ข่าว

"โอบาม่า"เบรกโชว์ศพ"บิน ลาเดน"

"โอบาม่า"เบรกโชว์ศพ"บิน ลาเดน"

06 พ.ค. 2554

ผู้นำสหรัฐตัดสินใจไม่เผยแพร่ภาพศพโอซาม่า บิน ลาเดน เกรงจะถูกใช้เป็นเครื่องมือยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ทำเนียบขาวได้รับการร้องขอให้ระงับการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับปฎิบัติการลับของหน่วยซีล

(5พ.ค.) ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐ ได้ตัดสินใจที่จะไม่เผยแพร่ภาพศพของโอซาม่า บิน ลาเดน โดยอ้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ และสหรัฐไม่ควรฉลองชัยชนะ โดยก่อนหน้านี้ ครม.สงครามของประธานาธิบดีโอบาม่า ได้ถกเถียงกันในประเด็นที่ว่า สมควรจะเผยแพร่ภาพศพหลังการชันสูตรของหัวหน้าก่อการร้ายหมายเลข 1 ของโลก ที่ถูกกองกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐยิงสังหารในระหว่างการบุกจู่โจมเข้าจับกุมในปากีสถาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

 ประธานาธิบดีโอบาม่า ซึ่งคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอีก 11 จุด เป็น 57 เปอร์เซ็นต์ จากการสำรวจของ CBS ร่วมกับนิวยอร์ค ไทม์ส และเพิ่มเป็น 72 เปอร์เซ็นต์ ในประเด็นการรับมือกับการก่อการร้าย ได้เปิดเผยในรายการซิกซ์ตี้ มินิทส์ ของสถานีโทรทัศน์ CBS ว่า เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องให้แน่ใจว่า ภาพที่แจ่มชัดของคนที่ถูกยิงที่ศีรษะ จะไม่แพร่สะพัดออกไปยั่วยุให้เกิดความรุนแรงในฐานะเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ แล้วก็ไม่ควรฉลองชัยชนะด้วยคำพูดหรือการกระทำด้วย

 ผู้นำสหรัฐ ยังได้ปฏิเสธในประเด็นที่ว่า การทดสอบ DNA และการวิเคราะห์ใบหน้า ได้มีขึ้นเพื่อคลี่คลายข้อสงสัยว่า ผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลังวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 เสียชีวิตแล้ว โดยยืนยันว่า ไม่มีข้อสงสัยในหมู่สมาชิกอัล ไกดาว่า บิน ลาเดน เสียชีวิตแล้ว และความเป็นจริงก็คือ คุณจะไม่ได้เห็นบิน ลาเดน เดินอยู่บนโลกอีกเลย

 เจ้าหน้าที่ของสำนักข่าวกรองปากีสถาน หรือ ISI เปิดเผยว่า ลูกสาววัย 12 ปี ของบิน ลาเดน ซึ่งตอนนี้ถูกควบคุมตัวอยู่กับภรรยาชาวเยเมน เห็นตอนที่พ่อถูกยิงด้วย และเธอเป็นหนึ่งในคนที่ยืนยันว่า บิน ลาเดน เสียชีวิตแล้ว ก่อนหน้านี้ บรรดาที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของผู้นำสหรัฐ ได้หารือกันว่า ควรจะเผยแพร่ภาพของบิน ลาเดน เพื่อพิสูจน์ว่าเขาเสียชีวิตแล้ว แต่ก็กลัวว่าจะถูกล้างแค้นจากโลกมุสลิม ที่อาจพุ่งเป้าโจมตีทหาร หรือผลประโยชน์ของสหรัฐ

 ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า ขุมทรัพย์สำหรับหน่วยข่าวกรองของสหรัฐ ที่พบในบ้านของบิน ลาเดน คือ ฮาร์ด ไดร์ฟ 10 อันและ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล 100 อัน ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่จะช่วยสหรัฐทำลายกำแพงอุปสรรคในการต่อสู้กับอัล ไกดา และที่สำคัญคือ อาจจะทำให้สามารถล้วงลึกไปถึงในประเด็นที่ที่ว่า เขามีความสัมพันธ์กับปากีสถานหรือไม่

