
เฟซบุ๊ค-กูเกิ้ลแข่งกันเพื่อซื้อหุ้นสไกป์
(6พฤษภาคม) เฟซบุ๊ค และกูเกิ้ล 2 ยักษ์ใหญ่ในโลกอินเตอร์เน็ต กำลังแข่งกันซื้อหุ้นในสไกป์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ทางอินเตอร์เน็ตเพื่อร่วมลงทุน แต่งานนี้ดูท่าแล้วเฟซบุ๊คน่าจะได้รับชัยชนะในครั้งนี้ เพราะเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีความเหมาะสมใ
หลังจากสไกป์ประกาศเลื่อนการเปิดขายหุ้น IPO รวมมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ที่เดิมจัดไว้ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้วเป็นช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ล่าสุดได้ออกมาเปิดเผยว่า กำลังมีการเจรจากับเฟซบุ๊คและกูเกิ้ล ที่ต้องการเข้าซื้อหุ้น และบางแหล่งข่าว บอกว่า ข้อตกลงอาจเป็นการร่วมลงทุนหรือเข้าเทคโอเวอร์
แหล่งข่าวคาดว่า ข้อตกลงการซื้อขายหุ้นอาจมีมูลค่าระหว่าง 3,000 ถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 90,000 ถึง 1 แสน 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่สไกป์คาดว่าจะระดมทุนจากการขายหุ้นได้ราวๆ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เท่านั้น
นักวิเคราะห์หลายคน มีความเห็นตรงกันว่า เฟซบุ๊คจะเป็นฝ่ายที่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสไกป์ ซึ่งจะเป็นการจับคู่ที่เหมาะสมลงตัวมากกว่า กูเกิ้ลกับสไกป์ และเฟซบุ๊คจะได้ประโยชน์จากการควบรวมกับสไกป์มากกว่าที่กูเกิ้ลจะได้รับจากสไกป์เพราะสไกป์จะสามารถเติมเต็มในสิ่งที่เฟซบุ๊คไม่มี ขณะที่กูเกิ้ลมี voice call และ video chat อยู่แล้ว
และแม้กูเกิ้ลจะได้ประโยชน์จากการควบรวมสไกป์กับกูเกิลวอยซ์ ซึ่งจะเพิ่มความน่าเชื่อถือในด้านสื่อสังคมออนไลน์ให้กับกูเกิ้ลได้มากขึ้น แต่ประโยชน์ที่ได้รับไม่แจ่มชัดเหมือนกับที่เฟซบุ๊คจะได้รับ เพราะหากควบรวมกันจริง สไกป์จะทำให้มีผู้คนจำนวนมากขึ้นใช้เวลากับเฟซบุ๊คมากยิ่งขึ้นกว่าปัจจุบัน นอกจากนี้บางคนคาดการณ์ว่า การที่กูเกิ้ลจะซื้อหุ้นสไกป์เป็นเพียงความต้องการสกัดไม่ให้สไกป์ตกไปอยู่ในมือคู่แข่ง
สไกป์เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 โดยมีสำนักงานในลักเซมเบิร์ก และถูกซื้อโดยอีเบย์ 2 ปีต่อมาด้วยมูลค่า 3,100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 93,000 ล้านบาท จากนั้นอีเบย์ก็ขายหุ้นส่วนใหญ่ในสไกป์ให้กับกลุ่มผู้ลงทุนในปี 2552 แต่ยังคงถือหุ้น 1 ใน 3 ของสไกป์อยู่
ในช่วง 6 เดือนหลังของปีที่แล้วมีผู้ใช้บริการผ่านทางสไกป์สูงถึง 124 ล้านคนต่อเดือน แต่เป็นลูกค้าที่เสียค่าบริการแค่ 8 ล้าน 1 แสนคน ที่ใช้สไกป์ติดต่อกับเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานในอัตราลดราคา ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2554 เฟซบุ๊คมีรายได้สุทธิ 355 ล้านดอลล่าสหรัฐ หรือราว 10,650 ล้านบาทจากรายได้ทั้งหมด 1,200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 36,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นผู้ประกอบการทางอินเตอร์เน็ตที่มีรายได้มากที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว



