ข่าว

เขมรกล่าวหาไทยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง

เขมรกล่าวหาไทยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง

06 พ.ค. 2554

กัมพูชาไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของไทย ที่ต้องการให้ถอนทหารออกจากปราสาทพระวิหาร พร้อมกล่าวหาไทยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง “กษิต" ถกลับ "มาร์ตี้" แฉเล่ห์เขมรรุกรานไทยจนนำไปสู่การยื่นฟ้องศาลโลก คาดด่านช่องสะงำเข้าสู่ปกติต้องใช้เวลากว่า2เดือน

(6พฤษภาคม) นายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา ได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องของไทย ที่ให้ถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาทบริเวณปราสาทพระวิหาร โบราณสถานที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 โดยอ้างวา ประเทศไทยไม่ได้จริงใจที่จะให้เกิดสันนิภาพ

นายฮอร์ กล่าวต่อผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมที่กรุงจาการ์ต้า ร่วมกับนายมาร์ตี้ นาตาเลกาว่ารัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียว่า กัมพูชาไม่อาจถอนทหารออกจากดินแดนของตนเองได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ชัดเจนอย่างยิ่ง
 
อินโดนีเซีย ได้พยายามเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยการหยุดยิง และการส่งผู้สังเกตการณ์ทางทหารที่เป็นกลาง เข้าไปยังพื้นที่ขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน จากการปะทะกันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นนี้มีแนวโน้มที่จะถูกนำไปหารือในที่ประชุมสุดยอดของผู้นำสมาคมอาเซียน ในกรุงจาการ์ต้า ที่จะเริ่มขึ้นในวันเสาร์นี้

ทั้งสองประเทศต่างกล่าวหากันและกันว่าเป็นฝ่ายจุดชนวนความรุนแรง ที่มีสาเหตุมาจากการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งเมื่อปี 2505 ศาลโลกได้ตัดสินให้พระสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่พื้นที่โดยรอบ 4.6 ตารางกิโลเมตร ยังอยู่ระหว่างการอ้างสิทธิ์ของสองประเทศ ก่อนที่ปราสาทพระวิหารจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ เมื่อปี 2551

กษิตเผยประชุมอาเซียนพบ"มาร์ตี้-ฮอร์ นัม ฮง”

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย ว่า ในระหว่างการประชุมจะได้พูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับนายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประเทศประธานอาเซียน และนายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา กรณีร่างข้อกำหนดหน้าที่คณะผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซีย บริเวณพิพาทพื้นที่ไทย-กัมพูชา อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวไม่ถือเป็นประเด็นหลักสำหรับการประชุมครั้งนี้ตามที่มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ เพราะยังมีอีกหลายประเด็นที่สำคัญ อาทิ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โจรสลัดทะเลจีนใต้ ภัยพิบัติ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าหลังการพูดคุยครั้งนี้จะสามารถทำให้ปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชายุติได้ นายกษิต กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลนี้ยืนยันมาตลอดว่ามีความมุ่งมั่นให้ความร่วมมือกับทุกด้านกับประเทศเพื่อนบ้านในทุกกรอบ เราไม่ได้เอาเรื่องไปฟ้องใคร เราไม่อยากเอาเรื่องความขัดแย้งมารบกวนการเป็นประชาคมอาเซียน ทั้งนี้หวังว่าผู้นำกัมพูชาจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา ร่วมมือเพื่อความเป็นปึกแผ่นของอาเซียน ไม่เป็นปัญหากับประชาคมโลก ซึ่งไทยหวังเห็นสันติภาพ และความเจริญมุ่งสู่กัมพูชา

ถกลับ"มาร์ตี้"แฉเล่ห์เขมรรุกรานไทย

ที่กรุงจากาต้า ประเทศอินโดนีเซีย นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นายกษิได้เดินทางมาร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กรุงจากาต้า ประเทศอินโดนีเซีย และได้ถือโอกาสนี้หารือลับกับนายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย พร้อมทั้งชี้แจงให้นายมาร์ตี้ทราบถึงพัฒนาการที่ผ่านมา ว่ากัมพูชาได้กระทำการรุกรานไทยอย่างไรบ้าง จนที่สุดได้มีการยื่นเรื่องให้ศาลโลกตีความคำพิพากษากรณีปราสาทพระวิหาร ปี 2505 เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องเขตแดน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินการของฝ่ายกัมพูชา มีการวางแผนอย่างเป็นกระบวนการ เพื่อสร้างบรรยากาศให้นำไปสู่การยื่นขอตีความในศาลโลก พร้อมแสดงความยินดีที่อินโดนีเซียระบุว่าอยากให้มีการประชุมจีบีซีโดยเร็ว เพราะเป็นสิ่งที่ไทยเรียกร้องมาตลอดว่าอยากให้กัมพูชากลับสู่โต๊ะเจรจา ทวิภาคี

 นายธานี กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของทีโออาร์นั้น ถือว่าได้ข้อยุติแล้วโดยไทยเห็นชอบในหลักการ คณะผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซีย 30 คน แบ่งเป็นฝั่งละ 15 คน จะเข้ามาประจำการใน 7 จุด โดยประจำในฝั่งกัมพูชา 3 จุด และฝั่งไทย 4 จุด ในส่วนของไทยจะอยู่ในพื้นที่บ้านภูมิซรอล อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ อย่างไรก็ดีแม้จะเห็นชอบในรายละเอียดทั้งหมดแต่ไทยจะยังไม่ตอบรับอย่างเป็นทางการ จนกว่าจะมั่นใจว่าทางฝ่ายกัมพูชาจะถอนทหารออกจากปราสาท รวมถึงการย้ายคนออกจากวัด ชุมชน และตลาด ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศเสียก่อน

