ข่าว

กกต.พร้อมจัดเลือกตั้งทันทีที่มีพ.ร.ฎ.ยุบสภา

กกต.พร้อมจัดเลือกตั้งทันทีที่มีพ.ร.ฎ.ยุบสภา

06 พ.ค. 2554

"กกต."ยันพร้อมจัดการเลือกตั้งทันทีที่มีพ.ร.ฎ.ยุบสภา โปรดเกล้าฯลงมา เชื่อปัญหานายอำเภอไม่มีผลกระทบแต่งตั้ง ผอ.เขต ชี้ หากศาลรธน.พิจารณากฎหมายลูก ไม่ทัน สามารถออกระเบียบแทนได้ เตือนนักการเมืองตรวจสอบการสังกัด ป้องกันปัญหาสังกัดพรรคซ้ำซ้อนก่อนรับสมัคร ส.ส.เต

 นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมทูลเกล้าฯ ถวายร่างพระราชกฤษฏีกา (พ.ร.ฎ.)ยุบสภาผู้แทนราษฏร ในช่วงบ่ายวันนี้ ( 6 พ.ค.) ว่า กกต. ต้องรอให้มีพ.ร.ฎ.ยุบสภา และโปรดเกล้าฯ มาก่อนจึงจะมีความชัดเจนในเรื่องของวันเลือกตั้ง และวันประกาศรับสมัครเลือกตั้ง ซึ่งตามกฎหมายระบุว่าจะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน โดยกกต. ได้คาดการณ์วันเลือกตั้งในช่วงวันที่ 26 มิ.ย. หรือ 3 ก.ค. อย่างไรก็ตามในส่วนของการเตรียมการเลือกตั้งได้มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการแต่งตั้งกกต.เขตและผู้อำนวยการประจำเขต เพื่อทำการรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขต ส่วนกระแสข่าวเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายอำเภอที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ตนเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการแต่งตั้งนายอำเภอเป็น ผอ.เขตเลือกตั้งแต่อย่างใด

            เมื่อถามว่าหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณากฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับไม่ทันจะกระทบต่อแผนการดำเนินการเลือกตั้งของกกต.หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า คงไม่กระทบ เพราะกกต.สามารถรอการพิจารณาของศาลได้ไม่เกิน 2-3 วัน ก่อนที่กกต.จะเปิดรับสมัคร ส.ส โดยกกต..ต้องเปิดรับสมัคร ส.ส.ภายใน  20 วัน   . แต่เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยได้ทันพร้อมกับช่วงที่มีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งโปรดเกล้าฯ ลงมา แต่หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาไม่ทัน กกต. ก็สามารถออกระเบียบประกาศกกต. ทั้งนี กกต.ได้ร่างระเบียบประกาศดังกล่าวไว้พร้อมแล้ว
 
            “ขอให้พรรคการเมืองเตรียมความพร้อมของผู้สมัคร ซึ่งจะต้องไม่มีชื่อซ้ำซ้อนกับพรรคการเมืองอื่น และจะต้องเป็นสังกัดเป็นสมาชิกพรรคก่อนถึงวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30 วันซึ่งในการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็มีปัญหาในเรื่องนี้ ดังนั้นช่วงนี้ยังมีเวลาก็ขอให้พรรคการเมืองไปสำรวจการสังกัดพรรคของผู้สมัครให้เรียบร้อย“ นายประพันธ์ กล่าว

             ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ ได้ทำหนังสือหารือเรื่องการใช้ทรัพยากรของรัฐ เช่นการใช้รถกันกระสุน การมอบโยบาย มายังกกต.ว่าระหว่างเป็นรัฐบาลรักษาการสามารถนำไปใช้ได้หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว แต่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 อนุ 4 บัญญัติว่า ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อประสงค์ให้ได้เปรียบเสียเปรียบทางการเลือกตั้ง แต่หากใช้ปฏิบัติในราชการปกติ เช่นตรวจเยี่ยมทหารตามแนวชายแดน หรือมีเหตุการณ์ไม่ปกติ ก็ไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนของการปาถกฐา หรือมอบนโยบาย คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็มีอำนาจดำเนินการได้ปกติทุกอย่าง เพียงแต่ต้องไม่ใช่เป็นการใช้เพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง
 
            ส่วนที่การประชุมครม.นัดสุดท้ายได้อนุมัติงบประมาณกว่าแสนล้านบาท ถือว่ามีนัยทางการเมืองเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีใครร้องเรียนมา แต่ขณะนี้ยังไม่ถือว่ามีความผิด เพราะช่วงที่อนุมัติงบดังกล่าว ครม.ยังมีอำนาจเต็ม เนื่องจากยังไม่มี พ.ร.ฎ.ยุบสภา

  ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่มีผู้ที่มีความประสงค์จะลงสมัครเลือกตั้งลงพื้นที่แจกสิ่งของที่มีตราสัญลักษณ์ของกระทรวงนั้น ต้องดูตามข้อเท็จจริง หากไปในหน่วยงานของราชการก็สามารถทำได้ แต่หากผู้สมัครหรือคนในพรรคนำสิ่งของไปแจก ตามพ.ร.บ.พรรคการเมืองมาตรา 89 ระบุว่าจะต้องนำไปรวมเป้ฯค่าใช้จ่ายในการหาเสียงแต่ตอนนี้ถือว่าไม่ผิด

             ส่วนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะนัดชุมนุมในวันที่ 19 พ.ค.นั้น หากในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง จะสามารถชุมนุมได้หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า เมื่อมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ทุกฝ่ายจะต้องระวัง แม้กระทั่งสื่อมวลชนที่เป็นวิทยุ โทรทัศน์ก็ต้องระวัง เพราะตามกฎหมายห้ามหาเสียงเลือกตั้งในวิทยุ โทรทัศน์ รวมถึงกลุ่มมวลชนจะทำอะไรก็ขอให้ระวังว่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่

             ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์การเลือกตั้งได้โฟนอินหรือขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้พรรคการเมืองจะถือว่าเป็นความผิดหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่าในขณะนี้ยังไม่มีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ถือว่าทำได้ โดยขอให้ดูตามข้อเท็จจริง แต่เมื่อมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้วอะไรที่ก้ำกึ่งก็ควรระวัดระวัง เพราะเสี่ยงกับการร้องเรียน อีกทั้งต้องดูว่าอำนาจหน้าที่ของกก.บริหารพรรคทำอะไรได้บ้าง โดยหลักคือการณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ส่วนผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้งได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาพรรคการเมือง แต่กลับทำหน้าที่เหมือนเป็นกก.บริหารพรรคก็อาจมีความเสี่ยงที่จะทำผิด แต่ทุกอย่างก็ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป