ข่าว

อภิสิทธิ์เผยยื่นทูลเกล้าฯยุบสภาสัปดาห์นี้

อภิสิทธิ์เผยยื่นทูลเกล้าฯยุบสภาสัปดาห์นี้

04 พ.ค. 2554

"อภิสิทธิ์"สยบข่าวเลื่อนยุบสภาเผยยื่นทูลเกล้าฯสัปดาห์นี้ เตือนกลุ่มเคลื่อนไหวต้องระวังโยงพรรคการเมืองขัดขวางผิดกฎหมายเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 15.00น.  วันที่ 4 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาถึงความชัดเจนในการยุบสภาที่มีหลายฝ่ายออกมาให้ข่าวว่าจะมีการเลื่อนวันยุบสภาว่า "ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมเคยพูดว่าจะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.ก็ยังคิดว่าสามารถที่จะดำเนินการได้อยู่รวมทั้งเรื่องการยุบสภา ผมเป็นคนรับสนองฯ ครับ และไม่ได้เกิดอะไรเอาเป็นว่าขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่กระทบกับสิ่งที่ได้พูดไว้"

 ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดวินิจฉัยในวันที่ 9 พ.ค. นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบเพราะเป็นข้อกำหนดภายในของศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ไปก้าวล่วงตรงนั้น เมื่อถามย้ำว่าหมายความว่าภายในสัปดาห์นี้ภายในวันที่ 6 พ.ค. นายกรัฐมนตรีจะนำร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาขึ้นทูลเกล้าฯ ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็อย่างที่เคยพูดไว้อย่างไรก็ปฏิบัติอย่างนั้น ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ว่าการยุบสภาอาจยืดหยุ่นเวลาออกไปได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนปฏิบัติตามที่พูด

 ผู้สื่อข่าวถามว่านายบรรหาร ศิลปอาชาที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาระบุว่าควรเลื่อนการยุบสภาออกไปสัก 1 สัปดาห์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ยังไม่ทราบ ขอผมไปฟังก่อนตอนนี้ยังไม่ทราบว่านายบรรหารได้แนะนำอะไร แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ได้พูดเอาไว้ปฏิบัติได้และที่มีข่าวว่าผมกำหนดปฏิทินวันเลือกตั้งในวันที่ 26 มิ.ย.โดยหารือกับทาง กกต.แล้วนั้น ผมไม่ได้คุยกับ กกต."

 ผู็สื่อข่าวถามว่าตัวร่างพระราชกฤษฎีกาที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯต้องกำหนดวันเลือกตั้งในร่างด้วยใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า "ใช่ ครับ" เมื่อถึงเวลาแล้วจะแจ้งให้ทราบ 

 ผู้สื่อข่าวถามถึงบรรยากาศการเมืองขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร ในวันที่พรรคการเมืองร่วมประชุมกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ก็ค่อนข้างที่จะดีในแง่การแสดงออกในหลายๆเรื่องซึ่งมองตรงกันและถ้าพรรคการเมืองมุ่งไปในเรื่องของกระบวนการเลือกตั้งที่สันติเป็นธรรมก็จะเป็นเรื่องที่ดีสมกับเจตนารมณ์ที่เราคิดว่าน่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งเร็ว คือไม่ต้องรอให้สภาครบวาระ

 ต่อข้อถามที่ว่าที่ผ่านมายังมีการเคลื่อนไหวของบางกลุ่ม นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า ก็ยังมีอยู่บ้างแต่คิดว่าถ้ามีพระราชกฤษฎีกาแล้วก็น่าจะระมัดระวังกันมากขึ้น ก็ต้องดูตามข้อเท็จจริงว่ามีพรรคการเมืองไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่กกต.ก็คงชัดเจนว่าการไปขัดขวางการรณรงค์ก็ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนข้ออ้างที่ว่าการเคลื่อนไหวของมวลชนนั้นแยกจากพรรคการเมืองนั้นจะแยกจริงหรือไม่ก็ต้องไปพิสูจน์ที่ข้อเท็จจริงแต่การไม่สังกัดพรรคการเมืองก็ไม่ได้พ้นจากความผิดเพราะการทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะที่พรรคการเมืองและนักการเมือง ใครทำผิดกฎหมายเลือกตั้งก็ได้รับโทษทางกฎหมายทั้งนั้น

 ส่วนผลการประเมินว่าสองพรรคใหญ่จะแงขันค่อนข้างรุนแรง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เอาเป็นว่าเข้มข้น แต่อย่าให้รุนแรง และยังคิดว่าจะสามารถดูแลการเลือกตั้งไม่ให้เกิดความรุนแรงได้ ไม่เช่นนั้นเราก็จะเป็นสังคมประชาธิปไตยไม่ได้ถ้าเราจะเป็นสังคมประชาธิปไตยเราก็ต้องจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อยการแข่งขันจะเข้มข้นอย่างไรก็ต้องอยู่ในกรอบ