
หมาตกถังขี้กับราชสีห์ผอมโซ
วันนี้ผมขออนุญาตเขียนเรื่องใกล้ตัวของบุคคลที่รู้จักสักครั้ง เพราะผมไปอ่านข้อความในเฟซบุ๊กของคุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานบริษัทสื่อสากลผู้จัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ที่เขียนเรียกร้องให้ คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เดินออกจากวงการเมืองหวนกลับมาหา
ผมก็ขอถือโอกาสอ้างตัวว่ารู้จักกับคุณมิ่งขวัญด้วยคนหนึ่ง แม้ว่าสมัยที่คุณมิ่งขวัญทำงานอยู่กับบริษัทโตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคุณมิ่งขวัญ หรือที่ผมเรียกว่า “น้ามิ่ง” จะไม่ได้ดูดดื่มหวานเจี๊ยบ แถมยังออกรสขมปร่าเปรี้ยวปรี๊ดราวกับไวน์บูดๆ เสียด้วยซ้ำไป
มิ่งขวัญ หนุ่มเหนือผู้มาจบปริญญารัฐศาสตรบัณฑิตในเมืองกรุง แต่มุ่งหน้าได้ดิบได้ดีกับหน้าที่ซึ่งคนส่วนใหญ่เรียกกันว่าประชาสัมพันธ์ แต่ผมเรียกการทำหน้าที่ของน้ามิ่งว่า เป็นการทำงานในรูปแบบของ “อิมเมจเมกเกอร์” หรือผู้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่คน, สินค้า และองค์กร มากกว่าแค่ทำการประชาสัมพันธ์
เมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงเท่าที่คนไทยจะไต่ไปถึงได้ในบริษัทญี่ปุ่น น้ามิ่งก็ก้าวออกมารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ อสมท และถือว่าเป็นผู้ที่ทำให้ อสมท ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปในทางดี อย่างเห็นได้ชัดเจนจนถึงทุกวันนี้
จากนั้นการเมืองในยุค พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ก็เข้ามาจูงมือมิ่งขวัญให้เข้าไปสู่วังวนและเติบใหญ่จนได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรองนายกรัฐมนตรีตามลำดับ
คนที่รู้จักมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รู้ดีว่า ด้วยบุคลิกอ่อนนอกแข็งในของมิ่งขวัญ ยากที่จะทำให้คนการเมืองยุคไร้กติกาเช่นทุกวันนี้ ยอมรับฟังเหตุผลของเขาได้ ดังนั้น หากมิ่งขวัญหรือน้ามิ่งยังคงเกลือกกลั้วอยู่ต่อไป นอกจากจะเสียชื่อเสียงที่สั่งสมมานานแล้ว วงการธุรกิจยานยนต์ยังเสียดายคนที่เคยสร้างสีสันและตำนานเอาไว้หลากหลายเรื่อง
ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าแม้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับ “น้ามิ่ง” จะไม่ได้ดูดดื่มหวานชื่นเช่นที่ควรจะเป็น แต่ในฐานะคนที่ยิ้มแย้มเข้าหากันยามพบปะหน้า และความที่เป็นคนในแวดวงเดียวกัน ผมก็ยังอยากเห็นน้ามิ่งย้อนกลับเข้ามาสู่ธุรกิจยานยนต์ หรืออย่างน้อยก็หวนกลับคืนสู่ธุรกิจขนาดใหญ่อื่นๆ มากกว่าที่จะเห็นท่านไปเติบใหญ่ในด้านการเมือง
แม้ว่าต่อให้การหวนคืนกลับมาของน้ามิ่ง อาจจะทำให้ธุรกิจของผมต้องเดินหน้าลำบากมากขึ้น แต่ผมก็ยังยินดีกับการกลับมาของท่าน เพราะผมเชื่อว่าการอยู่กับศัตรูที่รู้จักหน้ายังดีกว่าอยู่กับมิตรที่ไม่เคยรู้ใจ
และต่อให้ใครครหาว่าผมเรียกร้องให้น้ามิ่งเดินออกจากวงการเมืองหวนเข้าสู่ภาคธุรกิจ ด้วยความอิจฉาเกรงว่าน้ามิ่งของผม จะได้ดิบได้ดีเป็นถึงนายกรัฐมนตรีก็เถอะ ผมยังกล้าสาบานว่านี่เป็นการเรียกร้องจากใจด้วยความหวังดีจริงๆ เพราะคนมากความสามารถแบบนี้ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศได้มากกว่าจะไปจมปลักกับการเมือง
นักการเมืองในบ้านเราทุกวันนี้หาคนดีได้ยากเต็มทน เพราะทุกคนรู้เพียงแค่ว่าต้องเป็นฝ่ายรัฐบาลให้ได้เสียก่อน จึงจะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง ซึ่งผมเชื่อว่าความเข้าใจอย่างนี้คงไม่ใช่สิ่งที่รัฐศาสตรบัณฑิตอย่างมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์เรียนมาแน่นอน
ลาภยศ, อำนาจ และทรัพย์สินที่ได้มาจากการเมืองนั้น มันคงไม่ต่างอะไรไปจาก “หมาตกถังขี้” คืออยู่เฉยๆ ก็ได้กินอิ่มจนพุงกางทุกมื้อ แต่ก็เหม็นคละคลุ้งไปทั้งตัวจนปราศจากศักดิ์ศรี ผมจึงอยากให้คนดีๆ ที่ผมรู้จักอย่าง “น้ามิ่ง ของผม” ถอยออกมาเป็น “ราชสีห์ที่ผอมโซ” ดีกว่าครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



