
"น้องจูน"ผงาดคว้าทองเทควันโดโลก
"น้องจูน" รังสิยา นิสัยสม จอมเตะสาววัย 17 ปี สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองศึกเทควันโดชิงแชมป์โลก 2001 รุ่นไลท์เวทหญิง ที่เกาหลีใต้
หลังพิชิต มารินา ซูมิก จากโครเอเชีย 3-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ด้าน "เจ้าแม็ก" ชัชวาล ขาวละออ กับ "เจ้าที" ปฏิวัติ ทองสลับ เดินหน้าคว้าชัยลอยลำเข้ารอบตัดเชือก จองอีก 2 ทองแดงแล้ว
อภิชาติ ระวีวัฒน์ ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" รายงานการแข่งขันเทควันโดชิงแชมป์โลก "ดับเบิลยูทีเอฟ เวิลด์ เทควันโด แชมเปี้ยนชิพ 2011" จากเมืองกองจู ประเทศเกาหลีใต้ โดยเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในรุ่นไลท์เวทหญิง (62 กก.) เป็นการเล่นในรอบรองชนะเลิศ "น้องจูน" รังสิยา นิสัยสม จอมเตะสาววัย 17 ปี จาก จ.ชลบุรี ดีกรีเหรียญทองแดงเวิลด์คัพที่จีน เมื่อปีก่อน ลงสนามพบกับ เดอร์ดาน อันตูร์เนล จากตุรกี ก่อนสาวไทยเป็นฝ่ายชนะ 4-1 ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทอง โดยพบกับ มารินา ซูมิช จากโครเอเชีย
การแข่งขันยกแรก ทั้งคู่ยังมีอาการเกร็ง ไม่ค่อยออกอาวุธกันเท่าไหร่เสมอกัน 0-0 ยกที่สอง "น้องจูน" ที่เสียเปรียบรูปร่างเดินหน้าบุกเข้าแลก และได้จังหวะเตะเข้าหัวคู่แข่งอย่างจัง ทำแต้มนำ 3-0 ยกสุดท้ายจอมเตะสาวโครแอตเดินหน้าบุกแหลก แต่รังสิยาก็แก้เกมด้วยการเข้ากอดเพื่อถ่วงเวลา สลับกับการเตะเพื่อทำแต้ม ก่อนสาวไทยจะมาถูกตัดแต้มช่วงใกล้หมดเวลา หลังตัวหลุดออกไปนอกสนามแข่ง จากนั้นเมื่อหมดเวลา รังสิยาเป็นฝ่ายชนะ 3-1 สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นนักกีฬาไทยคนแรก ที่คว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ หลังรอคอยมานานถึง 32 ปีเต็ม นับตั้งแต่กีฬาชนิดนี้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย โดยตั้งเป็นโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวเมื่อปี 2552 ก่อนที่จะมีการตั้งเป็นสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้องในปี 2528 หรือเมื่อ 26 ปีที่แล้ว
หลังการแข่งขัน "น้องจูน" เปิดเผยว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ไม่คิดมาก่อนว่า จะได้มาเป็นแชมป์โลกเทควันโดหญิงคนแรกของไทย เพราะนักกีฬารุ่นพี่หลายคนมีความสามารถที่ดีกว่า แถมตัวเองก็ไม่ได้เป็นนักกีฬาความหวังอะไร ถือว่า เป็นม้ามืดนอกสายตาที่มาถึงตรงจุดนี้ได้ ทุกเกมที่ลงแข่งขันตั้งใจเต็มที่ เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีเหรียญอะไรเลยมา 2 วันแล้ว พอชนะได้มาเรื่อยๆ ก็เริ่มมั่นใจ โดยเฉพาะในรอบรองชนะเลิศที่เหนื่อยที่สุด เนื่องจากคู่แข่งมีรูปร่างที่สูงใหญ่กว่า แถมยังเข้าไปเตะวงในยากเพราะเขายกขาหน้ากันตลอดเวลา ส่วนรอบชิงชนะเลิศไม่หนักเท่าไหร่
"ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโด คุณปรีชา ต่อตระกูล ประธานคัดเลือกตัวทีมชาติ และโค้ชเช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวเกาหลีใต้ที่ได้ทุ่มเทเสียสละจนทำให้มีวันนี้ได้ ที่สำคัญเหรียญทองเหรียญนี้จะเอาไปฝากคุณพ่อคุณแม่ที่จ.ชลบุรี ส่วนอนาคตจากนี้ไปคงต้องทุ่มเทให้การฟิตซ้อมเต็มที่ เพื่อเป้าหมายเข้าไปสู่รอบสุดท้ายกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษให้จงได้"
ด้านโค้ชเช ยอง ซอก กล่าวว่า จากความกดดันที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ของนักเทควันโดไทย ทำให้ตัวเองเครียดมากจนนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว แต่พอหลังจาก รังสิยา คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายไปมาก ที่สามารถเป็นผู้เปิดประวัติศาสตร์แรกทั้งเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กวางโจว ประเทศจีน และเหรียญทองเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ ที่คนไทยไม่เคยสัมผัสมาก่อน ส่วนตัวต้องขอชื่นชมน้องจูน ที่เล่นตามแผนที่วางไว้ ที่สำคัญเด็กคนนี้ไม่ได้เป็นตัวความหวังอะไรมากนัก ทำให้ไม่ค่อยกดดันเท่าไหร่เวลาลงแข่งขัน และก็ทำให้ตนได้เห็นแล้วว่า เด็กคนนี้มีความสามารถที่จะส่งเสริมไปสู่โอลิมปิกเกมส์ได้ จากนี้ไปเรายังเหลือนักกีฬาอีกหลายที่มีโอกาสลุ้นเหรียญ ส่วนตัวอยากให้ทุกคนส่งกำลังใจเชียร์และเฝ้าติดตามผลงานนักเทควันโดไทยด้วย
นอกจากนี้ในวันเดียวกัน ยังมีนักกีฬาไทยลงสนามในเซสชั่นแรก (รอบแรก-รอบก่อนรองชนะเลิศ) อีก 3 ราย เริ่มจากรุ่นฟินเวทชาย (54 กก.) "เจ้าแม็ก" ชัชวาล ขาวละออ ดีกรีเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่จีน และอดีตเหรียญทองแดงชิงแชมป์โลก ที่เดนมาร์ก รอบแรกได้บาย รอบ 2 ชนะคะแนนโหวตจากผู้ตัดสินหลังต่อซัดเดนเดธแล้วยังเสมอกับ เหวียน ฮู หนาน จากเวียดนาม 4-4 คะแนน รอบ 3 ชนะ เจ้า ซุย จากจีน 4-2 และรอบก่อนชนะเลิศ ชนะคะแนนโหวตจากผู้ตัดสินอีกครั้ง หลังเสมอกับ อับดุล วาฮับ ซาไซ จากอัฟกานิสถาน 8-8 เข้าไปเจอกับ เซฟูลา มาโกเมดอฟ จากรัสเซีย ในรอบตัดเชือก วันที่ 5 พฤษภาคมนี้
ขณะที่รุ่นไลท์เวทชาย (72 กก.) "เจ้าที" ปฏิวัติ ทองสลับ ดีกรีเหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัยโลก 2 สมัย รอบแรกได้บาย รอบ 2 ชนะ ราอูล มาร์ติเนซ จากสเปน 4-2 จากนั้นในรอบ 3 ได้บายอีกครั้งเนื่องจากคู่แข่งซึ่งจะเป็นผู้ชนะจาก อิรัก และฮอนดูรัส ไม่เดินทางมาแข่งขันทั้งคู่ จากนั้นรอบ 4 ชนะ มาห์มูด ฟาตี จากอียิปต์ 13-5 จากนั้นในรอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ ซอง จี ฮุน จากเกาหลีใต้ 10-8 ผ่านเข้าไปตัดเชือกกับ ริดวาน เบย์กัต จากตุรกี ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้เช่นเดียวกัน
ด้าน "น้องสอง" บุตรี เผือดผ่อง เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิก 2008 ในรุ่นฟินเวทหญิง (46 กก.) ทำได้ดีที่สุดแค่รอบก่อนรองชนะเลิศ โดยพ่ายต่อ ซูเมเย มานซ์ จากเยอรมนี 4-8



