ข่าว

โลกหลังความตายของบิน ลาเดน

โลกหลังความตายของบิน ลาเดน

05 พ.ค. 2554

มีเรื่องมากมายที่พูดคุยกันในเรื่องของโลกหลังความตายของบิน ลาเดน โดยเฉพาะในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของการยืนยันว่าบิน ลาเดน นั้นตายจริง

 ประการแรก หนังสือพิมพ์ไทยเกือบทั้งหมดให้ความสำคัญกับเรื่องของการตายของบิน ลาเดน ในแง่ของการถูกจัดการโดยสหรัฐ และในแง่ของการพูดถึงความหวาดกลัวในแง่ของการแก้แค้นกลับ

 เรื่องนี้อาจจะแตกต่างจากการพาดหัวในเมืองนอกสักหน่อย โดยเฉพาะในอเมริกานั้น เรื่องใหญ่อยู่ที่การตาย การเฉลิมฉลองของชาวอเมริกา และก้าวต่อไปของการก่อการร้าย ซึ่งพวกเขาเห็นว่ายังไม่จบลงง่ายๆ และถ้ามีการลงข่าวในเชิงการเฉลิมฉลองมากเกินไป ก็อาจส่งผลด้านกลับให้เกิดการต่อต้านอเมริกาได้

 ประการที่สอง คำถามที่ใหญ่ตามมาก็คือ บิน ลาเดน นั้นมีความสำคัญแค่ไหนในขบวนการก่อการร้าย โดยเฉพาะอัล-ไกดา เพราะโครงสร้างขบวนการก่อการร้ายนั้นมีลักษณะที่เป็นเครือข่าย และบิน ลาเดน อาจเป็นผู้นำเชิงอุดมการณ์มากกว่าผู้นำในการต่อสู้ในปฏิบัติการจริง

 ประการที่สาม การจัดการ บิน ลาเดนนั้นมีการตั้งคำถามว่า ทำไมจึงเกิดขึ้นในช่วงนี้ ก็มีการอ้างว่า ถ้าจัดการบิน ลาเดน ในช่วงก่อนหน้าการลุกฮือในประเทศตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ อันเนื่องมาจากถ้ามีการจัดการในช่วงนั้นคนรุ่นใหม่จำนวนมากในประเทศเหล่านั้นอาจจะหันมาโกรธแค้นและต่อต้านอเมริกาก็ได้ ดังนั้นอเมริกาจึง "เข้าเร็ว ออกเร็ว" ในการเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงในตะวันออกกลาง และแอฟริกา

 ประการที่สี่ การจัดการบิน ลาเดน นั้นไม่ได้เกิดขึ้นในอัฟกานิสถาน แต่เกิดในปากีสถาน ซึ่งทำให้ภาพของปากีสถานในฐานะศูนย์กลางของขบวนการก่อการร้ายมากขึ้น ไม่ว่าปากีสถานจะปฏิเสธแค่ไหน

 นอกจากนี้ บริเวณที่จัดการบิน ลาเดน ได้นั้นเป็นแค่ย่านชานเมือง ห่างจากเมืองหลวงแค่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง และว่ากันว่าสหรัฐนั้นไม่ได้แจ้งให้แก่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ทราบมากนัก ซึ่งในอีกด้านหนึ่งปากีสถานเองก็จะต้องเจอคำถามในแง่ของเอกราชและอธิปไตยของประเทศ และความชอบธรรมของรัฐบาลในประเทศอิสลามเอง

 ประการที่ห้า การจัดการ บิน ลาเดน นั้น เป็นตัวอย่างที่สำคัญของบทบาทของอเมริกาในการเมืองโลกที่มักจะชอบใช้วิธีในการว่าจ้างและจัดตั้งกองกำลังที่จัดการกับศัตรูของสหรัฐ ไม่ว่ากรณีของ บิน ลาเดน ที่ถูกสร้างขึ้นมาจัดการกับอัฟกานิสถานที่ถูกหนุนโดยรัสเซีย หรือซัดดัม ที่เป็นพันธมิตรกับอเมริกาช่วงสงครามอิหร่าน

 ประการที่หก ความสูญเสียของชาวอเมริกัน และประเทศอื่นๆ จากการก่อการร้าย ก็ต้องถูกนำเสนอควบคู่ไปกับความสูญเสียจากการ "ต่อต้านการก่อการร้าย" ทั่วโลกเช่นกัน

 ประการที่เจ็ด ผลพวงที่ย้อนกลับไม่ได้นับตั้งแต่มีการก่อการร้ายและการต่อต้านการก่อการร้ายก็คือกำเนิดของ "ระบบความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ" หรือการเมืองแห่งความมั่นคงภายใน ที่สหรัฐ ที่ทำให้เกิดการตั้งคำถามกับการละเมิดสิทธิเสรีภาพในนามของการปราบปรามการก่อการร้าย และนั่นหมายถึงการสร้างระบอบการเมืองแห่งความกลัว ที่ทำให้เกิดการ "บุกก่อนเพื่อไม่ให้ถูกบุก" การอ้างว่าเมื่อตนถูกกระทำก็สามารถจัดการอีกฝ่ายหนึ่งได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการความจริงของหลายประเทศทั่วโลก

 รวมทั้งบางประเทศที่มองคนในประเทศตัวเองว่าเป็นผู้ก่อการร้ายเช่นกัน