ข่าว

ไออีเอแนะไทยสำรองน้ำมันเพิ่มห่วงตรึงราคาแอลพีจีทำยอดใช้พุ่ง

ไออีเอแนะไทยสำรองน้ำมันเพิ่มห่วงตรึงราคาแอลพีจีทำยอดใช้พุ่ง

05 พ.ค. 2554

ไออีเอแนะไทยเพิ่มสำรองน้ำมันอีก 30 วัน โรงไฟฟ้าสำรองเชื้อเพลิงอีก 10 วัน เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในภาวะฉุกเฉิน ห่วงตรึงแอลพีจีดันยอดใช้พุ่ง ควรนำงบส่วนนี้ไปสำรองพลังงานชนิดอื่น

 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ในการประเมินแผนรองรับสภาวะวิกฤติด้านพลังงานของประเทศไทยว่า ไออีเอได้ร่วมวางแผนประเมินวิกฤติด้านพลังงานให้แก่ไทย แม้ไทยจะไม่ได้เป็นสมาชิกไออีเอก็ตาม โดยเห็นว่าไทยควรวางแผนสำรองหากเกิดวิกฤติพลังงานโดยเฉพาะด้านน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และไฟฟ้า

 นายอาร์ค ฟาง โบฮีเม่น ผู้อำนวยการด้านสภาวะวิกฤติ ไออีเอ กล่าวว่า ไทยควรมีการเก็บสำรองน้ำมันยามขาดแคลนเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ให้ภาคเอกชนสำรองตามกฎหมายไว้ 60 วัน ควรเพิ่มขึ้นเป็น 90 วัน เพื่อป้องกันวิกฤติด้านน้ำมัน หากประเทศผู้ผลิตน้ำมันประสบปัญหาไม่สามารถส่งน้ำมันมาจำหน่ายได้ หรือหากเกิดปัญหาด้านการขนส่งจนส่งผลให้ไม่มีน้ำมันใช้ และควรสำรองเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าโดยตรง สำหรับผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นให้สามารถใช้ยามฉุกเฉินได้ 10 วัน

 ส่วนกรณีแหล่งผลิตพลังงานที่กระจุกตัวอยู่ อ.มาบตาพุด จ.ระยอง นั้น นับเป็นความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างหนึ่ง จึงควรหาแนวทางรองรับหากเกิดปัญหาวิกฤติกับแหล่งผลิตมากกว่าการย้ายแหล่งผลิตไปที่อื่น ขณะที่ปริมาณแอลพีจีในไทยยังไม่น่าเห็นห่าง สิ่งที่น่ากังวลจะเป็นเรื่องการตรึงราคาแอลพีจีที่เกิดขึ้น เพราะการตรึงราคาจะส่งผลให้เกิดความต้องการใช้ที่สูงขึ้นอีก ดังนั้นควรนำเงินที่ใช้ตรึงแอลพีจีไปสร้างการสำรองพลังงานต่างๆ ไว้จะเหมาะสมกว่า

 ด้านนายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันไทยซื้อน้ำมันจากประเทศตะวันออกกลางประมาณ 60-70% ดังนั้นไออีเอเห็นว่าหากเกิดปัญหาด้านการขนส่งน้ำมันไม่สามารถมาถึงไทย อาจประสบปัญหาวิกฤติด้านพลังงานได้ ดังนั้นควรมีการสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 30 วัน ซึ่งคาดว่าต้องใช้เงินลงทุนสร้างคลังและสำรองน้ำมันถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