 หลังจากหน่วยเนวี ซีล สังหารบิน ลาเดน แล้ว และได้ตรวจค้นภายในห้องพักของเขา ก็พบว่ามีอาวุธจำนวนมาก ที่รวมทั้งปืนไรเฟิล AK-47 และอาวุธที่ใช้คาดเอว ซึ่งนับเป็นการเปิดเผยเหตุผลล่าสุดของการคลี่คลายความสงสัยว่า ทำไม่ถึงไม่ต้องจับตายบิน ลาเดน แทนที่จะจับเป็น นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยรายละเอียดด้วยว่า หน่วยเนวี ซีล ได้คว้าตัวผู้หญิงในห้องที่พุ่งเข้า เพราะเกรงว่าเธอจะสวมเสื้อกั๊กติดระเบิด
 
 สมาชิกสภาคองเกรสส์ ที่ได้รับรายงานสรุป เปิดเผยว่า ได้มีการเปรียบเทียบ DNA ที่ได้จากแม่และลูก 3 คน ของบิน ลาเดน กับศพที่ถูกสังหาร และผลออกมาว่า เขาคือ บิน ลาเดน

ทำเนียบขาว ได้ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดของปฎิบัติการที่นำไปสู่การสังหารโอซาม่าบิน ลาเดน ผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายอัล ไกดา ซึ่งเป็นเวลาเพียง 1 วัน หลังจากถูกเร่งเร้าให้เปิดเผยรายละเอียดที่แท้จริงของปฏิบัติการลับครั้งนี้

 โดยเรื่องราวที่เริ่มนำมาเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ ได้ถูกแก้ไขพร้อมกับเพิ่มเติมรายละเอียดใหม่ๆ แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีคำถามอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งเมื่อวันพุธ กระทรวงกลาโหมได้เรียกร้องให้ยุติการเปิดเผยข้อมูล โดยระบุว่า จำเป็นต้องปกป้องการปฏิบัติการลับครั้งนี้ เพราะอาจนำเทคนิคแบบเดียวกันไปใช้อีกในอนาคต

 ทั้งนี้ ได้มีข้อผิดพลาดในรายละเอียดที่ได้รับการเปิดเผยก่อนหน้านี้ ที่ได้รับการแก้ไขในเวลาต่อมา โดยในตอนแรก ทำเนียบขาวระบุว่า บิน ลาเดน มีอาวุธตอนที่เขาถูกยิงเสียชีวิต ภายในบ้านพักในเมืองอั๊บบอตตาบัด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานแต่อีกวันต่อมา โฆษกทำเนียบขาวได้แถลงแก้ไขว่า บิน ลาเดน ไม่มีอาวุธตอนที่ถูกหน่วยเนวี่ซีล ปลิดชีพ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า สหรัฐพร้อมที่จะจับเป็นบิน ลาเดน จริงหรือไม่

 เมื่อวันจันทร์ นายจอห์น เบรนแนน ที่ปรึกษาด้านการต่อต้านการก่อการร้ายของประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า เปิดเผยว่า ภรรยาของบิน ลาเดน เสียชีวิตหลังจากถูกสามีใช้เป็นโล่ห์มนุษย์ป้องกันตนเอง แต่โฆษกทำเนียบขาวได้แถลงแก้ไขเมื่อวันอังคารว่า ภรรยาบิน ลาเดน โถมตัวเข้าหน่วยเนวี่ ซีลเอง และได้รับบาดเจ็บแต่ยังมีชีวิตอยู่

 รายงานระบุว่า คนนำสารของบิน ลาเดน 2 คน ถูกสังหารพร้อมพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ชั้นล่าง ส่วนบิน ลาเดน กับครอบครัวอยู่บนชั้น 2 และ 3 ตอนที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าไป ทั้งสองคนแสดงท่าทีขัดขืน ทำให้ต้องยิงผู้หญิงจนได้รับบาดเจ็บก่อนจะสังหารบิน ลาเดน ซึ่งขัดกับรายงานก่อนหน้านี้ ที่ว่ามีลูกชายของบิน ลาเดน ถูกยิงด้วย

 ทำเนียบขาว ระบุว่า ในเบื้องต้นค่อนข้างสับสนว่า บุตรชายคนใดของบิน ลาเดน ถูกสังหารระหว่างฮัมซ่ากับคาลิด เนื่องจากความผิดพลาดในการแปล เจ้าหน้าที่ทางการที่ไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า ฝ่ายบริการไม่ได้ต้องการจะให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่รวดเร็วจนเกินไปนัก ซึ่งต่อมาก็ต้องมาแก้ไขในรายละเอียด ถ้าต้องการข้อมูลที่เผยแพร่อย่างรวดเร็ว ก็ต้องทำใจว่าต้องมีการแก้ไขในภายหลัง