
'มาร์ค'ยันแจงเรื่องยุบสภาชัดเจนวันนี้
"อภิสิทธิ์"เตรียมแถลงเรื่องยุบสภาวันนี้(6พ.ค.) ยันไม่เลื่อน-ไม่กระทบตารางเลือกตั้ง สะพัดทูลเกล้าฯ ไปตั้งแต่ 2 พ.ค.แล้ว ปัดครม.ทิ้งทวนแสนล้านโวยบวกตัวเลขมั่ว-ท้าตรวจสอบ "สุเทพ" คาดมีเลือกตั้งต้นเดือนกรกฎาคมนี้ "เพื่อไทย" เล็งยื่น กกต.-ป.ป.ช.สอบครม.เทกระจาด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 พฤษภาคม ถึงความชัดเจนเรื่องการทูลเกล้าฯ ถวายร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ว่า ยังไม่มีการทูลเกล้าฯ แต่ทุกอย่างจะมีความชัดเจนเอง เคยพูดอะไรไว้ก็จะดำเนินการตามนั้น
เมื่อถามว่าจะมีการแถลงเรื่องของการยุบสภาด้วยตัวเอง ก่อนจะเดินทางไปประชุมอาเซียนที่ประเทศอินโดนีเซีย หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคมนี้ จะให้สัมภาษณ์เรื่องการยุบสภาก่อนเดินทางไปอินโดนีเซีย
“แต่ไม่ต้องตีความคำพูดผม เมื่อบอกว่าจะดำเนินการตามคำพูดที่ผมพูดก่อนหน้านี้ คือ ผมจะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ก็จะดำเนินการตามนั้น ส่วนการแถลงข่าวจะใช้เวลาที่เหมาะสม” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ส่วนพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากแถลงการณ์ และเท่าที่ได้สอบถามไป ทราบว่าพระพลานามัยเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ส่วนที่แพทย์ประจำพระองค์ขอให้พระองค์ทรงงดพระราชกรณียกิจนั้น ก็จะสอบถามเหมือนกันว่าหมายถึงทุกเรื่องหรือเปล่า เพราะทราบว่าเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานวุฒิสภา ลงมาแล้ว
เมื่อถามว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ระบุว่า ถ้ามีการเลื่อนการยุบสภาออกไปไม่มาก ก็จะไม่กระทบต่อตารางการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถูกต้อง เดี๋ยวมันจะชัดเจนของมันเอง
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการที่นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามในคำสั่งโยกย้ายแต่งตั้งนายอำเภอ ถึง 300 ตำแหน่ง ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเพื่อรองรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นว่า เรื่องนี้คงต้องสอบถามไปทางมหาดไทย เพราะเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องดูเหตุผลของเขา ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่านี่คือการดำเนินการหลังจากที่ศาลปกครองวินิจฉัยให้เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอ 41 ตำแหน่งแล้วหรือไม่
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดแถลงข่าวเวลา 13.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ที่ทำเนียบ โดยคาดการณ์ว่าจะเป็นการแถลงข่าวถึงความชัดเจนเรื่องการทูลเกล้าฯ ถวายร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภา ตามที่นายกฯ เคยประกาศไว้ว่าจะทูลเกล้าฯ ถวายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม และในเวลา 16.25 น.นายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย เพื่อร่วมประชุมอาเซียน ระหว่างวันที่ 7-8 พฤษภาคมนี้
กกต.เชื่อไม่เลื่อนยุบสภา
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย พ.ร.ฎ ยุบสภา ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้แถลงรายละเอียดให้ทราบในวันที่ 6 พฤษภาคม ก่อนจะเดินทางไปประชุมอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยืนยันเช่นกันว่า "ไม่มีการเลื่อนยุบสภา และไม่น่าจะเกิน 1-2 วันนี้ก็จะยุบสภาได้ ส่วนที่กังวลเรื่องที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งทั้ 3 ฉบับ ยังไม่ผ่านการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญและยังไม่ประกาศใช้ก็ไม่มีมีปัญหา กกต.สามารถจัดการเลือกตั้งได้"
