ข่าว

เผยเนวี ซีลหน่วยดับบิน ลาเดนถูกต้าน

เผยเนวี ซีลหน่วยดับบิน ลาเดนถูกต้าน

06 พ.ค. 2554

ปฏิบัติการบุกสังหารโอซามา บิน ลาเดน ของหน่วยเนวี ซีล ถูกต่อต้านเพียงจุดเดียวจากคนเดินสารของบิน ลาเดน โอบามาพบทหารชุดสังหาร "บิน ลาเดน" หลังไปเยือนกราวน์ซีโร่

(6พ.ค.) เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการปากีสถานว่า ลูกสาววัย 12 ปี ของโอซาม่า บิน ลาเด็น ผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายอัล ไกดา กำลังประคองศีรษะภรรยาคนที่ 5 ของบิน ลาเดน ที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ภายในห้อง ตอนที่บิน ลาเด็น ถูกสังหาร และเธอได้บอกกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงว่า เธอเป็นชาวซาอุดิอาระเบีย และพ่อของเธอ คือบิน ลาเดน ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่นานหลังจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เนวี ซีล จากไปพร้อมกับศพของบิน ลาเดน

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เด็กหญิงได้รับบาดเจ็บตอนที่เศษชิ้นส่วนปลิวไปโดนเท้าหรือข้อเท้าของเธอ ระหว่างปฏิบัติการบุกจู่โจมบ้านของบิน ลาเดน ที่เมืองอับบอตตาบัด ในคืนเดือนมืด เธอเอาศีรษะของอามาล อาห์เหม็ด อัล ซาบาห์ วัย 29 ปี พาดไว้ที่ตัก เพราะได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่น่อง ตอนที่หน่วยเนวี บุกเข้าถึงตัวบิน ลาเดน ภายในห้องยังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ที่ถูกจับมัดมือไขว้หลัง และมีเทปปิดปาก ซึ่งเป็นไปได้ว่าเธออาจเป็นแพทย์ประจำตัวบิน ลาเดน ที่เป็นชาวเยเมน วัย 30 กว่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการเสียชีวิตของบิน ลาเดน ได้ตามมาด้วยรายละเอียดใหม่ ๆ เกี่ยวกับการใช้ปฏิบัติการบุกจู่โจมก่อนเช้าวันจันทร์ และห่างไกลจากที่สหรัฐอ้างในตอนแรก ที่รวมถึงที่ว่า มีการยิงต่อสู้กัน แต่ภายหลังทำเนียบขาว ระบุว่า หน่วยเนวี ซีล ประจันหน้ากับบิน ลาเดนที่ไม่มีอาวุธและสังหารเขาอย่างรวดเร็ว อันแสดงให้เห็นว่า เป้าหมายไม่ได้มีการต่อต้านใด ๆ และทางการปากีสถานยังได้ถ่ายภาพศพผู้ชายอีก 3 คน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ นอนทับอยู่บนปืนฉีดน้ำสีเขียวสด เจ้าหน้าที่ปากีสถาน บอกด้วยว่า ศพที่ถูกพบภายในบ้านมีอยู่ด้วยกัน 4 ศพ ส่วนผู้รอดชีวิตถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือพลาสติก และมีเด็กได้รับบาดเจ็บ 1 คน

การใช้ปฏิบัติการโจมตีของหน่วยเนวี ซีล เกิดขึ้นในคืนเดือนมืด โดยใช้เฮลคอปเตอร์ที่ดัดแปลงให้ล่องหน หรือ เรดาร์จับไม่ได้ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อหลบหลีกการถูกตรวจจับ ในภารกิจลับที่ข้ามน่านฟ้าของปากีสถานจากโอราช แวลลีย์ ไปยังเป้าหมาย บนเฮลิคอปเตอร์ มีหน่วยเนวี ซีล ทีมซิกซ์ ที่ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า มอบความไว้วางใจให้เผชิญหน้ากับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในโลก

เจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ได้รีดข้อมูลจาก คาลิด ชี้ค โมฮัมเหม็ด ที่ถูกระบุว่า อยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน และถูกคุมขังอยู่ที่กวนตานาโม จนนำไปสู่การค้นพบรังของบิน ลาเดน ซึ่งเป็นบ้านที่มีกำแพงสูง 12-18 ฟุต และมี อาบู อาห์เหม็ด อัล คูเวติ ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนเดินสารที่บิน ลาเดน ไว้วางใจ เป็นเจ้าของบ้าน

คูเวติอาศัยอยู่กับครอบครัวในเกสต์เฮาส์ ที่ถูกกั้นจากบ้านหลังใหญ่ด้วยกำแพงสูง และยังมีครอบครัวของน้องชายของเขา ที่มีชื่อร่วมเป็นเจ้าของบ้าน และอาศัยอยู่ชั้นล่างของบ้านหลังใหญ่ กับพวกผู้หญิงและเด็ก ๆ ส่วนบิน ลาเดน เชื่อว่าอาศัยอยู่กับภรรยาคนที่ 5 และลูก ๆ บางคน บนชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 ในห้องที่หน้าต่างทึบแสง ซึ่งในช่วงที่หน่วยเนวี ซีล บุกเข้าไปนั้นมีเด็ก 8 - 9 คน อายุตั้งแต่ 2 ขวบ ถึง 12 ปี อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ กับผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิง 3 คนและผู้ชายอย่างน้อย 4 คน

สภาพภายในบ้าน พบว่า ห้องนอนแต่ละห้องมีห้องน้ำใจตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของบ้านแถบนั้น แต่ที่ไม่ปกติคือ แต่ละห้องมีครัว อันแสดงให้เห็นว่า แต่ละครอบครัวใช้ชีวิตกันอย่างเอกเทศและที่ห้องน้ำในชั้นล่าง ก็พบว่า มีเก้าอี้ที่เจาะช่องตรงกลาง ที่เอาไว้ให้ผู้ป่วยหรือคนชรานั่งขับถ่ายได้อย่างสะดวก ซึ่งเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง เชื่อว่า อาจเป็นห้องนอนของบิน ลาเดนที่ป่วยด้วยโรคไตมาหลายปี

อีกห้องหนึ่งของชั้นล่าง ถูกใช้เป็นห้องเรียน มีแผ่นไวท์บอร์ด และกระดาษจำนวนมากที่มีตัวอักษรภาษาอารบิค ซึ่งเชื่อว่าเป็นตำราเรียนของพวกเด็ก ๆ เพื่อนบ้านบอกว่า ไม่เคยเห็นเด็กในบ้านนี้ไปโรงเรียน อาหารที่พบเป็นพวกอาหารควบคุมน้ำหนัก ได้แก่ น้ำมันมะกอก , วอลนัทเนื้อแห้งและไข่

หนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ส และสำนักข่าว AP รายงานว่า หน่วยเนวี ซีล ได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มและแม้จะประสบปัญหาเฮลิคอปเตอร์ตกไป 1 ลำ แต่พวกเขาก็สามารถปฏิบัติภารกิจต่อไปได้ กลุ่มแรกบุกเข้าไปที่บ้านหลังเล็ก ที่ต้องเจอกับการต่อสู้ แต่ก็สามารถจัดการได้เรียบร้อย ซึ่งน่าจะเป็นการถูกยิงตอบโต้เพียงจุดเดียวของปฏิบัติการ โดยคูเวติ ได้ยิงทะลุประตูบ้านออกไป ก่อนที่หน่วยเนวี ซีล จะยิงตอบโต้ สังหารเขาพร้อมภรรยา

