ข่าว

รูนีย์ฟิตปั๋ง
วัดแข้งเชลซี
ตัดสินแชมป์
ปืนเยือนสโต๊ค

รูนีย์ฟิตปั๋ง วัดแข้งเชลซี ตัดสินแชมป์ ปืนเยือนสโต๊ค

08 พ.ค. 2554

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ้มร่า เวย์น รูนีย์ ฟิตปั๋งคืนทัพตัดสินแชมป์พรีเมียร์ชิพกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด วันที่ 8 พ.ค. ขณะที่ทีมเยือนใช้ชุดเก่งวาง ดิดิเยร์ ดร็อกบา เป็นหลัก เฟอร์นันโด ตอร์เรส นั่งสำรอง ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล

 

 ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จะเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เวลา 22.10 ซึ่งเกมนี้ถือเป็นเกมตัดสินแชมป์แบบกลายๆ เลยก็ว่าได้ เนื่องจากทั้งสองทีมต่างเหลือเกมอีกทีมละ 3 นัด และแมนฯ ยูไนเต็ด มีแต้มนำหน้าอยู่ 3 แต้ม ขณะที่ประตูได้เสียเท่ากัน ดังนั้นหากแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะหรือเสมอจะครองความได้เปรียบอย่างมาก แต่หากเชลซี บุกมาชนะได้จะพลิกกลับมาได้เปรียบทันทีจากประตูได้เสียที่ดีกว่า


 อย่างไรก็ตาม "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือปีศาจแดงมีข่าวดีอย่างมากเมื่อ เวย์น รูนีย์ ที่มีข่าวว่าได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าตึงจากเกมที่แพ้ อาร์เซนอล 0-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และไม่มีชื่อในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ชนะ ชาลเก้ 4-1 เมื่อกลางสัปดาห์ กลับมาซ้อมได้เต็มที่แล้ว อีกทั้งเรื่องสภาพร่างกายยังมีความสดเต็มที่จากการได้พักมา 1 สัปดาห์เต็ม จึงไม่มีปัญหาในการเป็นหัวหอกตัวจริงคู่กับ ฮาเวียร์ "ชิชาริโต้" เฮอร์นันเดซ


 ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงเต็มที่ ไรอัน กิ๊กส์ ที่ได้พักมา 2 นัด จะกลับมาเป็นมิดฟิลด์คู่กลางร่วมกับ ไมเคิล คาร์ริค ขณะที่ริมเส้น ปาร์ค จี ซุง มีลุ้นกลับมาสู่ทีม แต่ก็ต้องเบียดแย่งตำแหน่งกับ นานี และอันโตนิโอ บาเลนเซีย ส่วนแนวรับ ปาทริซ เอวรา ที่เจ็บเล็กน้อยจากนัดกับ ชาลเก้ จะลงสนามได้อย่างไม่มีปัญหา จึงจะได้กลับมาเป็นตัวจริงเช่นเดียวกับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ และเนมันยา วิดิช
 ฝั่งเชลซี ถือว่ามาทั้งความมั่นใจและความสมบูรณ์เต็มที่ ที่ก่อนหน้านี้ทำท่าว่าจะหมดลุ้นป้องกันแชมป์ไปแล้ว แต่ฟอร์มหลังสุดชนะติดต่อกันมาแล้ว 4 นัด หลังจากที่แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดนัดที่ 2 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด และในเรื่องตัวผู้เล่น คาร์โล อันเชล็อตติ ถือว่ามีตัวเลือกเต็มที่ เมื่อไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บ หรือติดโทษแบนเลยแม้แต่คนเดียว แต่ก็คงเน้นความแน่นในแดนกลางไว้ก่อนด้วยการส่ง จอห์น โอบี มิเกล กับ มิกกาแอล เอสเซียง ลงมาพร้อมๆ กัน
 เกมรุก อันเชล็อตติ จะเน้นในเรื่องทีมเวิร์กเอาไว้ก่อน เนื่องจากเกมนี้ถือว่าเป็นเกมสำคัญทำให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา จะได้เป็นหัวหอกตัวจริง และดร็อป เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นตัวสำรองเพื่อเปิดโอกาสให้ ฟลอรองต์ มาลูดา และนิโกลาส์ อเนลกา หรือ ซาโลมอง คาลู เป็นตัวจริง และเกมรับจะมีความแตกต่างจากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เจอกันมาตรงที่ ดาวิด ลุยซ์ จะได้ลงสนามเป็นตัวจริง หลังจากที่ไม่สามารถเล่นในเกมยุโรปที่แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งสองนัด


 ด้าน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ยังมีลุ้นอยู่เล็กน้อย โดยต้องลุ้นให้ เชลซี ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด และตัวเองบุกไปชนะ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ เวลา 20.05 น. ก็จะตามหลังทั้งสองทีมเพียงแค่ 3 แต้มในเกมที่เหลืออีก 2 นัดสุดท้ายของฤดูกาล โดยทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ จัดทีมชุดใหญ่ลงได้เต็มที่ หลังจากได้ เชส ฟาเบรกาส ฟิตกลับมาเรียบร้อยแล้ว จึงจะได้กลับมาเป็นตัวจริงแทนที่ อารอน แรมซีย์ หรือ แจ็ค วิลเชียร์ ส่วนเจ้าถิ่นจะไม่มี แมทธิว เอเธอริงตัน กับ แดนนี ฮิกกินบอตแธม ที่เจ็บยาว
 เกมอีกคู่ เวลา 18.00 น. จะเป็นเกมลุ้นหนีตกชั้นระหว่าง "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน รองบ๊วยที่มี 34 แต้ม จะเปิดโมลินิวซ์ กราวด์ พบ เวสต์บรอมวิช ที่รอดการตกชั้นไปเรียบร้อยแล้ว