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกำหนดการทำงานของ กกต.นั้น ไม่ได้กำหนดวันและเวลาที่แน่นอนเอาไว้ มีแต่เพียงกำหนดระยะเวลาคร่าวๆ ในการปฏิบัติงาน และทันทีที่มี พ.ร.ฎ.ยุบสภาออกมาก็จะเสนอ กกต.อนุมัติ และจะกำหนดวันที่แน่นอนในการดำเนินการต่างๆ ได้ ทั้งนี้ยังยืนยันว่าการสมัครรับเลือกตั้งจะใช้เวลาหลังจากที่มี พ.ร.ฎ.ยุบสภา ประมาณ 3-4 วัน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเอกสารนัดประชุมด่วนเพื่อหารือเรื่องกฎหมายลูก 3 ฉบับแต่อย่างใด จึงถือว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องวาระการประชุมในการพิจารณากฎหมายลูก โดยวาระเรื่องดังกล่าวกำหนดที่จะนำเข้าหารือในวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม ตามเดิม
"สุเทพ" คาดจัดเลือกตั้งต้น ก.ค.นี้
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะเริ่มขั้นตอนของการยุบสภาตามที่ได้กำหนดไว้ โดยเริ่มขั้นตอนการนำร่างพระราชกฤษฎีกาประกาศยุบสภาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งขั้นตอนของการยุบสภาอาจสอดคล้องกับช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญผ่านการวินิจฉัยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งทั้ง 3 ฉบับ ในช่วงวันที่ 9 หรือ 10 พฤษภาคมนี้ ส่วนตัวยังไม่มีการหารือในรายละเอียดเรื่องนี้กับนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่เชื่อว่านายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลที่รอบคอบและรักษาคำพูด
ส่วนที่ปรากฏเป็นข่าวมาว่าอาจจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 26 มิถุนายนนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า คาดว่า ไม่น่าจะทันช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากกกต.ต้องใช้เวลาในการเตรียมการต่างๆ ทั้งนี้ เห็นว่าน่าจะเป็นช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่จะสามารถเลือกตั้งได้
นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการไปยัง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้วว่า ให้ดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงของการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายใดๆ และเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเรื่องเตรียมก่อเหตุ อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องไปยังกลุ่มการเมืองสีต่างๆ ให้ช่วยทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อยด้วย
"ธีรเดช"ลั่นพร้อมทำหน้าที่ปธ.วุฒิฯ
ขณะที่ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ว่าที่ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าพร้อมทำหน้าที่ประธานวุฒิสภา แต่คงต้องให้ผ่านกระบวนการทางเอกสารต่างๆ ให้ถูกต้องก่อน โดยเฉพาะหนังสือโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนั้น ตนยังไม่เห็นต้นฉบับจริง
นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการประสานจากสำนักเลขาธิการนายกฯ ว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ธีรเดช มีเพียร เป็นประธานวุฒิสภาแล้ว ทั้งนี้คาดว่าจะได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ โดยระหว่างนี้ได้ประสานให้ทางสำนักเลขาธิการวุฒิสภาเตรียมพิธีรับสนองพระบรมราชโองการ อย่างไรก็ตามหากมีการยุบสภาในวันที่ 6 พฤษภาคม ก็จะไม่มีปัญหากับการทำพิธีหรือการเข้าทำหน้าที่
นายนิคม กล่าวอีกว่า สำหรับตำแหน่งประธานวุฒิสภาของ พล.อ.ธีรเดช นั้นตามรัฐธรรมนูญต้องทำหน้าที่รองประธานรัฐสภาด้วย ดังนั้นหากมีการยุบสภา พล.อ.ธีรเดชจะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานรัฐสภาไปจนกว่าการเลือกตั้งและการคัดเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรจะแล้วเสร็จ
อีสานโพลล์ชี้เพื่อไทยชนะปชป.3เท่า
ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยผลสำรวจเรื่อง “เลือกตั้งครั้งใหม่ชาวอีสานจะเลือกใคร” ซึ่งทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 2,354 รายในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด ระหว่างวันที่ 28 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2554 พบคะแนนโหวตพรรคเพื่อไทยสูงสุด 63.9% รองลงมาพรรคประชาธิปัตย์ 20.7%
