
บิ๊กกทม.ทดสอบบีทีเอส"อ่อนนุช-แบริ่ง"
ผู้ว่าฯ กทม. เปิดทดสอบรถไฟฟ้า "อ่อนนุช - แบริ่ง" โว กทม.ไม่หวังพึ่งงบรัฐ ขอแค่ลายเซ็นอนุมัติเท่านั้น วอน ครม. เลิกมติห้ามก่อสร้างเหนือถ.จุฬา "รถไฟฟ้าไม่มานะเธอ" ทำคนกรุงโวยแหลกผ่านเว็บหลังเสียสองวันติด ถามหาความรับผิดชอบ ขู่ฟ้องศาลปกครอง
(4พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ร.ว.สุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เดินทางไปยังสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง เพื่อทดสอบระบบการเดินรถก่อนจะมีการเปิดให้บริการโครงการระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายสุขุมวิท (ออนนุช-แบริ่ง) โดยคณะได้เริ่มเดินทางที่สถานีแบริ่ง ก่อนแวะชมจุดเชื่อมต่อรถโมโนเรล(รถไฟรางเดี่ยว) ส่วนต่อขยายสายบางนา-สนามบินสุวรรณภูมิ และ สกายวอร์คบริเวณแยกบางนา ก่อนสิ้นสุดที่สถานีบางจาก ทั้งนี้ ตลอดเดือน มิ.ย.จะมีการทดสอบระบบทุกเส้นทางทั้งหมดอีกครั้ง ในระหว่างช่วงเวลา 6.00-24.00 น. ก่อนเปิดใช้บริการกับประชาชนอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ส.ค. และจะงดเว้นการเก็บค่าโดยสารช่วงระหว่างวันที่ 12 ส.ค. 2554 ถึง 1 ม.ค. 2555 โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวระหว่างเดินทางว่าประเทศจีนสร้างรถไฟฟ้าระยะทาง 100 กม. ใช้เวลาปีเดียว แต่ของเราแค่ 5.25 กม.ใช้เวลาเกือบ 10 ปี
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนต่อขยายเส้นทางอ่อนนุช-แบริ่งถึงการดำเนินงานจะขลุกขลักเรื่องงบประมาณ ช่วงที่ตนมารับตำแหน่งใหม่ๆ กทม.ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้า แต่สภากทม.ได้เดินหน้าเต็มสูบ ทั้งที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล จนในที่สุดก็แล้วเสร็จ ก่อนจะเปิดให้บริการประชาชนในวันที่ 12 ส.ค.นี้ ความสำเร็จครั้งนี้เป็นการบ่งชี้ชัดว่า ท้องถิ่นอย่างกทม.ปฏิบัติงานได้ ดังนั้น เราไม่ต้องการอะไรจากรัฐบาล งบประมาณก็ไม่อยากได้ เราขออย่างเดียวคือลายเซ็นจากรัฐบาล หรือว่ารัฐบาลชุดหน้าให้ปากกาลื่นขึ้น เพื่อให้กทม.สามารถทำโครงการระบบขนส่งมวลชนทั้งระบบหลักและระบบรองได้
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์กล่าวต่อว่า เรายังมีอีก 2 โครงการที่ยังไม่ผ่านครม.คือ โครงการ รถ รางไฟฟ้าขนาดเบารถ หรือ Light rail เส้นบางนา – สุวรรณภูมิ ที่จะช่วยการทำงานกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ทลิงค์ กับ โครงการรถโมโนเรล เส้น ทาง “ จุฬา- สยาม ” ที่ยังติดการมติครม.เรื่องห้ามมีการก่อสร้างเหนือถนน หากมีการยกเลิกมติครม.เราก็สามารถเดินหน้าโครงการต่อไปได้
คนกรุงโวยผ่านเว็บหลัง"บีทีเอส"เสีย2วันติด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีลม ประสบปัญหาขัดข้องสองวันติดต่อกันทำให้ ผู้ใช้บริการบีทีเอสจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเว็บบอร์ดของรถไฟฟ้าบีทีเอส <http://www.bts.co.th/th/webboard.asp>ตำหนิการดำเนินงานของบีทีเอสที่ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารซึ่งส่วนใหญ่ ระบุว่าต้องมาทำงานสาย 2 วันต่อเนื่อง และต้องถูกตำหนิเพราะเข้าประชุมสาย ขณะผู้ใช้บริการอีกหลายรายเรียกร้องให้บีทีเอส รับผิดชอบ อาทิ “ ปิดสถานีไม่ให้เข้า เจริญ คุณเอาเวลาไปทำอะไรกัน เสียได้ทุกวัน เสียเวลา เสียความรู้สึก ทำงานสายโดนหักเบี้ยขยันอีก ไม่คิดจะแก้ไข” จากคุณเดือดร้อน
