
วันนี้วัดกันที่"เนวิน-ทักษิณ"
น่าจะชัดเจนแล้วว่า ถึงอย่างไร การเลือกตั้งทั่วไปต้องมีขึ้นแน่ หลังจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศว่า ยุบสภาภายในอาทิตย์นี้
คำถามเกิดขึ้นในทันทีว่า ถ้ายุบแล้วใครจะได้เปรียบ พรรคใดคือว่าที่แกนนำรัฐบาลในอนาคต
กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชั่งใจนิดหนึ่งก่อนที่จะบอกว่า "ผมเชื่อว่า เขาจะได้เปรียบ"
กรณ์ บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้คุยกันแล้วว่า หากแพ้ ก็จะยอมรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่จัดตั้งรัฐบาลแข่ง ซึ่งตรงนั้นหมายความว่า คะแนนเสียงที่ไม่ห่างมากเกินไป แต่ถ้าขาด หรือพรรคเพื่อไทยเกินครึ่ง ก็ต้องยอมรับว่าจะต้องเป็นฝ่ายค้าน
ในเมื่อการเมืองเป็นเรื่องตัวเลขการประเมินสถานการณ์ว่าใครจะได้เท่าไร จึงกลายเป็น "เรื่องจำเป็น" ของทุกพรรคการเมืองไปแล้วว่า ต้องมีโพลล์เป็นของตัวเอง
แต่ครั้งนี้โพลล์ของพรรคการเมืองใหญ่กลับไม่ใช่เรื่องที่น่าสน น่าตื่นเต้น ในเมื่อสมรภูมิชี้ขาดใครจะกำชัยมันอยู่ที่พื้นที่ภาคอีสาน ที่หลายพรรคต่างก็หมายมั่น ไม่ว่าจะเป็น เพื่อไทย ภูมิใจไทย ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ประชาราช
การประเมินสถานการณ์ของ "ฝ่ายความมั่นคง" ก่อนยุบสภานั้น มีแนวโน้มว่า เพื่อไทยจะยังแกร่งอยู่ และอาจจะบวกเก้าอี้ได้ในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย
เพราะอะไร ?
การโฟนอินของ ทักษิณ ชินวัตร นั้น ยังส่งผลต่อฐานคะแนนทักษิณ กล้าประกาศทำสงครามกับทุกพื้นที่ของภูมิใจไทย นั่นประการแรก
อีกข้อก็คือ คนของภูมิใจไทยเอง เมื่อไปพบปะกับชาวบ้านก็ยังเกรงบารมีทักษิณ บางคนดันไปบอกว่า เลือกเขาแล้วได้เข้าสภาก็จะยกมือให้พรรคเพื่อไทย
ตรงนี้คนอีสานบ้านเฮา เขาไม่ชอบ การเมืองเขาบอกมันต้องชัดแบบ "ฉีกกระดาษ" ขาดกันไปเลย ในขณะที่ทักษิณมุ่งมั่นจัดการคนทรยศในทุกพื้นที่ แต่คนของภูมิใจไทยกลับกล้าๆ กลัวๆ แบบนี้เรื่อยไป ก็บอกได้เลยว่า แพ้มาตั้งแต่ในมุ้ง
แม้แต่บุรีรัมย์เองก็ใช่ว่าจะปลอดภัยสมกับเป็นเมืองหลวงของภูมิใจไทย
ว่ากันถึงขนาดนั้น !
แต่ก็อย่างที่ว่า มีการล้วงลึกไปถึงคลังสมองของภูมิใจไทยก็มีเรื่องราวที่น่าตกใจอยู่ไม่น้อย...กฎเหล็กของภูมิใจไทยก็คือต้อง 40% ขึ้น กระสุนถึงจะไหลแบบไม่อั้น โดยให้เจ้าของเสียงชี้พิกัด "ตำบลกระสุนตก"
แต่เอาเข้าจริงมีไม่น้อยที่ไม่เข้าเป้า บางคนหลุดไปอย่างน่าใจหาย 3% ก็ยังมี ที่ ขอนแก่น เมืองหมอแคนก็ยังต่ำสิบ
แล้วจะเอาที่ไหนมาเติมให้ครบตามเป้าที่ 70 ที่นั่ง
ขณะที่เพื่อไทยนั้น นั่งตีขิมรอว่าภูมิใจไทยหายไปเท่าไหร่ ก็เท่ากับว่าเพื่อไทยบวกเพิ่มเท่านั้น
หันมาดูพรรคชาติไทยพัฒนา ครั้งนี้ ป๋าเติ้ง "รู้ทิศทางลม" สมกับเป็น "มังกรสุพรรณ" เลยตั้งเป้าเอาแค่รักษาฐาน ถ้าจะเพิ่มก็คือ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ที่ย้ายเข้ามาจะพามาได้กี่เก้าอี้
พูดง่ายๆ ไม่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เป็นสายล่อฟ้า และไม่เข้าร่วมสมรภูมิรบระหว่าง ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย-ภูมิใจไทย
ส่วนประชาธิปัตย์นั้น ข้อมูลระบุว่า ยังมองไม่ออกว่าส.ส.เขตจะได้เพิ่มที่ตรงไหน มีแต่เห็นส่วนที่น่าจะเสียไป โดยเฉพาะที่ ชลบุรี หลังจากการเกิดของ "พรรคพลังชล" ของลูกกำนันเป๊าะ
ประชาธิปัตย์อาจสูญเสียจนเกือบสูญพันธุ์ใน จ.ชลบุรี เลยทีเดียว !
นอกจากนี้ ด้วยนโยบายและการทำงานของ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงอย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็น่าจะส่งผลกระทบต่อ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางส่วนของสงขลา
ข้อมูลระบุว่า คณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดเขาไม่แฮปปี้เท่าไหร่นักกับการเพิกเฉยต่อข้อเสนอและโครงการต่างๆ ที่บางครั้งอาจต้องมีงบประมาณสนับสนุน
พรรคมาตุภูมิ และภูมิใจไทยที่ดอดมาฉกไป 2 แล้ว จึงน่าจะโดดเด่นในช่วงนี้ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ !
ในพื้นที่ กทม.ที่ไม่เพียงจำนวน ส.ส.ลดลง แต่มีบางพื้นที่ที่อาจทำให้เก้าอี้ประชาธิปัตย์ลดลงไปด้วย นั่นเพราะมีกระแสของ "พรรครักษ์สันติ" ของ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เข้ามาแทรก และเพื่อไทยเองก็อาจจะพลิกได้ในบางเขต
นั่นหมายความว่า หากมองกันในวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์รักษาที่มั่นเดิมของตนเองได้ก็เก่งแล้ว!
ส่วนเพื่อไทยรวมทั่วประเทศอาจไม่ถึง 200 แต่ก็หย่อนไม่มากนัก
แต่ก็อย่างที่ กรณ์ จาติกวณิช พูดกับ "คม ชัด ลึก" ในวันก่อน เสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นปี่กลองเร้าให้พรรคประชาธิปัตย์ฮึดตั้งรัฐบาลสู้ ซึ่งก็แน่นอนว่า หมายถึงพรรคภูมิใจไทย
แต่ถ้า เนวิน ล่องจุ๊น ก็กอดคอม้วนเสื่อกลับบ้านกันทั้งคู่