เมื่อพิจารณาผลการหยั่งเสียงเลือกพรรคในภาพรวมทุกจังหวัดของพื้นที่ภาคอีสาน ผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 63.9 จะเลือกพรรคเพื่อไทยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 20.7 จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ถัดมาร้อยละ 9.1 ตอบว่าจะเลือกพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ร้อยละ 5.3 จะเลือกพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน จะเลือกพรรคความหวังใหม่ มีร้อยละ 0.7 ส่วนผู้ที่จะเลือกพรรคมัชฌิมาธิปไตย มีร้อยละ 0.3 และจะเลือกพรรคประชาราช ร้อยละ 0.1 ตามลำดับ
"พลังชล"วางแผนผนึก"กิจสังคม"
เมื่อเวลา 10.09 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 ณ ที่ทำการพรรคพลังชล เลขที่ 36/2 ถนนบางแสนล่าง ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี กลุ่มพลังมวลชนจำนวนมาก ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มผู้นำการเมืองท้องถิ่น พ่อค้า ประชาชน นักธุรกิจ รวมทั้งข้าราชการทั่วไป ร่วมแสดงความยินดีต่อนางสติล คุณปลื้ม ประธานผู้ก่อตั้ง "พรรคพลังชน" และนายสนธยา คุณปลื้ม อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในโอกาสที่เปิดทำการพรรคอย่างเป็นทางการ โดยมี รศ.เชาวน์ มณีวงษ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นหัวหน้าพรรคพลังชล
นายสนธยา คุณปลื้ม ในฐานะประธานที่ปรึกษาพิเศษพรรคพลังชล เปิดเผยว่า นักการเมืองกลุ่มชลบุรี ได้ทำงานการเมืองต่อเนื่องยาวนานมากว่า 30 ปี มีความเห็นร่วมกันว่า น่าจะมีพรรคการเมืองของตนเอง เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการพัฒนา จ.ชลบุรี ให้มีความเจริญรุดหน้ายิ่งขี้นไป จึงได้จดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วในนาม "พรรคพลังชล" โดยพรรคพลังชล เป็นการเมืองของประชาชน มุ่งมั่นสร้างความก้าวหน้าของชาติสร้างความสามัคคีของชนในชาติ สร้างความเป็นธรรม และคาดหวังว่าน่าจะได้ที่นั่ง ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ประมาณ 15 ที่นั่ง
สำหรับบรรยากาศในการเปิดที่การพรรคพลังชลในครั้งนี้ นอกจะมีพลังมวลชนในพื้นที่ จ.ชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียงในภาคตะวันออก เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้แล้ว ตัวแทนจากพรรคกิจสังคม ยังได้เดินทางมาเพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าจะทำงานด้านการเมืองร่วมกันอีกด้วย
ปชป.จี้ กกต.คุมแดงช่วงลุยเลือกตั้ง
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีนางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า กลุ่ม นปช.รับได้กับการยุบสภาไม่เกินวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ว่า กลุ่ม นปช.ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เพราะไม่อยู่ในฐานะพรรคการเมือง แต่เป็นเครื่องมือให้แก่นักการเมืองบางพรรค และการที่นปช.ประกาศชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภาคม โดยอ้างว่าครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมนั้น อยากถามว่าถ้ามีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง กลุ่มนปช.สามารถจัดการชุมนุมทางการเมืองได้หรือไม่ เพราะการชุมนุมดังกล่าวมีเจตนาหวังผลทางการเมืองแอบแฝง ทั้งนี้ กกต.ต้องตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าว เช่น เดียวกับกรณีการขัดขวางโห่ไล่ผู้สมัครในช่วงหาเสียงที่อาจจะเกิดขึ้น
นายเทพไท กล่าวว่า ขณะนี้ปรากฏชัดแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังใช้เครื่องมือและกลไกทางการเมืองของตัวเองทุกรูปแบบในการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้รับชัยชนะ ประกอบไปด้วย 1.ใช้พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้ง 2.นอกสนามเลือกตั้ง ใช้กลุ่ม นปช. 3.ใช้สื่อตัวเองจัดรายการ ใส่ร้ายโจมตีคู่แข่งทางการเมือง