นอกจากนี้ยังมีการแสดงความเห็นอีกว่า “2 วันติดแล้วนะ ท่านผู้บริหารบีทีเอส อ้างว่าทดสอบระบบ บีทีเอส นี่มันปิดให้บริการหลัง เที่ยงคืน ทำไมไม่ไปทดสอบ มาทำอะไรกันตอน 7-8 โมง บ้าหรือเปล่า นี่คิอวิสัยทัศน์ของคุณเหรอ วิศวกรระบบ ของพวกคุณ ไม่คิดวางแผนอะไรเลยเหรอ ทำมา 10 กว่าปี แล้วได้แค่นี้เหรอ ไปดูงานเมืองนอกมาไม่รู้เท่าไหร่ เอามาใช้ได้แค่นี้เหรอ เป็นที่อื่นคุณโดนฟ้องตายแล้วแบบนี้ ธุรกิจเสียหาย นัดลูกค้าเสียหาย มาสายโดนเจ้านายด่า 2 วันติด อาจโดนไล่ออกรับผิดชอบอะไรมั่งอ่ะ นอกจากคำว่าขอโทษ อภัยได้เสมอแหละ แต่นี่มันบ่อยเกินกับคำแก้ตัว เคยยืนรอตอนรถเสีย บอกว่า อีก 10 นาทีรถจะมา ปาเข้าไปครึ่งชั่วโมง ตอนหลังไม่เคยยืนรออีกเลย แถมไม่ได้ค่าโดยสารคืนด้วย ” จากคุณ nana
ขณะที่บางคนก็ได้เรียกร้องให้ทางบีทีเอสแสดงความรับผิดชอบเช่น ผู้ที่ใช้ชื่อว่า zombie ที่โพสต์ข้อความว่า "ก็ไม่มีใครอยากให้เสียหรอก แต่ทางบีทีเอส ควรแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ ถ้าจะทดลองระบบก็ไม่ควรใช้ช่วงเวลาเร่งด่วน ให้ผู้ใช้บริการเป็นหนูทดลอง ถ้าจะเสีย ต้องใช้เวลาในการซ่อมนานๆ ก็ประกาศปิดซ่อมไปเลย แล้วชดเชยเวลาให้บัตรรายเดือนด้วย คนใช้บริการจะได้หาทางไปทำงานทางอื่น ซึ่งอาจต้องออกบ้านเร็วขึ้น ครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง ก็แล้วแต่ใครจะกะเวลา ถ้ารู้ก่อนแล้วไม่ทันมันก็เป็นปัญหาของเราเอง แต่นี้ไม่รู้ ก็ออกไปทำงานปกติ 1 ชม. ไม่ถึงที่ทำงาน เช้านี้มาทำงาน เสียค่ารถ 100 นึง แถมเสียอารมณ์กะเจ้าหน้าที่บีทีเอสอีกด้วย สงสัยต้องคิดใหม่ละ สงสัยจะทดลองไปอีกนานใช่มั๊ยเนี่ย ให้เราเป็นหนูทดลอง ไปรถเมล์ก็ได้ รอบัตรหมดเหอะ ออกเร็วอีกครึ่งชั่วโมง ถึงที่ทำงานทันด้วย ที่สำคัญ ไม่เสียอารมณ์ เชอะ ไม่ง้อ ”
ส่วนผู้ที่ใช้ชื่อว่า"เรียนมาเพื่อทราบ" ก็ขู่ที่จะฟ้องร้องศาลปกครองโดยระบุว่า “ สำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการผิดพลาดอันบ่อยครั้งของรถไฟฟ้า สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องยังศาลปกครองครองได้ โดยสามารถฟ้องร้องกรุงเทพมหานครในฐานะองค์กรเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในบริการสาธารณะนี้ และยังสามาถฟ้องร้อง บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ในฐานะเอกชนผู้ได้รับมอบอำนาจมหาชนให้จัดทำบริการสาธารณะได้จึงเรียนมาเพื่อทราบ
อย่างไรก็ตจามก็ยังมีผู้ที่เห็นใจทางบีทีเอส โดยโพสต์ข้อความว่า “ สิ่งสำคัญ บีทีเอส ใช้งานทุกวัน ทุกเวลา มีเวลาพัก แค่ 5-6 ชม จะแก้ได้ ก็ได้ แค่ 5-6 ชม กว่าจะทดลองวิ่งได้ ก็ต้องรอ ในกลางคืนถัดไป เรียกได้ว่า บีทีเอส แทบจะไม่มีวันหยุดพัก เครื่องจักร รถรา ก็เหมือนคน คนยังเหนื่อย ต้องการวันหยุด แล้วรถบีทีเอสลล่ะ ไม่มีแม้กระทั่งวันหยุด มองกลับกัน เวลาที่บีทีเอสไม่เสีย อยากให้คุณมองว่ามันให้ประโยชน์คุณมากขนาดไหน ทุกปี ทุกเดือน ทุกวัน ทุกเวลา มันทำงานให้คุณ พาคุณไปส่งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คุณคงต้องขอบคุณมันบ้าง นอกจากจะมองแต่ข้อเสีย ” จากคุณ ooo
