
แค้นแฟนสาวตีจากคว้ามีดแทงดับพร้อมแม่2ศพ
ชายวัย 50 นั่งเครื่องบินจากสิงค์โปร์กลับเชียงราย หลังจากที่ผ่านมาส่งเสียเงินให้กับฝ่ายหญิง แต่ระยะหลังพบว่าคนรักคิดตีจาก เจอหน้ากลับมีปากเสียง สุดทนใช้มีดแทงคนรักและแม่เสียชีวิต ตำรวจตามรวบตัวไว้ได้
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 พ.ค. พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านเลขที่ 394 ซอยเจือจันทร์ หมู่ 2 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จึงนำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุพบบ้านที่เกิดเหตุเป็นคอนกรีตสองชั้น ที่ถนนหน้าบ้านพบศพนางแสงดาว แสงอุ่นเรือน อายุ 37 ปี เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิต สภาพถูกของมีคมแทงเข้าที่ลำตัวหลายแผลเลือดนองพื้น ที่ห้องชั้นล่างของบ้านยังพบนางสุมนา แสนอุ่นเรือน อายุ 61 ปี มารดาของนางแสงดาวถูกแทงบาดเจ็บสาหัส แต่สุดท้ายทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล
จากการสอบสวนทราบว่าผู้ที่ลงมือ คือนายปรีชา กาไว อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 /1 หมู่ 4 ต.แม่ยางร้อง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ที่ก่อนหน้านี้เคยคบหากับนางแสงดาว โดยหลังเกิดเหตุนายปรีชาได้วิ่งหลบหนีออกจากบ้านไป ตำรวจจึงกระจายกำลังกันออกจับกุมพร้อมตั้งจุดตรวจตามถนนสายสำคัญ ต่อมาตำรวจประจำอยู่ที่ตู้ยามโป่งเหนือ ต.สันสลี อ.เวียงป่าเป้า ตรวจพบรถโดยสารประจำทางสาย อ.เวียงป่าเป่า-เชียงราย จึงเรียกให้หยุดตรวจปรากฎว่าพบนายปรีชาโดยสารอยู่จึงจับกุมตัวไว้ได้
นายปรีชาสารภาพว่าได้ใช้มีดแทงนางแสงดาวและนางสุมนา เพราะความโกรธแค้น เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยคบหากันมานาน จากนั้นนายปรีชาได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์และส่งเสียเงินมาให้นางแสงดาวและแม่เพื่อใช้สร้างบ้านและใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน แต่ปรากฎว่าช่วงหลังได้โทรศัพท์ไปหาปรากฎว่านางแสงดาวบ่ายเบี่ยงไม่รับโทรศัพท์ ทำนองตัดความสัมพันธ์ จึงทำให้น้อยใจและโกรธ
ต่อมาวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมาจึงตัดสินใจเดินทางกลับจากประเทศสิงคโปร์และต่อเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย อ.เมือง จากนั้นเดินทางไปนอนค้างคืนที่บ้านพี่ชายของนางแสงดาวที่หมู่บ้านดงหล่ายหน้า หมู่ที่ 7 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า เป็นเวลา 1 คืน โดยที่พี่ชายนางแสงดาวไม่ทราบเรื่อง
กระทั่งรุ่งเช้าวันนี้จึงขอให้พี่ชายนางแสงดาว ขับขี่จักรยานยนต์ไปส่งที่บ้านของนางแสงดาว ก่อนจะลงไปพูดคุยปรับความเข้าใจ แต่กลับถูกด่าทอต่างๆ นานา จึงบันดาลโทสะเข้าไปในครัวและคว้ามีดทำครัวมาจ้วงแทง แต่นางแสงดาววิ่งออกไปเสียชีวิตที่หน้าบ้านและนางสุมนานอนบาดเจ็บที่พื้นบ้านก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินคดีฆ่าผู้อื่นจนเสียชีวิตโดยเจตนาต่อไป.