"มาร์ค"ปัดทิ้งทวนโวยบวกตัวเลขมั่ว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่ามีการไปเร่งอนุมัติงบประมาณเป็นจำนวนกว่าแสนล้านบาท ว่า อยากจะชี้แจงทำความเข้าใจว่า การอนุมัติโครงการหรือเงินงบประมาณจริงๆ ยอดไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย ไม่ทราบว่า การบวกตัวเลขบวกกันอย่างไร บางเรื่องไม่ได้เป็นการอนุมัติเงินใหม่ เป็นเพียงการมาดำเนินการตามแผนที่ได้มีการอนุมัติเงินไปแล้ว เงินที่อนุมัติไปยอดใหญ่ๆ ก็จะมีค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะต้องได้เงินเพิ่ม หากไม่มีการอนุมัติวันนี้ก็เพียงแต่ว่า ต้องทำให้จ่ายเงินช้า ถ้าจำไม่ผิดอยู่ที่ 4 พันกว่าล้านบาท มีค่าจัดการเลือกตั้ง 3 พันกว่าล้านบาท นอกจากนั้นจะเป็นเรื่องของการจ่ายเงินให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งอยู่ที่หลักพันล้านบาท รวมถึงปัญหาสถานการณ์ชายแดน แต่มีการไปนำเอาเรื่องของงบประมาณที่มีการขออนุมัติไปก่อน เช่น ขออนุมัติก่อหนี้ผูกพัน อันนั้นเป็นการขอตามระเบียบ ไม่ได้มีการขออนุมัติตามโครงการใหม่หรืออะไรเลย
เมื่อถามว่า การถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างนี้คิดว่า ภาพลักษณ์รัฐบาลจะเสียหรือไม่ว่า เป็นการผลาญงบก่อนเลือกตั้ง นายกฯ กล่าวว่า ก็อย่างนี้ ถ้าสงสัยโครงการไหน เพราะทุกอย่างเปิดเผย ขอให้ทักท้วงมา ยินดีที่จะทบทวนให้ ถ้ารัฐบาลชี้แจงไม่ได้ ก็พร้อมยกเลิกให้ ไม่มีปัญหาอะไรเลย
ส่วนที่พรรคฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการอนุมัติงบในลักษณะที่เป็นสัญญาใจ เทงบให้พรรคภูมิใจไทยเพื่อกลับมาเป็นรัฐบาลร่วมกัน นายอภิสิทธิ์ ย้อนถามว่า "โครงการอะไรล่ะครับของภูมิใจไทย ผมก็ทำความเข้าใจแล้วว่า หากมีโครงการไหนที่สงสัย ก็ให้ถามมา ก็อธิบายได้ว่า ไม่ได้เป็นการอนุมัติโครงการ หรืออนุมัติเงินใหม่ ส่วนเงินที่อนุมัติผมยืนยันว่าจำเป็น เช่น การอนุมัติเบี้ยเลี้ยงทหารที่จะไปก่อสร้างบ้านให้แก่ประชาชนพื้นที่ภาคใต้พันกว่าล้าน จะไม่ให้อนุมัติหรืออย่างไร หรือกรณีที่ต้องแก้ปัญหาต่อเนื่องเรื่องของเมล็ดพันธุ์ที่ถูกเพลี้ยทำลาย จะไม่ให้อนุมัติหรืออย่างไร และผ่านขั้นตอนการตรวจสอบปกติจากสำนักงบประมาณ" นายอภิสิทธิ์ ระบุ
พท.ยื่นกกต.-ปปช.สอบมติทิ้งทวน
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่มีการประชุมนานกว่า 15 ชั่วโมงนั้น ส่อไปในลักษณะกินมื้อสุดท้าย จึงขอเรียกร้องไปยังวุฒิสภา ขอให้ตรวจสอบการอนุมัติงบประมาณในครั้งนี้ด้วย และพรรคเพื่อไทยจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบว่าการอนุมัติงบประมาณในวันดังกล่าว มีการเอื้อประโยชน์แฝงการหาเสียงล่วงหน้าหรือไม่ โดยจะยื่นเรื่องหลังจากนายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ถวาย พ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎรทันที
จวกครม.อนุมัตินาทีละ100ล.
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. กล่าวว่า การพิจารณา 211 โครงการ พิจารณาถึงเวลา 04.00 น.ใช้เงินไปกว่า 1 แสนล้านบาท เท่ากับอนุมัตินาทีละ 100 ล้านบาท ทั้งนี้ อยากให้จับตาการใช้งบประมาณไว้ใช้จ่ายในการป้องกันในการทุจริตเลือกตั้ง โดย กอ.รมน. ส่งทหารลงไปทุกภาคทั่วประเทศ ขณะนี้บางเขตในกทม. เริ่มลงพื้นที่และมีการเบิกจ่ายไปแล้ว โดยจะจัดทหารลงไปและอ้างว่าตรวจยาเสพติดเขตละ 4 คน แต่จากข้อมูลที่ได้มานั้น ทหารที่ลงพื้นที่จะแจ้งชื่อเพียงแค่ 2 คน เบิกลอย 2 คน ทั้งนี้ขอฝากไปกกต.ด้วยว่าว่ากองกำลังนี้จะมาปฏิบัติหน้าที่ทางการเมือง เพื่อตรวจสอบบุคคลที่เป็นคนสนับสนุนการเลือกตั้งในฝ่ายของพรรคเพื่อไทยหรือไม่
นายประเกียรติ กล่าวว่า การอนุมัติงบประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท เป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่และไม่มีมารยาททางการเมือง โดยงบประมาณผูกพันนั้นจะไปสร้างปัญหาให้รัฐบาลต่อไป ทั้งการจัดหารายได้ การพัฒนาประเทศ และมีผลกระทบต่อระบบการเงินการคลัง ดังนั้น ขอให้ทั้งสื่อและประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดนี้ด้วย



