ข่าว

สนองพระราชดำริ"อนุรักษ์พันธุกรรมพืช""ทหารพัฒนา"สร้าง 2โครงการต้นแบบ

สนองพระราชดำริ"อนุรักษ์พันธุกรรมพืช""ทหารพัฒนา"สร้าง 2โครงการต้นแบบ

20 เม.ย. 2552

ต้องบอกว่าหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย หรือนักรบสีน้ำเงิน ที่ประชาชนรู้จักกันดีในนาม "กรป.กลาง" ไม่เพียงแต่ดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเส้นทางคมนาคม ส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์

แต่ยังมีภารกิจที่มีความสำคัญยิ่ง นั่นคือการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ อาทิ การดำเนินงานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่าง อันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น

 โดยเฉพาะในส่วนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้รับสนองพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเข้าดำเนินการในพื้นที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี มาตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2537 ทั้งนี้พื้นที่ที่ถวายความพร้อมและดำเนินการอยู่ในความรับผิดชอบของกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา บนเนื้อที่กว่า 20,525 ไร่

 ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2547 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชวินิจฉัยในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้อนุรักษ์พัฒนาและใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสู่เศรษฐกิจพอเพียง 2 แห่ง คือ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช บ้านลำตะคอง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช แปลง 905 บ้านแก่งประลอม ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี 

  พรชัย จุฑามาศ รองผู้อำนวยการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เผยว่า สำหรับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช แปลง 905 บ้านแก่งประลอมใน ต.ไทรโยคนั้น หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา(นทพ.) ได้รับมอบจากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ สวนจิตรลดาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2550 จากนั้นได้มีการจัดทำแผนการดำเนินงานให้เป็นศูนย์อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรภาคตะวันตก โดยดำเนินงานตามแผนแม่บทโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ระยะเวลา 5 ปี (ตุลาคม 2549-กันยายน 2554) โดยมีพล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้เข้ามาตรวจเยี่ยมและดูแลอย่างใกล้ชิด

  “ในปี 2552 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่แปลง 905 โดยจัดสร้างบ้านพักให้แก่สมาชิกจำนวน 10 ครอบครัว ครอบครัวละ 1.5 ไร่ และแปลงทำการเกษตรให้ครอบครัวละ 5 ไร่ จัดทำระบบโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ถนนลูกรัง ระบบน้ำอุปโภคบริโภค ระบบน้ำเพื่อการเกษตรโดยใช้ระบบประปาภูเขา มีการสร้างแนววางท่อระบบประปา ก่อสร้างถังเก็บน้ำ ฝายเก็บกักน้ำ ระบบไฟฟ้า ส่งเสริมการทำอาชีพด้านการเกษตรมุ่งสู่เศรษฐกิจพอเพียงให้แก่สมาชิกและราษฎรรอบพื้นที่โครงการ"

 พรชัยระบุอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการอบรมปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยใช้แนวทางคนอยู่ร่วมกับป่า และจัดตั้งชุดอาสาสมัครอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อีกทั้งยังดำเนินการก่อสร้างฝายบริเวณต้นน้ำของโครงการ จำนวน  225 ฝาย เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นแก่ผืนป่า เป็นแนวกันไฟป้องกันไฟป่าและเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ดำเนินการสำรวจเส้นทางเดินของสัตว์ป่า จัดทำโป่งเทียม แหล่งน้ำ ให้แก่สัตว์ป่า เพื่อศึกษาชีวิตสัตว์ป่า ดำเนินการอนุรักษ์พันธุ์ปลาในแม่น้ำแควน้อย โดยร่วมกับประมงจ.กาญจนบุรี

 ไม่เพียงเท่านั้นภายในพื้นที่โครงการยังจัดทำพื้นที่แปลงทดลองให้แก่ส่วนราชการต่างๆ ที่เข้าร่วมสนองพระราชดำริ โดยจัดทำถนนและระบบน้ำในแปลงทดลอง เก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์และนำเสนอในอาคารพิพิธภัณฑ์เพื่อให้เยาวชน นักเรียน เรียนรู้ เพาะชำกล้าไม้เพื่อแจกจ่ายปลูกตามโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ศึกษาการเจริญเติบโตของพันธุ์ไม้ เพื่อติดตามความเจริญของต้นไม้แต่ละปี ดำเนินการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเพาะเมล็ดพันธุ์พืชที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ ในศูนย์เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของโครงการ พร้อมทั้งบันทึกการเจริญเติบโตของพืชที่ขึ้นทะเบียนรหัสประจำต้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิจัยของโครงการ และดำเนินการปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชน โดยการนำเยาวชนเข้ารับการอบรม และศึกษาพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ ในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ประมาณ 500 คนต่อเดือน
 
แม้กาลเวลาจะผ่านมาถึง 47 ปี หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งหนึ่งที่ยังดำรงอยู่อย่างมั่นคง นั่นคือ จิตวิญญาณของนักรบสีน้ำเงิน ที่พร้อมพลีทุกสิ่งเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ รับใช้สนองเบื้องพระยุคลบาท และพร้อมให้การช่วยเหลือเพื่อแลกกับรอยยิ้มของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ ถนนหนทาง การเกษตร การเลี้ยงสัตว์ การแพทย์ หรือยามเกิดภัยพิบัติ 

 ตลอดเวลา 47 ปีที่ผ่านมา ทุกแผนงาน ทุกโครงการ ทุกการปฏิบัติ กำลังพลของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ล้วนทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อดำรงไว้ซึ่งปณิธานอันเด็ดเดี่ยว และสืบทอดกันมาทุกๆ สมัย นั่นก็คือ การมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอเพียงของประชาชนในชาตินั่นเอง 
      
 กว่าจะมาเป็น"โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช"

  สืบเนื่องจากเมื่อปีพุทธศักราช 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเสด็จฯ ผ่าน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พบว่าสองข้างทางมีต้นยางขนาดใหญ่ขึ้นอยู่มาก จึงทรงมีพระราชดำริที่จะปกปักยางนา จึงทรงทดลองปลูกต้นยางเอง โดยนำเมล็ดยางที่เก็บจากต้นยางนามาเพาะ ซึ่งเป็นที่มาของการปลูกป่าสาธิตทดลอง (พ.ศ.2504) การใช้เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่ออนุรักษ์พืช (พ.ศ.2528)

การอนุรักษ์พันธุกรรมหวาย และจัดทำสวนพืชสมุนไพร (พ.ศ.2529) ต่อมาในปี พ.ศ.2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบต่องานอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยให้อนุรักษ์พืชพรรณของประเทศและดำเนินการเป็นธนาคารพืชพรรณ และในปี พ.ศ.2536 ได้จัดสร้างธนาคารพืชพรรณสำหรับเก็บรักษาพันธุกรรมพืช และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของโครงการเพื่อให้สามารถนำวิทยาการใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุดแก่เกษตรกรไทย โดยเฉพาะเกษตรกรที่ยากจนในชนบท ซึ่งมีแนวโน้มที่จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีทางการเกษตร โดยเฉพาะด้านพันธุ์พืชจากต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

 สุรัตน์ อัตตะ