ข่าว

พรรคท้องถิ่น

พรรคท้องถิ่น

07 พ.ค. 2554

ภายใต้บทสรุปที่ว่า หลังเลือกตั้ง 2 พรรคการเมืองพรรคใหญ่ ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย จะไม่มีเสียงเด็ดขาดในการจัดตั้งรัฐบาล ก็เลยทำให้กลุ่มก๊วนการเมืองที่แตกออกจากพรรคใหญ่ไทยรักไทย-พลังประชาชน จนกระทั่งมาเป็นเพื่อไทย เลือกที่จะจัดตั้งพรรคเล็กพรรคน้อย พรรคจังหวัด

 อาจเป็นเพราะเห็นว่า การเลือกจับขั้วกับพรรคใหญ่ ก็จะกลายเป็นศัตรูกับพรรคใหญ่อีกพรรค

 โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่คิดและเชื่อมั่นกันว่า มีเงินทุนมหาศาล และมีแรงขับที่จะให้ได้รับชัยชนะมหาศาล เพราะต้องการเอา ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศ ตรงนั้นจะทำให้การแข่งขันกับคู่แข่งรุนแรง

 แรงทั้งการชิงฐานคะแนน และกระสุน เพราะงานนี้มีแต่ผู้ชนะเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ยืนบนเวที

 เมื่อเป็นอย่างนี้ สู้ออกไปทำรังแต่พอตัวไม่ดีกว่าหรือ

 น้ำกำลังเชี่ยว จะเอาเรือไปขวางทำไม ปล่อยให้เสือสองตัวลุยกันเต็มที่รอวันเวลาว่า ใครชนะก็เข้าไปเคล้าแข้ง เคล้าขา ขอเกาะชายผ้าร่วมรัฐบาลไม่ดีกว่าหรือ
 ซึ่งมันก็จริง คิดอย่างนั้นก็คือ รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

 แต่ถามว่า การปล่อยให้สภาพพรรคการเมืองเลือกวิธีเดินไปแบบนี้ รอจังหวะเป็น “กาฝาก” แล้วอนาคตข้างหน้าของบ้านเมืองเราจะไปในทิศทางไหน ยุค รสช.ก็เคยมีความพยายามรวบรวมเสียงจากพรรคนั้นพรรคนี้มาตั้งเป็นพรรคใหญ่ พรรคสามัคคีธรรม จากนั้นไทยรักไทยพยายามเป็นโดยวิธีการต่างๆ แต่ก็มีการอ้างว่า พรรคเติบโตเพราะนโยบาย สุดท้าย “นโยบาย” ก็ไม่ได้ทำให้กลุ่มการเมืองภายในพรรคภักดีอยู่ร่วมหัวจมท้ายไปจนวันตายได้

 การกำเนิดหรือเติบโต รวมถึงการดำรงอยู่ และการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองไทย โดยส่วนใหญ่จะเรียกว่าเพราะนโยบาย เป็นเรื่องที่สรุปอย่างนั้นได้ยาก ยิ่งบอกว่า เป็นเรื่องอุดมการณ์ยิ่งที่เป็นเรื่องออกไปในทางโกหก

 พรรคเล็กพรรคน้อย พรรคจังหวัดที่เพิ่งจัดตั้งและเปิดตัวหลายพรรคในช่วงเวลานี้ ก็มาด้วยเพราะเห็นช่องว่าง ไม่ได้มาเพราะแกร่งกร้าวด้วยอุดมการณ์ และตกผลึกในนโยบายที่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่เพรียกหา

 บางพรรคบอกว่าเห็นสังคมแตกแยกก็เลยตั้งพรรค แล้วก็ได้แต่หวังว่าจะมีคนเลือกบ้าง ส่วนการขับเคลื่อนทางการเมืองไว้ว่ากันในอนาคต

 มีคนบอกว่า ประชาธิปไตยบ้านเรามันมาได้แค่นี้แหละ เพราะมันเกิดจากความอยากได้ใคร่ดีในอำนาจ มากกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง

ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]