กลุ่มที่สอง บุกเข้าบ้านหลังใหญ่ก่อนจะเคลียร์ทีละห้อง และสังหารน้องชายของคูเวติ ตอนที่เตรียมจะยิงตอบโต้ หลังจากนั้น ได้บุกขึ้นไปบนชั้น 2 และ 3 สังหารบุคคลที่ 4 ที่เชื่อว่าจะเป็นฮัมซ่า ลูกชายของบิน ลาเดน ที่พุ่งเข้าใส่หน่วยเนวี ซีล และหนึ่งในภาพที่เผยแพร่ออกมา ได้แสดงให้เห็นว่า ชายหนุ่มมีเคราบาง ๆ นอนจมกองเลือดที่ผสมกับของบิน ลาเดน

ส่วนอาการบาดเจ็บของลูกสาววัย 12 ปี ของบิน ลาเดนนั้น หน่วยข่าวกรองปากีสถาน สันนิษฐานว่า อาจถูกสะเก็ดระเบิดที่หน่วยเนวี ซีล โดยกรุยทางเข้าไปก่อนจะเข้าไปในห้อง แต่รายงานอื่น ๆ บอกว่า หน่วยซีลยิงทะลุกประตูเข้าไปก่อน อาจทำให้เศษชิ้นส่วนที่เกิดจากแรงกระสุนไปถูกเด็กเมื่อบุกเข้าไปในห้อง ภรรยาของบิน ลาเดน ได้พุ่งเข้าใส่สมาชิกคนหนึ่งของหน่วยเนวี ซีล ทำให้ถูกยิงที่น่อง ก่อนจะสังหารบิน ลาเดน

เจ้าหน้าที่สหรัฐ ระบุในเวลาต่อมาว่า เขามีปืนไรเฟิล AK-47 ที่เชื่อว่า เขายึดมาจากโซเวียต สมัยทำสงครามในอัฟกานิสถาน และปืนสั้น มาคารอฟ อันเป็นข้ออ้างให้หน่วยเนวี ซีล ต้องสังหารเขา ด้วยการยิงที่หน้าอก และตามด้วยที่ศีรษะ

มีรายงานที่ไม่ยืนยันว่า บิน ลาเดน ถูกยิงทะลุตาซ้าย และดูเหมือนหน่วยเนวี ซีล จะใช้กระสุนที่มีความเร็วต่ำที่จะไม่เจาะทะลุร่างกาย ป้องกันไม่ให้บาดแผลเละ ซึ่งหลังจากถอนกำลังกลับไปพร้อมกับศพบิน ลาเดน กับบุตรชายแล้ว ในช่วงเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ศพของบิน ลาเดน ที่ถูกห่อด้วยผ้าขาว ถูกนำไปบรรจุในถุงถ่วงน้ำหนัก และถูกหย่อนจากบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ลงทะเลนอร์ธ อาระเบีย

'โอบามา'พบทีมถล่ม'บิน ลาเดน' 

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวของสหรัฐที่ไม่เปิดเผยชื่อ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามาจะเยือนค่ายทหารฟอร์ต แคมป์เบลล์ รัฐเคนตั๊กกี้ในวันนี้ และจะพบกับทหารบางนายในชุดปฏิบัติการพิเศษที่สังหารโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายอัลไกด้า เพื่อกล่าวขอบคุณเป็นการส่วนตัวสำหรับปฏิบัติการลับที่พวกเขาสามารถจับตายบิน ลาเดนในเมืองอับบอตตาบัดของปากีสถานเมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น

 ทหารจากหน่วยซีล ทีม 6 ของกองทัพเรือสหรัฐ ได้โรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ลงไปยังบริเวณคฤหาสน์ของบิน ลาเดน และสังหารบิน ลาเดน ก่อนนำศพของเขาไปหย่อนลงทะเล

 เดิมโอบามามีกำหนดเยือนค่ายทหารแห่งนี้อยู่แล้วเพื่อเยี่ยมทหารที่เพิ่งกลับจากอัฟกานิสถาน ค่ายแห่งนี้เป็นที่ตั้งของหน่วยบินปฏิบัติการพิเศษ 160 ซึ่งมีส่วนร่วมในภารกิจบุกจับบิน ลาเดน

