุ้นชินกับภาพโรงพักที่คับคั่งไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบสีกากีประดับยศ หากแวะมาเยี่ยมชมโรงพักลำปะทาว อาจจะรู้สึกว่า เดินผิดเข้ามาเยี่ยมชม อบต.หรือเปล่า (ฮา) เพราะจะมีเจ้าหน้าที่ อบต.มาประจำทำงานในโรงพักแห่งนี้อย่างคับคั่ง ไม่แพ้ชาวบ้านที่เทียวเข้า-ออกแวะมาพักใจทักทายพูดคุยในโรงพักของเขาอย่างคุ้นเคย แตกต่างจากโรงพักทั่วๆ ไปที่ใครๆ ก็ไม่อยากย่างกรายเข้าไป...ถ้าไม่เกิดเหตุร้าย หรือเหตุจำเป็นเร่งด่วน !!