
กกต.เผยใช้ข้อควรปฏิบัติตามพันธสัญญา
กกต.เผยใช้ข้อควรปฏิบัติ ตามที่พรรคการเมืองร่วมลงพันธสัญญา ชี้ สัปดาห์หน้าชัดเจน ระบุ ผู้สมัครออกสื่อได้แต่ต้องเท่าเทียมกัน เชื่อ หากเลื่อนยุบสภาในระยะเวลาสั้น ไม่น่ามีผลกระทบกับแผนงานที่วางไว้
(4พ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่งข้อหารือในการใช้ทรัพยากรและเครื่องมือของรัฐ ว่าทางกกต. ยังไม่ได้รับข้อหารือที่เป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียงการสอบถามจากนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการประชุมผู้บริหารพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า กกต.ได้ออกระเบียบตามที่สำนักงานได้เคยยกร่างไว้
ส่วนเรื่องการนำสถาบันมาหาเสียงนั้น ก็จะใช้ข้อมูลตามที่ได้หารือกับหัวหน้าพรรคการเมือง ซึ่งใช้ถ้อยคำตามที่ได้ร่วมลงนามในพันธะสัญญา ข้อหนึ่งที่ระบุว่า มิบังควรนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งนี้ ที่ประชุมกกต.เห็นชอบร่างระเบียบกกต.ว่าด้วยการหาเสียงข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.และการดำเนินการใดๆ ของพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ให้นำเรื่องสถาบันมาอยู่ในหมวดข้อควรปฏิบัติในการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าการรับเชิญไปออกสื่อของนายกฯ ในช่วงที่มีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง สามารถทำได้หรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า กกต.ก็มีระเบียบแนวทางเดิมที่เคยปฏิบัติกันมา ว่าหากสถานีโทรทัศน์ที่ใดเชิญ ก็ต้องดูข้อปฏิบัติ และเป็นไปด้วยความเท่าเทียมกันของผู้สมัครทุกคน ยึดหลักจรรยาบรรณ ทั้งนี้ การจะออกสื่อของรัฐ ตามกฎหมายเลือกตั้ง ได้ระบุให้กกต.เป็นผู้สนับสนุนแก่ผู้สมัครและพรรคการเมืองในการให้เวลาเพื่อออกรายการในสื่อของรัฐ รวมถึงการจัดเวทีกลางในการหาเสียง ซึ่งตัวรูปแบบจะยืดหยุ่น และกกต.สามารถร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ได้ และกฎหมายก็ห้ามไม่ให้ผู้สมัครใช้สื่อของรัฐในการหาเสียง แต่ผู้สมัครยังสามารถหาเสียงตามสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือเว็บไซต์ แต่ต้องนำไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการหาเสียงด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการเลื่อนการยุบสภาออกไปจะกระทบต่อการเลือกตั้งที่กกต. ได้กำหนดไว้หรือไม่ เลขากกต. กล่าวว่า หากเลื่อนออกไปในระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วัน คิดว่าคงไม่กระทบแผนงานที่กกต. ได้เตรียมการไว้ แต่หากเลื่อนการยุบสภาไปเป็นระยะเวลานาน 2-3 เดือนขึ้นไป ก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อแผนงานอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมกกต. มีมติว่าไม่มีข้อสังเกตเพิ่มเติมใดๆ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้สอบถามมายังกกต.
มาร์คผวากฎเหล็กเลือกตั้งถามดื่มกาแฟคนเลี้ยงได้หรือไม่
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมครม.ได้พิจารณาวาระเรื่อง สรุปและแนวทางปฏิบัติอันเนื่องมาจากการยุบสภาฯ เป็นวาระสุดท้าย โดยนายกฯได้เล่าให้ครม.ทราบว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการภายหลังที่ได้หารือกับกกต. แต่ก็ยังมีหลายประเด็นที่นายกฯยังติดใจสงสัย และอยากจะได้รับคำตอบจากกกต. โดยได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกกต.ให้ชัดเจน โดยนายกฯระบุว่า 1.เรื่องที่ตัวท่านเองและครม.หรือบุคคลสำคัญที่ยังจำเป็นต้องใช้รถกันกระสุนยังสามารถใช้ได้อยู่หรือไม่ 2.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารที่มาอารักขาดูแลนายกฯและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ยังใช้ต่อไปได้หรือไม่ 3.ในกรณีที่นายกฯไปบรรยายหรือไปเปิดงานสัมมนาต่างๆ แล้วมีการเลี้ยงกาแฟ นายกฯจะสามารถทานได้หรือไม่ 4.หากมีการเชิญนายกฯไปงานดินเนอร์ทอล์ค ท่านจะไปร่วมงานได้หรือไม่ 5.การลงเดินทางไปตรวจพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการไปตรวจเยี่ยมน้ำท่วมหรือ ปัญหาต่างๆ นายกฯจะไปได้หรือไม่
นายวัชระ กล่าวต่อว่า นอกจากนายกฯแล้วก็ยังมีรัฐมนตรีบางท่านได้ถามปัญหาข้อต้องห้ามที่ต้องระมัดระวัง เช่น นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้สอบถามเกี่ยวกับการใช้เครื่องมืออุปกรณ์สื่อสาร เช่น โทรศัพท์ที่เป็นของหลวงในระหว่างปฏิบัติภารกิจสั่งราชการ แล้วหากมีผู้โทรเข้ามาถามเรื่องเกี่ยวกับการเมืองในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาจะพูดได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามนายกฯก็ได้สอบถามเลขาธิการครม. โดยขอให้ไปดูมติครม.เมื่อปี 2543 เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติขอครม. ในช่วงที่รัฐบาลรักษาการณ์ รวมทั้งเรื่องข้อห้ามในการปฏิบัติ และการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
“นายกฯย้ำขอให้ครม.แต่ละคนต้องระมัดระวังในการทำงานต้องระวัง เรื่องที่จะคาบเกี่ยวระหว่างการไปทำงานกับการหาเสียง อะไรที่สุ่มเสี่ยงเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งก็ขอให้ละเว้น เพราะยังมีอีกหลายประเด็นที่กกต.ยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนมา และยังจะมีประเด็นเล็กๆ น้อย ที่อาจจะเป็นปัญหาตามมาได้อีก นอกจากนี้ นายกฯยังสั่งรัฐมนตรีให้ปฏิบัติตามติครม. ที่ให้ปลดป้ายผลงานหน่วยงานที่มีรูปรัฐมนตรีลง เพราะถือว่าเรื่องดังกล่าวได้บันทึกเป็นมติครม.แล้วก็ต้องปฏิบีติโดยเคร่งครัด โดยนายกฯได้ขอให้นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทยไปปลดป้ายของการประปานครหลวงลงด้วย ” นายวัชระ กล่าว
นายวัชระ กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม. น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัฒน์ รมช.ศึกษาธิการได้สอบถามว่า ถ้าไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ต้องปลดป้ายผลงานลงด้วยหรือไม่ ซึ่งนายกฯได้ขอให้ไปสอบถามจากทางพรรคภูมิใจไทยต้นสังกัดดู ขณะที่พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ได้แจ้งว่าได้ส่งมอบคืนรถหลวงไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไม่ขอคืน แต่กำลังหาวิธีที่จะใช้งานโดยที่ไม่ขัดต่อข้อห้ามที่เกี่ยวข้อง เพราะยังรอความชัดเจนจากกกต.อยู่