 ก่อนหน้านั้นในวันพฤหัสบดีประธานาธิบดีโอบามา ได้ไปเยี่ยมสถานีดับเพลิงหน่วยเอ็นจิ้น 54 แลดเดอร์ 4 แบตตาเลียน 9 ในย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์กที่สูญเสียตำรวจดับเพลิง 15 นายในเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน และบอกว่า ที่นี่เป็นสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของการเสียสละอย่างที่สุดที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว

 ตำรวจดับเพลิงหลายนายเสียชีวิตขณะเข้าไปในตึกเวิลด์เทรด เซนเตอร์ที่ถูกเครื่องบินพุ่งชนเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ภายใน และตึกได้พังถล่มลงมา

 โอบามา บอกด้วยว่า การปลิดชีพ บิน ลาเดน เป็นการบอกให้ชาวอเมริกันและทั่วโลกได้รับรู้ว่าเมื่อเราบอกว่าจะไม่ลืมเหตุการณ์ในวันนั้น เราหมายความอย่างนั้นจริงๆ และทหารที่ปฏิบัติการพิเศษในวันนั้นได้แสดงถึงความเสียสละเพื่อประเทศชาติ และส่วนหนึ่งพวกเขาทำงานในนามของตำรวจดับเพลิงที่เสียชีวิตในวินาศกรรม

 หลังจากนั้นผู้นำสหรัฐได้ไปวางพวงหรีดที่กราวน์ซีโร่พร้อมกับตำรวจนครนิวยอร์และญาติของเหยื่อที่เสียชีวิตในวินาศกรรม เขาได้สงบนิ่งไว้อาลัยที่อนุสาวรีย์ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของตึกแฝดเวิลด์เทรด เซนเตอร์ เขาได้พูดคุยทักทายสมาชิกจากเกือบ 60 ครอบครัวจากองค์กร 11 องค์กรที่ตั้งขึ้นหลังวินาศกรรม

 ญาติของผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง บอกว่า รู้สึกประทับใจมากที่โอบามาสละเวลาพูดคุยกับญาติทุกคนของผู้เสียชีวิต และแม้มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด แต่ชาวนครนิวยอร์กหลายร้อยคนได้เฝ้ารอสองข้างทางเพื่อชมขบวนรถของโอบามา

 หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า สหรัฐได้ตั้งฐานที่มั่นให้กับสำนักข่าวกรองกลาง หรือCIA ในเมืองอั๊บบอตตาบัด ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองศูนย์กลางทางทหารของปากีสถาน และเป็นที่กบดานของโอซาม่า บิน ลาเดน เพื่อใช้ในการปฏิบัติการของทีมข่าวกรองในการจับตาการเคลื่อนไหวภายในบ้านที่พวกเขาพบตัวบิน ลาเดน

 รายงานซึ่งอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐ ระบุว่า เซฟเฮาส์ลับของ CIA ถูกใช้ในการรวบรวมข้อมูลข่าวกรองที่อ่อนไหวอย่างสูงสุดภายในเมืองอั๊บบอตตาบัด ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงอิสลามาบัด แค่เพียง 50 กิโลเมตร และการทำงานด้วยความอุตสาหะของ CIA ในครั้งนี้ ได้นำไปสู่การใช้ปฎิบัติการเมื่อวันอาทิตย์ ที่หน่วยเนวี ซีล ใช้ปฏิบัติการบุกจู่โจมเข้าไปในบ้านก่อนจะสังหารผู้นำอัล ไกดา

 รายงานระบุด้วยว่า เครือข่ายของ CIA ในอั๊บบอตตาบัด ต้องพึ่งพาสายข่าวและแหล่งข่าวอื่น ๆ ในการรวบรวมรายละเอียดของแบบแผนการดำเนินชีวิตภายในบ้านหลังนี้ ซึ่งบินลาเดน กบดานอย่างเงียบเชียบบนชั้น 3 ของบ้าน ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและมีลวดหนามกั้นด้านบน