หรือ“BTS เค้าก็ต้องทดสอบในเวลาเร่งด่วนสิครับ ถ้าไม่ทำช่วงเวลาเร่งด่วนแล้วเส้นอ่อนนุช-แบริ่งจะไปเปิดให้ใช้ตอนช่วงอื่นหรอครับ แล้วการที่ระบบมัน shutdown ตัวเองเพื่อความปลอดภัย ก็ดีกว่าที่ปล่อยให้ควบคุมกันแบบ Manual แล้วอาจจะชนกันตอนสับรางสะพานตากสินไม่ใช่หรอครับ ” จากคุณ Ball
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ของบีทีเอสได้โพสต์ข้อความทวิตเตอร์ชี้แจงผ่านชื่อ @BTS_SkyTrain: ว่า "เนื่องจากมีการทดสอบระบบอาณัติสัญญาณของบอมบาดิเอร์ในสายสุขุมวิทเพื่อเตรียมความพร้อมในการเชื่อมต่อกับส่วนต่อขยายอ่อนนุช-แบริ่ง ซึ่งเป็นระบบอาณัติสัญญาณเนทเวิร์คเดียวกันกับสายสีลม ส่งให้เกิดผลกระทบกับสายสีลม ทำให้ระบบเกิดขัดข้อง"
"บีทีเอส"เล็งเปลี่ยนอุปกรณ์ป้องกันระบบขัดข้องซ้ำซาก
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ให้สัมภาษณ์ “ สำนักข่าวเนชั่น ” กรณีรถไฟฟ้าในสายสีลม เกิดเหตุขัดข้องเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 และ 4 พ.ค. ว่า สาเหตุเบื้องต้นมาจากการที่บริษัทได้ทำการทดสอบระบบอาณัติสัญญาณของบอมบาดิเอร์ในการเดินรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท เพื่อให้มีความพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับส่วนต่อขยายสายอ่อนนุช - แบริ่ง ซึ่งระบบอาณัติสัญญาณนี้เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับสายสีลม ทำให้ระบบอาณัติสัญญาณควบคุมการเดินรถไฟฟ้าสายสีลมเกิดขัดข้องตามไปด้วย ทำให้เมื่อเกิดปัญหาอาจจะเกิดความล่าช้าแก่ผู้โดยสาร จึงต้องขออภัยไว้ด้วย
อย่างไรก็ตามในคืนนี้เจ้าหน้าจะเข้าไปเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่าง และวางระบบใหม่ เชื่อว่าในวันพรุ่งนี้การเดินรถจะสามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ ไม่ขัดข้องอย่าง 2 วันที่ผ่านมาแน่นอน และหากประชาชนมีข้อสงสัยอะไรให้สอบถามได้ที่เบอร์ 02-617-6000
กทม.ชวดโมโนเรล-ไลท์เรลมท.ไม่ชงครม.
นายถาวร เสนเนียม รมช.กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรุงเทพมหานคร ( กทม. ) กล่าวกรณีที่กทม.ได้นำโครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ามวลชนรางเดี่ยว ( Monorail) สายจุฬาฯ จากสยาม-สามย่าน ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร งบประมาณ 1,500 ล้าน และโครงการระบบขนส่งมวลชนระบบรอง ( Light Rail Transit : LRT) สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 18.3 กิโลเมตร เสนอกระทรวงมหาดไทย(มท.) เพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรี พิจารณานัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่พบว่า มท.ไม่ได้นำทั้ง 2 โครงการเสนอ ครม.พิจารณา ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คงจะต้องสอบถามรายละเอียดบางประการกับ กทม.โครงการที่กทม.เสนอไป
ตนให้ความเชื่อถือผู้ว่าฯกทม.มาจากการเลือกตั้ง ต้องทราบความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ตาม มหานครต้องมีความพร้อมด้านการขนส่ง สุขภาพอนามัย การท่องเที่ยว การเงิน การศึกษา สาธารณูปโภค ดังนั้น การที่กทม.คิดโครงการระบบขนส่งมวลชนจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่การทำความเข้าใจของโครงการต้องเฝ้ารอจังหวะที่เหมาะสม ถ้ายังไม่ผ่านการพิจารณาจากผู้ที่กำกับดูแล