 เมื่อถามว่ากัมพูชายืนยันแล้วว่าจะไม่ทำตามเงื่อนไขฝ่ายไทย นายธานี กล่าวว่า เป็นสิ่งที่อินโดนีเซียต้องหารือกับกัมพูชาว่าจะทำอย่างไร ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐมนตรีต่างประเทศไทยและกัมพูชาอาจจะพบกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่างการประชุม ทั้งนี้ เชื่อว่าปัญหาไทย-กัมพูชาไม่ใช่ประเด็นที่เป็นวาระของการประชุมฯ แต่หากมีการหยิบยกขึ้นหารือไทยก็พร้อมจะชี้แจงและให้ข้อมูล

"ฮอร์ นัม ฮง"กล่าวหาไทยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง

 นายกษิต  ให้สัมภาษณ์ก่อนไปร่วมรับประทานอาหารค่ำกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่า ก่อนการหารือของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจะเริ่มขึ้นนายฮอร์ นัมฮง รมต.ต่างประเทศกัมพูชา ได้หยิบยกถ้อยแถลงราว 2 หน้าเรื่องสถานการณ์ไทย-กัมพูชาขึ้นมากล่าวในที่ประชุม เพื่อบอกว่าไทยไม่ได้ปฏิบัติตามที่ได้ตกลงไว้ แต่รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานการประชุมได้ตัดบทไป โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องความเห็นต่าง อย่างไรก็ดีอินโดนีเซียได้เล่าให้ที่ประชุมทราบว่ามีความคืบหน้าเรื่องทีโออาร์ของผู้สังเกตการณ์ซึ่งสองฝ่ายต่างเห็นชอบแล้ว แต่ต้องดูกันต่อไปเรื่องการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการส่งคณะเข้ามา และเมื่อมีทีโออาร์ก็มีความเป็นไปได้มากที่จะให้มีการประชุมจีบีซีที่นำโดยรัฐมนตรีกลาโหมสองประเทศ ซึ่งก็ได้แจ้งให้ทางกระทรวงกลาโหมของไทยทราบแล้วเช่นกัน เชื่อว่าฝ่ายไทยไม่มีปัญหา และหากรัฐมนตรีกลาโหมทั้งสองท่านพบกันก็จะเป็นบรรยากาศที่ดีและสามารถคุยกันได้ แต่ทั้งหมดผู้ที่หลีกเลี่ยงการเจรจาคือฝ่ายกัมพูชาในทุกระดับ

 "ในที่ประชุมมีเพียงประเทศลาวที่บอกว่าอยากเห็นกระบวนการสันติภาพและการเจรจา ส่วนรัฐมนตรีท่านอื่นๆไม่มีใครพูดอะไรเพราะที่ผ่านมาเวลาติดต่อประสานงานกัน อินโดนีเซียก็จะเวียนหนังสือให้ประเทศสมาชิกอื่นๆทราบด้วย ก็ต้องขอบคุณประธานอาเซียนและสมาชิกประเทศอื่นๆที่ไม่ได้ลงมาในสนามด้วย" นายกษิต กล่าว

คาดด่านช่องสะงำเข้าสู่ปกติต้องใช้เวลากว่า2เดือน

 นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานชมรมผู้ประกอบการการค้าและท่องเที่ยว ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า สถานการณ์ช่องสะงำขณะนี้ เพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน และยังไม่คึกคักเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะว่าพ่อค้าแม่ค้าและคนซื้อคิดว่าเหตุการณ์ยังไม่สงบเลยทำให้ ไม่กล้ามาค้าขายและยังไม่รู้ว่ามีการเปิดด่านค้าขายแล้ว และการเปิดด่านเพิ่งจะมีการกระจายข่าวไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเท่านั้น

 โดยหากจะให้ด่านมีการเปิดการค้าขายอย่างปกติได้ จะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ถึงจะสามารถกลับไปสู่สภาพเดิมได้ ช่วงปิดด่านไป มีเสียงสะท้อนเรื่อง ผู้ประกอบการมาก โดยเฉพาะทางกัมพูชา เพราะถ้าหากเราไม่เปิดด่าน เขาก็จะไปซื้อสินค้าที่อื่น เราก็จะเสียโอกาสไป ส่วนการท่องเที่ยวนั้น ต่างคนต่างกังวล และมีการโทรศัพท์มาสอบถามตลอด  รวมถึงถามสถานการณ์ในฝั่งกัมพูชา ขณะนี้ไม่มีเหตุการณ์อะไร แต่ผู้ประกอบการคนไทยไม่มั่นใจ เลยยังพูดกันไม่เข้าใจ ซึ่งตอนนี้ทางจังหวัดก็จะเร่งทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยว่า สามารถเดินทางไปเที่ยวชม นครวัด นครธมได้แล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

 "ช่วงที่มีการปะทะกัน และหลายครั้งที่เกิดเรื่อง พ่อค้าแม่ค้าเริ่มชินกันแล้ว มีการยิงกันครั้งแรก ก็รอการค้าขายอยู่ แต่พอยิงกันครั้งที่ 2 ก็เริ่มแยกย้ายไม่กล้าขายต่อ เพราะกลัว โดยข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการค้า ว่าหากจะปิดด่านให้แจ้งก่อน เพื่อจะได้เตรียมตัวหรือเตรียมสำรองสินค้าเอาไว้ได้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว การปะทะกันอยู่ค่อนข้างไกลจากช่องสะงำ แต่ก็ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย และเวลามีความเสียหายยากที่จะกู้คืนมา"นายหัตถชัย กล่าว