
ปิดประตูบอลโอลิมปิก ดีที่สุดแค่บอสแมน
ปลงตก! ประเด็นดีแต่มาช้าไป เผยทีมฟุตบอลชาติไทย ชุดโอลิมปิก ปิดประตูสู่ลอนดอนเกมส์แน่นอนแล้ว แม้การต่อสู้ในศาลกีฬาโลก จะเป็นผู้ชนะ แต่ดีที่สุดแค่เรียกร้องค่าเสียหาย รวมถึงเป็นบรรทัดฐานของวงการลูกหนังโลกเหมือนคดีบอสแมนเท่านั้น
หลังจากที่ข่าวการปรับทีมชาติไทย แพ้ ปาเลสไตน์ 0-3 ในการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก รอบคัดเลือก นัดแรก ทำให้สกอร์รวมแพ้ 0-4 และล่าสุด "บังยี" วรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกมาประกาศเดินหน้าต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อทวงสิทธิที่ทีมชาติไทยในการลุ้นเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโอลิมปิก ที่ลอนดอน ในปีหน้า ตามข่าวที่ "คม ชัด ลึก" เสนอไปตามลำดับแล้วนั้น
ล่าสุด บรรดาเกจิในแวดวงฟุตบอลไทย และมีความเกี่ยวข้องกับเอเอฟซี เปิดเผยว่า ประเด็นที่นายวรวีร์ ยกขึ้นมาต่อสู้ตามข่าวที่เกิดขึ้น ทั้งในส่วนของการดำเนินการจัดการแข่งขันโอลิมปิก และเอเชี่ยนเกมส์ ที่มีองค์กรอย่างฟีฟ่า และเอเอฟซี เข้าไปดำเนินการจัดการแข่งขัน ถือเป็นประเด็นที่มีน้ำหนัก และสร้างความน่าเชื่อถือได้ แต่อย่างไรก็ตามการชูกรณีดังกล่าวขึ้นมาดูจะช้าเกินไปเสียแล้ว
"ต้องเข้าใจกระบวนทำงานของทั้ง 2 องค์กรให้ดีด้วย เพราะที่ผ่านมา สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ทราบเรื่องนี้ดี และได้ดำเนินการภายในลับๆ มาตลอดจนกระทั่งเรื่องมาแดงหลังจากที่สื่อของบาห์เรนเป็นคนตีข่าวนี้ก่อน และเมื่อการอุทธรณ์ของไทยไม่เป็นผล เพราะฝ่ายคณะกรรมการฝ่ายวินัยของฟีฟ่าได้ตัดสินไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา ดังนั้นในชั้นนี้ถือว่า คำตัดสินเป็นที่สิ้นสุด เราไม่อาจไปดำเนินการต่อใดๆ กับทั้งฟีฟ่า หรือเอเอฟซีได้อีกแล้ว"
นอกจากนี้เกจิลูกหนังรายเดิมยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้แม้จะมีศาลกีฬาโลกให้เป็นที่พึ่ง และเหตุผลที่นายวรวีร์ยกขึ้นมาต่อสู้นั้น ถือว่ามีน้ำหนัก และน่าจะได้รับการพิจารณา แต่ที่สุดแล้วหากคดีนี้เราเป็นผู้ชนะ คงไม่สามารถที่จะไปทวงสิทธิในการเข้าแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิกคืนมาได้ เนื่องจากองค์กรจัดการแข่งขันได้มีมติไปเรียบร้อย ดีที่สุดของประเทศไทยคือ จะเรียกร้องค่าเสียหายจากเอเอฟซี หรือฟีฟ่า รวมทั้งคดีดังกล่าวจะเป็นบรรทัดฐานให้วงการฟุตบอลทั่วโลก เหมือนในกรณีสัญญานักเตะคดีบอสแมนเท่านั้น



