ข่าว

 ไลฟ์สตางค์-อยู่ที่วิธีคิด...

ไลฟ์สตางค์-อยู่ที่วิธีคิด...

19 เม.ย. 2552

คนที่สนิทๆ กับผมสักหน่อยและใช้เงินเก่งเกินตัว มักจะโดนผมแซวเสมอว่าได้เก็บเงินบ้างหรือยัง? ได้ตระเตรียมเสบียงเพื่อเลี้ยงตัวยามแก่เฒ่าบ้างหรือไม่ เหตุเพราะผมเชื่อว่าการวางแผนอนาคตที่ดีจะช่วยให้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข อย่างน้อยที่สุดก็จะไม่เป็นภาระให

 ครั้นจะโยนคำถามนี้กับคนหมู่มากในประเทศ ก็กลัวเหลือเกินที่จะได้รับคำตอบแล้วต้องผิดหวัง ผมเชื่อว่ายังมีคนไทยอีกกลุ่มใหญ่ๆ ที่ไม่ชอบเก็บเงิน ไม่เห็นค่าหรือรู้ประโยชน์ของการวางแผนเพื่อตัวเอง อยู่ไปวันๆ อนาคตอย่าได้แคร์

 ผมไล่เรียงเหตุผลร้อยแปดในหัวพักใหญ่ และลงความเห็นว่า จริงๆ แล้วปัญหาทั้งหลายมีพื้นฐานมาจากทัศนคติเป็นสำคัญ อารมณ์ประมาณว่าถ้าเปลี่ยนความคิด ทุกอย่างก็เป็นไปได้เสมอ (ใครที่เริ่มเถียงและเอะอะในใจ ลองเปลี่ยนทำใจยอมรับ...แล้วอ่านต่อนะครับ)

 ผมได้ตกผลึกทัศนคติห้าข้อที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเก็บเงินของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ ใครยิ่งมีครบหรือมีมากข้อ ยิ่งเป็นขวากหนามกั้นไม่ให้เราปีนบันไดไปสู่ความสำเร็จได้

 อย่างแรก… คิดแต่ว่ามีภาระเยอะ ใครที่แต่งงานแล้วจะชอบบ่นตลอด ต้องจ่ายโน่นจ่ายนี่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน เลี้ยงลูก ค่าเทอม และอื่นๆ จิปาถะ

 จริงๆ ผมก็เห็นใจ แต่ถามหน่อยนะครับ ใครบ้างไม่มีภาระ อย่าได้คิดว่าคนโสดมีภาระน้อยกว่า ทุกคนมีเรื่องต้องรับผิดชอบแตกต่างกันไป ภาระจึงเป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น

 วิธีแก้คือ ให้เปลี่ยนวิธีคิด ลองมองว่าการเก็บเงินเป็นภาระอีกอย่าง เป็นเหตุประจำเดือนที่ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ กัดฟันไปสักปีสองปี เริ่มจากเก็บเงินให้ได้สิบเปอร์เซ็นต์ก่อนก็ยังดี สิ้นปีมาดูกันว่าภาระนี้ไม่เหมือนอันอื่น ให้ดอกออกผลคุ้มค่าเหนื่อย อย่างน้อยก็เป็นเงินสำรองให้ใช้ยามฉุกเฉิน การกู้เงินเก็บเอาไว้ตอนมีเหตุผล มีความจำเป็นจริงๆ ในภายหลัง

 สอง… คิดว่าเดี๋ยวก็ตายแล้ว เก็บเงินไปทำไม อันนี้คนโสดเป็นมาก เพราะไม่คิดว่าบั้นปลายต้องเลี้ยงดูใคร อยู่คนเดียวจึงต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม ตายไปก็เอาไปไม่ได้ คิดแบบนี้ผิด เพราะเมื่ออยู่อย่างหัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่วางแผนเก็บเงิน เกิดเจ็บป่วยกะทันหัน แล้วไม่ตาย แถมทรมาน ต้องใช้เงินใช้ทอง จะหาที่ไหนทัน กว่าจะรู้ก็อาจสายเกินแก้

 สาม… คิดผลัดวันประกันพรุ่ง เป็นกันในหมู่คนหนุ่มรุ่นสาว โดยเฉพาะคนจบใหม่ๆ สามสี่ปีแรกกะเที่ยวอย่างเดียว ใช้เงินเต็มที่ พอหลุดจากรั้วมหาวิทยาลัยที่แบมือขอเงินพ่อแม่มานาน เมื่อเริ่มหาสตางค์ได้ ก็ใช้ก่อน เป็นลูกช่างกระเถิบ เขยิบไปเรื่อยๆ

 ผมรู้จักบางคนที่เขยิบมาตั้งแต่เด็กๆ จนป่านนี้ไม่มีเงินเก็บ พอมีปัญหาก็เดือดร้อนมาก ทั้งครอบครัวเพื่อนฝูง จึงอยากให้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เริ่มเปลี่ยนวิธีคิดตั้งแต่ตอนนี้

 สี่… คิดแบบแถๆ ฉลาดหาข้ออ้าง หาเหตุผลไปเรื่อย อ้างว่าช่วงนี้แบงก์ให้ดอกเบี้ยไม่เยอะ ฝากเงินก็ไม่คุ้ม เอามาใช้ดีกว่า ช่วยรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทาง (ช่างเป็นคนดีเช่นนี้) คิดอย่างนี้ตายเหมือนกัน ไม่ช้าก็เร็ว เพราะจะไม่รู้จักเก็บเสียที

 ถ้าฉลาดคิดอย่างนี้ ทำไมไม่ลองหาวิธีทำเงินให้เป็นเงินดีกว่า ทางเลือกในการออมเงินมีมาก ไม่อยากฝากธนาคาร ก็มองหากองทุน หรือรูปแบบการออมอื่นๆ หรือจะซื้อประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ก็ได้ความคุ้มครองแบบเงินต้นอยู่ครบด้วย ดีไปอีกแบบ

 ห้า… คิดจะรวยดาบหน้า เข้าตำรารวยทางลัดอย่างไรอย่างนั้น ผู้หญิงบางคนก็หวังจะเจอสามีรวย มีกะตังค์เยอะๆ ป้อนน้ำป้อนข้าวให้สุขสบาย ผู้ชายบางคนก็รอตกถังข้าวสาร เจอสาวใหญ่ใจดีเลี้ยงดู ไม่ให้เดือดร้อน

 คิดอย่างนี้ เหมือนรอถูกหวยลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง โอกาสมีแต่น้อยมักๆ เพราะไม่ได้เกิดกับทุกคนอย่างง่ายๆ ถ้าใครไม่เปลี่ยนทัศนคติ แนะนำให้ทำบุญเยอะๆ เผื่อบุญจะส่งผลให้ประสบโชคที่หวัง

 อ่านถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งท้อนะครับ อดีตที่ผ่านมาแล้ว ก็ให้ผ่านไป พรุ่งนี้ยังมีให้เริ่มใหม่ได้ ถ้าพร้อมที่จะเปลี่ยน

 เพราะในชีวิต ยังมีอีกหลายต่อหลายเรื่องที่จะเดินทางผ่านเข้ามา ทั้งสุขบ้าง ทุกข์บ้างปนเปกันไป บางปัญหาอาจไม่ใหญ่อย่างที่เราคิด ขอแค่ทำความรู้จัก เรียนรู้ที่จะเข้าใจ
 สำคัญที่การปรับทัศนคติที่เป็นตัวต้นเหตุ ก็จะพบทางออกได้

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์